หากคุณกำลังวางแผนมีคอนโดห้องแรกเป็นของตัวเอง แต่ก็กำลังกังวลว่าถ้ายื่นเอกสารไปแล้วจะถูกธนาคารปฏิเสธไหม? ด่านสำคัญของมือใหม่ที่อยากมีที่อยู่อาศัยคือกระบวนการกู้เงินซื้อคอนโด ซึ่งมักเต็มไปด้วยข้อสงสัยและรายละเอียดยิบย่อยที่ต้องทำความเข้าใจ บทความนี้ Origin Vertical จะพาไปเจาะลึกทุกสิ่งที่ต้องรู้แบบหมดเปลือก พร้อมเทคนิคการเตรียมความพร้อม เพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ และลดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ปัญหากู้คอนโดไม่ผ่าน
การกู้ซื้อคอนโด คืออะไร
การกู้ซื้อคอนโด คือการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินหรือธนาคาร เพื่อนำเงินก้อนมาจ่ายเป็นค่ากรรมสิทธิ์ห้องชุด โดยผู้กู้จะต้องนำคอนโดมิเนียมนั้นมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคาร และมีหน้าที่ต้องผ่อนชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนเป็นรายเดือนตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งโดยทั่วไปมักมีระยะเวลาผ่อนชำระยาวนานตั้งแต่ 15 – 30 ปี
ก่อนกู้เงินซื้อคอนโด ต้องเช็กอะไรบ้าง?
ก่อนที่จะเดินเข้าไปยื่นเอกสารที่ธนาคาร การเตรียมพร้อมของตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างราบรื่น ลองมาเช็กลิสต์กันว่ามีอะไรที่ต้องเตรียมตัวบ้าง ดังนี้
- ตรวจสอบเครดิตบูโรของตัวเอง ควรเช็กประวัติทางการเงินของตัวเองล่วงหน้าว่ามีหนี้เสีย หรือประวัติการค้างชำระหรือไม่ หากมีควรจัดการเคลียร์ให้เรียบร้อยก่อนยื่นกู้
- เช็กภาระหนี้สิน คำนวณหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมดต่อเดือน เช่น ค่าผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อดูว่าเมื่อรวมกับค่าผ่อนคอนโดในอนาคตแล้ว สัดส่วนหนี้เกินกว่าที่ธนาคารกำหนดหรือไม่
- เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เตรียมเอกสารแสดงตัวตนและเอกสารทางการเงินให้พร้อม เช่น สลิปเงินเดือน สเตทเมนต์ย้อนหลัง และหนังสือรับรองเงินเดือน เพื่อให้กระบวนการอนุมัติรวดเร็วขึ้น
กู้คอนโดไม่ผ่าน เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง
หนึ่งในฝันร้ายของคนอยากมีบ้านคือการยื่นกู้คอนโดไม่ผ่าน ซึ่งปัญหานี้มักเกิดจากหลายปัจจัยที่ธนาคารประเมินแล้วพบว่าผู้กู้มีความเสี่ยง มาดูกันว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ถูกปฏิเสธสินเชื่อมีอะไรบ้าง

รายได้ไม่เพียงพอกับภาระผ่อนต่อเดือน
ธนาคารจะประเมินความสามารถในการผ่อนชำระจากรายได้สุทธิ หากคำนวณแล้วพบว่ารายได้ต่อเดือนน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับยอดที่ต้องผ่อน โอกาสถูกปฏิเสธก็จะมีสูงมาก
มีหนี้เดิมหรือภาระผ่อนหลายทาง
อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (DSR) เป็นตัวชี้วัดสำคัญ หากปัจจุบันมีภาระหนี้สินอื่น ๆ รวมกันเกิน 40% – 50% ของรายได้ ธนาคารจะมองว่าผู้กู้มีภาระหนักเกินไปและอาจผ่อนคอนโดไม่ไหว
ประวัติเครดิตไม่ดี หรือเคยผิดนัดชำระ
การมีประวัติค้างชำระหนี้ ติดแบล็คลิสต์ หรือจ่ายล่าช้าบ่อยครั้งในฐานข้อมูลเครดิตบูโร จะทำให้คะแนนเครดิตลดลง และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้สถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อ
เอกสารรายได้ไม่ครบหรือไม่ชัดเจน
สำหรับผู้ที่มีอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า หรือฟรีแลนซ์ หากไม่มีเอกสารแสดงที่มาของรายได้ที่ชัดเจน ไม่มีการเดินบัญชีอย่างสม่ำเสมอ ธนาคารจะขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเงิน
ราคาคอนโดสูงเกินกว่าวงเงินที่ธนาคารอนุมัติ
บางครั้งผู้กู้อาจมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ แต่ราคาประเมินของคอนโดต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง หรือวงเงินที่ธนาคารสามารถปล่อยกู้ได้ไม่ครอบคลุมราคาคอนโด ทำให้ต้องหาเงินก้อนมาโปะส่วนต่าง หรือทำให้การกู้ไม่สำเร็จ
ธนาคารพิจารณาอะไรบ้างก่อนอนุมัติสินเชื่อคอนโด
เพื่อให้เข้าใจมุมมองของธนาคารมากขึ้น ลองมาดูกันว่าสถาบันการเงินใช้เกณฑ์อะไรบ้างในการตัดสินใจปล่อยกู้
- ความมั่นคงของรายได้และอาชีพ อาชีพที่มั่นคง มีที่มาของรายได้ชัดเจนและสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ
- สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ธนาคารมักกำหนดให้ภาระหนี้รวมทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% – 60% ของรายได้ต่อเดือน
- ประวัติการชำระหนี้ (Credit Bureau) ต้องมีประวัติการชำระเงินที่ตรงเวลา ไม่มีประวัติหนี้เสีย
- อายุของผู้กู้ เมื่อนำอายุของผู้กู้ไปรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระ มักจะต้องไม่เกิน 65 – 70 ปี ตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
- มูลค่าหลักประกัน ราคาประเมินของคอนโดมิเนียมที่ต้องการซื้อต้องมีความเหมาะสมกับวงเงินที่ขอกู้
วิธีการเตรียมตัว เพิ่มโอกาสในการอนุมัติ
หากไม่อยากเผชิญกับสถานการณ์ถูกปฏิเสธสินเชื่อ สามารถเพิ่มโอกาสในการอนุมัติได้ด้วยการเตรียมตัวดังนี้
- เดินบัญชีให้สวยงาม สร้างวินัยทางการเงินด้วยการนำเงินฝากเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอและมีเงินเหลือติดบัญชีทุกเดือน
- เคลียร์หนี้สินก้อนเก่า พยายามปิดหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอยู่ เพื่อลดสัดส่วนภาระหนี้ให้น้อยลง
- เตรียมเงินดาวน์และเงินสำรอง ควรมีเงินเก็บสำหรับดาวน์คอนโดประมาณ 10% – 20% ของราคาซื้อขาย และมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายวันโอน
- หาผู้กู้ร่วม หากกังวลว่ารายได้คนเดียวอาจไม่พอ การหาบุคคลในครอบครัวมากู้ร่วมซื้อคอนโด จะช่วยเพิ่มวงเงินกู้และเพิ่มโอกาสในการอนุมัติได้มากขึ้น

เริ่มต้นชีวิตใหม่ในแบบที่ใช่กับคอนโดคุณจาก Origin Vertical
การกู้เงินซื้อคอนโดจะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป หากมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ทั้งการดูแลประวัติทางการเงินและการวางแผนจัดการหนี้สินอย่างรัดกุม เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว การมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คือสเต็ปต่อไป หากกำลังมองหาคอนโดพร้อมอยู่ บนทำเลศักยภาพที่เดินทางสะดวกสบาย และมาพร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางที่ครบครัน คอนโดจาก Origin Vertical พร้อมเป็นคำตอบที่ใช่ในการเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ที่ลงตัวสำหรับทุกคน
ORIGIN VERTICAL คอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต ในแบบที่คุณต้องการ
ยกระดับการใช้ชีวิตในแบบที่เป็นคุณ ด้วยคอนโดมิเนียมดีไซน์ทันสมัยบนทำเลศักยภาพ เชื่อมต่อทุกจุดหมายได้สะดวก พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน ทำงานหรือใช้เวลากับตัวเอง ทุกฟังก์ชันถูกคิดมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตเมืองในทุกมิติ เพื่อให้ ”คุณ” ค้นพบความสุขแท้จริง
Origin… Creative Living For ALL
สำหรับใครที่กำลังมองหาโครงการที่มีความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพและตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เราขอแนะนำคอนโดมิเนียมจาก Origin โดยสามารถเข้าไปดูข้อมูลโครงการ รวมถึงทำเลที่ตั้งของโครงการต่าง ๆ ได้ที่ https://origin.co.th/โครงการพร้อมอยู่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กู้เงินซื้อคอนโดต้องมีเงินเดือนเท่าไหร่?
โดยทั่วไปผู้ที่มีรายได้ 15,000 ก็สามารถกู้ซื้อคอนโดได้แล้ว แต่ทั้งนี้วงเงินที่ได้รับอนุมัติจะขึ้นอยู่กับภาระหนี้สินที่มีอยู่ และราคาของคอนโดมิเนียมที่ต้องการซื้อเป็นหลัก
ยื่นกู้คอนโดพร้อมกันหลาย ๆ ธนาคาร มีผลเสียต่อคะแนนเครดิตไหม?
การยื่นกู้พร้อมกันหลายธนาคารในช่วงเวลาเดียวกันเพื่อเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยสามารถทำได้ และไม่ได้ส่งผลเสียร้ายแรงต่อคะแนนเครดิตบูโร แต่ควรระวังไม่ให้มีการขอตรวจเช็กประวัติบ่อยครั้งเกินไปในระยะเวลาที่ห่างกันมาก
กู้คอนโดไม่ผ่านแล้ว ยื่นธนาคารอื่นได้ไหม?
สามารถยื่นกู้กับธนาคารอื่นต่อได้ทันที แต่ทางที่ดีควรกลับมาพิจารณาสาเหตุที่ทำให้ถูกปฏิเสธก่อน หากเกิดจากภาระหนี้สูงหรือประวัติเครดิตไม่ดี ควรใช้เวลาแก้ไขปัญหานั้นประมาณ 3 – 6 เดือนแล้วจึงค่อยยื่นกู้ใหม่
ขอ Pre-Approve ช่วยลดโอกาสกู้คอนโดไม่ผ่านได้จริงไหม?
จริง การขอ Pre-Approve หรือการประเมินวงเงินกู้เบื้องต้น จะช่วยให้รู้สถานะทางการเงินและวงเงินคร่าว ๆ ที่ธนาคารสามารถอนุมัติได้ ทำให้สามารถเลือกซื้อคอนโดได้ในราคาที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธเมื่อยื่นกู้จริง




