Give Blood Give Life : เหล่าออริจิ้นฮีโร่ ร่วมบริจาคเลือดเพื่อส่งเข้าคลัง ส่งต่อโอกาสให้ชีวิตใหม่ได้กว่า 150 ชีวิต

ชาวออริจิ้นและบริษัทในเครือ แปลงร่างเป็นซุปเปอร์ฮีโร่! ร่วมบริจาคโลหิต เพื่อส่งเข้าคลังเลือดพร้อมนำไปรักษาผู้เจ็บป่วย กับทางโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ในเครือสภากาชาดไทย โดยได้ส่งต่อเลือดจำนวนกว่า 22,500 ซีซี

โดยทุกหยดเลือดที่ร่วมบริจาค คืออีกหนึ่งโอกาสที่ได้ส่งต่อให้กับผู้ที่กำลังรอความช่วยเหลือ ซึ่งเลือดที่เราบริจาคเพียง 1 ครั้ง (ประมาณ 350-450 ซีซี) สามารถนำไปแยกเป็นส่วนประกอบต่างๆ เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากถึง 3 คนเลยทีเดียว

ขอบคุณพนักงานทุกท่าน ที่ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศแห่งการให้ในวันนี้ ❤️

ข้อดีของการบริจาคเลือด

1. ได้ช่วยชีวิตคนอื่นอย่างทันท่วงที

เลือดที่คุณมอบให้จะถูกนำไปใช้ในเคสฉุกเฉิน เช่น ผู้ประสบอุบัติเหตุ การผ่าตัดใหญ่ ผู้ป่วยโรคเลือด (เช่น ทาลาสซีเมีย หรือมะเร็งเม็ดเลือดขาว) รวมถึงคุณแม่ที่ตกเลือดขณะคลอดบุตร

2. กระตุ้นการทำงานของไขกระดูก

เมื่อเราเสียเลือดไป ร่างกายจะกระตุ้นให้ไขกระดูกเร่งสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ระบบเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น เม็ดเลือดมีความสดใหม่และทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ได้ตรวจสุขภาพฟรีเบื้องต้น

ก่อนการบริจาคทุกครั้ง เจ้าหน้าที่จะทำการวัดความดันโลหิต ตรวจความเข้มข้นของเลือด และนำเลือดไปตรวจหาเชื้อโรคร้ายแรงต่างๆ (เช่น ไวรัสตับอักเสบ บี/ซี, HIV, และซิฟิลิส) ซึ่งถือเป็นการเช็กสุขภาพตนเองไปในตัว

4. ได้รับความรู้สึกดีๆ (Mental Health Boost)

การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุข (Endorphins) ทำให้รู้สึกสุขใจ ลดความเครียด และเพิ่มความภาคภูมิใจในตัวเอง

การเตรียมตัวก่อน-หลังการบริจาคเลือด

เพื่อให้การบริจาคเลือดเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ควรเตรียมพร้อมตามขั้นตอนดังนี้:

ก่อนบริจาคเลือด

  • นอนหลับให้เพียงพอ: อย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไปในคืนก่อนบริจาค
  • ดื่มน้ำมากๆ: ดื่มน้ำสะอาดประมาณ 3–4 แก้ว (ประมาณ 500 ซีซี) ก่อนบริจาค 30 นาที เพื่อให้โลหิตไหลเวียนได้ดีและลดอาการมึนงง
  • ทานอาหารมื้อหลัก: ควรรับประทานอาหารล่วงหน้า 1–2 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง (เช่น ของทอด ขาหมู แกงกะทิ) เพราะจะทำให้พลาสมาในเลือดขุ่น
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่: งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง และงดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
  • เช็กความพร้อมร่างกาย: ต้องไม่อยู่ระหว่างทานยาปฏิชีวนะ ไม่มีไข้ หรือมีบาดแผลติดเชื้อ

หลังบริจาคเลือด

  • นั่งพัก 10–15 นาที: นั่งพักผ่อนและรับประทานขนม/เครื่องดื่มที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ อย่าเพิ่งลุกขึ้นทันที
  • ดื่มน้ำชดเชย: ดื่มน้ำสะอาดให้มากกว่าปกติในระยะเวลา 1–2 วันหลังบริจาค
  • งดแรงหนัก: งดการออกกำลังกายหนักๆ การยกของหนักด้วยแขนข้างที่เจาะ หรือการทำงานที่ต้องใช้แรงมากในวันที่บริจาค
  • ทานยาบำรุงเลือด: รับประทานยาธาตุเหล็กที่ได้รับมาจนครบ เพื่อช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงกลับมาได้เร็วขึ้น

