นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

การกำกับดูแลกิจการ

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จะดำเนินธุรกิจโดยยึดแนวทางปฏิบัติของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งหลักเกณฑ์ว่าด้วย ASEAN Corporate Governance Scorecard (ASEAN CG Scorecard) ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพความโปร่งใสและประสิทธิผลในการบริหารงานและก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ถือหุ้นผู้ลงทุนเจ้าหนี้พนักงานรัฐลูกค้าตลอดจนประชาชนทั่วไปและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและสามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตั้งแต่ปี 2560 ทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เล็งเห็นว่าเพื่อให้บริษัทจดทะเบียนสามารถเติบโตได้ในระยะยาวจึงได้มีการออกหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance Code: CG Code) เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนนำมาปรับใช้ในการกำกับดูแลให้กิจการมีผลประกอบการที่ดีในระยะยาวอย่างมีคุณค่า และยั่งยืน

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จึงนำเอาหลักการดังกล่าวมาเป็นหลักปฏิบัติให้แก่ทางคณะกรรมการบริษัทเพิ่มเติม ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ซึ่งปกติแล้วการบริหารงานของบริษัทฯ ได้มีการแบ่งหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้มีหน้าที่กำหนดนโยบายและกำกับดูแลการบริหารงานของผู้บริหารให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายของบริษัทฯ และผู้บริหารมีหน้าที่บริหารธุรกิจเพื่อสร้างผลกำไร โดยการทำหน้าที่ดังกล่าวทั้งคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารจะปฏิบัติ และร่วมกันรับผิดชอบต่อทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน เจ้าหนี้ ภาครัฐ ลูกค้า และสังคม และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance Code : CG Code) คณะกรรมการได้กำหนดหลักปฏิบัติเพิ่มเติมนอกจากจะมีผลประกอบที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้วจะต้องสามารถเติบโตได้ในระยะยาวเพื่อสร้างคุณค่าให้กิจการอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคู่มือจรรยาบรรณทางธุรกิจเป็นลายลักษณ์อักษรโดยครอบคลุมถึงการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ ขององค์กรให้เป็นไปตามหลักกฎหมายอันเป็นกติกาสากล โดยนโยบายดังกล่าวได้เผยแพร่ให้กรรมการและพนักงานทุกคนของบริษัทฯ รับรู้เพื่อนำไปปฏิบัติและได้ประกาศไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ https://origin.co.th/ สำหรับใช้ในการอ้างอิงต่อไป และสื่อสารทางอีเมลให้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ได้รับทราบ 100% โดยบริษัทฯ จัดให้มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคู่มือจรรยาบรรณธุรกิจประจำทุกปี เพื่อให้ทันต่อปัจจุบันและสอดคล้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งในปี 2568 ได้อนุมัติให้เผยแพร่และรายงานประจำปีให้ผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรับทราบพร้อมผลการดำเนินงานสำหรับการประชุมสามัญประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568

และเมื่อพิจารณากับหลักปฏิบัติของ CG Code ปี 2560 มีรายละเอียด ดังนี้

ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่และเป็นอิสระอย่างแท้จริงจากฝ่ายจัดการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการที่ชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้กำหนดนโยบายและกำกับดูแลให้ระบบงานต่างๆ ของบริษัทฯ ดำเนินไปตามนโยบายที่ถูกต้องตามกฎหมาย และจริยธรรม

คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่ทบทวนนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางธุรกิจและพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนำไปประกาศใช้ตลอดจนบริษัทฯได้จัดให้มีการเปิดเผยรายชื่อประวัติและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยอีก 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยิ่นยืน ในรายงานประจำปี 2568 และใน https://origin.co.th/ นอกจากนั้นคณะกรรมการบริษัทยังสนับสนุนให้ประธานกรรมการชุดย่อยเปิดเผยจำนวนครั้งของการประชุม จำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุมในปีที่ผ่านมาและความเห็นต่อการทำหน้าที่ไว้ในรายงานประจำปีด้วย

ไม่เพียงเท่านี้บริษัทฯได้เปิดเผยกระบวนการกำหนดและความเหมาะสมของค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปีเป็นประจำทุกปีในหัวข้อเรื่องค่าตอบแทนคณะกรรมการและผู้บริหารโดยเป็นการเปิดเผยจำนวนครั้งที่เข้าประชุมของกรรมการในการประชุมคณะกรรมการชุดต่างๆมีรายละเอียดตามที่ปรากฏในตารางการเข้าประชุมของคณะกรรมการชุดต่างๆและจำนวนค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่คณะกรรมการคณะต่างๆปรากฏในตารางการเปรียบเทียบค่าตอบแทนของคณะกรรมการคณะต่างๆระหว่างปี 2566 ปี 2567 และปี 2568

คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อความถูกต้องและครบถ้วนของการจัดทำงบการเงินของบริษัทฯให้มีความโปร่งใสถูกต้องรวมถึงการจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงินรวมทั้งสารสนเทศการเงินที่ปรากฏในรายงานประจำปีซึ่งงบการเงินดังกล่าวจัดตั้งขั้นตามมาตรฐานการบัญชีรับรองทั่วไปและตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระและไม่เป็นผู้บริหาร เป็นผู้สอบทานรายงานทางการเงินประจำไตรมาส และงบการเงินประจำปี ให้มีความถูกต้องครบถ้วน และเป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาต่อไป

ฝ่ายบัญชีของบริษัทฯมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงและรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ซึ่งได้ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) .. 2551 มาตรา 89/12 และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 21/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยง และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.. 2546 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาให้ความเห็น

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสถูกต้องและครบถ้วนและรวดเร็วทันเวลาไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางการเงินหรือข้อมูลทั่วไปที่สำคัญที่อาจมีผลกระทบต่อราคาหุ้นบริษัทฯจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆเพื่อให้ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอย่างเท่าเทียมกันโดยผ่านช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆอาทิการแจ้งข้อมูลโดยผ่านระบบสื่ออิเล็คทรอนิคส์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยการแจ้งข้อมูลโดยผ่าน https://origin.co.th/ เป็นต้น นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังได้จัดให้มีรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน และรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อเปิดเผยควบคู่กันไปกับรายงานของผู้สอบบัญชี โดยจัดพิมพ์ไว้ในรายงานประจำปี เป็นประจำทุกปี

การเผยแพร่ข้อมูลของบริษัทฯแก่นักลงทุนทั้งที่เป็นผู้ถือหุ้นและผู้ที่สนใจจะถือหุ้นในอนาคตเป็นอำนาจของประธานกรรมการกรรมการผู้จัดการรองกรรมการผู้จัดการโดยนักลงทุนสามารถติดต่อได้ที่ส่วนงานผู้ลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทฯหมายเลขโทรศัพท์ (662) 030 0000 หรือ  https://origin.co.th/

1.1 วาระในการดำรงตำแหน่ง

วาระในการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัทได้กำหนดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนพ.. 2535 ส่วนกรรมการอิสระมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี ติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 วาระ เว้นแต่ได้รับมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนว่ากรรมการดังกล่าวได้กระทำคุณประโยชน์ต่อบริษัทฯ เป็นอย่างยิ่งและการดำรงตำแหน่งตามวาระที่กำหนดมิได้ทำให้ความเป็นอิสระขาดหายไป รวมทั้งต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และผู้ถือหุ้นด้วย

1.2 การกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการ

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนทำหน้าที่เสนอแนวทางและวิธีการในการกำหนดค่าเบี้ยประชุมค่ารับรองเงินรางวัลและบำเหน็จ  รวมทั้งผลประโยชน์อื่นใดที่มีลักษณะเป็นเงินค่าตอบแทน ให้แก่กรรมการบริษัท โดยการเสนอเรื่องเพื่อขอความเห็นจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี  เว้นแต่สิทธิอันพึงมีพึงได้ตามระเบียบของบริษัทฯ

1.3 คณะกรรมการชุดย่อยต่าง

คณะกรรมการบริษัทจะแต่งตั้งกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดจากผู้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมโดยคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทโดยมีอำนาจแจ้งให้ฝ่ายบริหารเข้าร่วมประชุมชี้แจงหรือจัดทำรายงานเสนอโดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้อนุมัติกฎบัตรของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุด

ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมาการชุดย่อยจำนวน 5 ชุด

1) คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วยกรรมการบริหาร มีจำนวนไม่เกิน 9 คนและจะต้องเป็นกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ

2) คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 คน และมีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 คน ที่มีความรู้และประสบการณ์เพียงพอที่จะทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินได้ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี เมื่อพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งกลับเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ได้อีก

3) คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการอิสระเป็นส่วนใหญ่ มีกรรมการอย่างน้อย 3 คน ซึ่งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี เมื่อพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งกลับเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ได้อีก

4) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน ดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี เมื่