เกร็ดน่ารู้: ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงสามารถบริจาคเลือดได้ทุกๆ 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้ง การเตรียมร่างกายให้พร้อมนอกจากจะช่วยให้เราไม่เวียนหัวแล้ว ยังทำให้ผู้รับได้รับเลือดที่มีคุณภาพดีที่สุดด้วย

การบริจาคโลหิตนอกจากจะเป็นการทำบุญช่วยชีวิตผู้อื่นแล้ว สภากาชาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขยังให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้บริจาคโลหิตเป็นพิเศษหลายด้าน ทั้งการรักษาพยาบาล เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการตรวจสุขภาพ

สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาล (กรณีผู้ป่วยใน)

ใช้สิทธิได้เฉพาะตัวผู้บริจาค และจะใช้เมื่อเข้ารับการรักษาในฐานะ ผู้ป่วยใน โดยต้องใช้สิทธิพื้นฐานที่มีอยู่ก่อน (เช่น บัตรทอง, ประกันสังคม, หรือสิทธิข้าราชการ)

🏥โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

  • ผู้บริจาค 1 ครั้งขึ้นไป ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษ ค่าอาหาร 50% ของส่วนเกินจากสิทธิพื้นฐาน
    -ผู้บริจาค 18 ครั้งขึ้นไป ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษ ค่าอาหาร 50% ของอัตราที่แต่ละโรงพยาบาลกำหนดไว้
    🏥โรงพยาบาลในสังกัดสภากาชาดไทย
    (โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา)
  • ผู้บริจาค 7 ครั้งขึ้นไป ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษ ผ่าตัด คลอดบุตร 50% ยกเว้นการผ่าตัดด้วยอุปกรณ์พิเศษ แต่ผู้ป่วยยังคงต้องชำระค่ารักษาประเภทผู้ป่วยสามัญ
  • ผู้บริจาค24 ครั้งขึ้นไป ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษ ผ่าตัด คลอดบุตร 50% ยกเว้นการผ่าตัดด้วยอุปกรณ์พิเศษ โดยผู้ป่วยไม่ต้องชำระค่ารักษาประเภทผู้ป่วยสามัญ

    ⛔ เงื่อนไขการขอความช่วยเหลือ
  • กรณีมีสิทธิพื้นฐาน เช่น บัตรทอง บัตรข้าราชการ ประกันสังคม สิทธิ์นั้นจะถูกใช้ก่อน
  • ผู้บริจาคโลหิต ต้องเป็นผู้ป่วยในเท่านั้น และเป็นสิทธิ์เฉพาะตัวไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้
  • นำบัตรประจำตัวผู้บริจาคโลหิตหรือบัตรประจำตัวประชาชนมาขอหนังสือรับรองได้เมื่อรู้วันนอนโรงพยาบาลที่แน่นอน ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และรพ.สาขาบริการโลหิตแห่งชาติ

      เข็มที่ระลึก เหรียญสมนาคุณ และการขอพระราชทานเพลิงศพ

      • เข็มที่ระลึกบริจาคโลหิต: ได้รับเมื่อบริจาคครบครั้งที่ 1, 7, 16, 24, 36, 48, 60, 72, 84, 96 และ 108
      • เหรียญกาชาดสมนาคุณ:
        • ชั้นที่ 3: บริจาคครบ 50 ครั้ง
        • ชั้นที่ 2: บริจาคครบ 75 ครั้ง
        • ชั้นที่ 1: บริจาคครบ 100 ครั้ง
      • การขอพระราชทานเพลิงศพ: ผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ขอพระราชทานเพลิงศพได้เป็นกรณีพิเศษ

      การตรวจสุขภาพและความสมบูรณ์ของร่างกาย

      • ตรวจคัดกรองโรคทุกครั้ง: ตรวจความเข้มข้นของเลือด ความดันโลหิต ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี/ซี, ซิฟิลิส และ HIV ฟรีทุกครั้งที่บริจาค
      • ตรวจสารเคมีในเลือด: ผู้ที่บริจาคตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป สามารถขอตรวจวิเคราะห์สารเคมีในเลือดเพิ่มเติมได้ฟรี เช่น ตรวจน้ำตาล ไขมัน การทำงานของตับและไต

      หมายเหตุการใช้สิทธิ: เมื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและรู้กำหนดวันนอนโรงพยาบาลที่แน่นอน ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรผู้บริจาคโลหิตไปขอ “หนังสือรับรองสิทธิ” ได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย หรือภาคบริการโลหิตแห่งชาติในจังหวัดต่างๆ

      (ขอบคุณภาพจากเพจสภากาชาติไทย)

      #ORIGINGIVE

      We Give To Grow Sustainability Together

      #ร่วมให้…ความยั่งยืนไปด้วยกัน #ร่วมเติบโต…อย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

      แท็กที่เกี่ยวข้อง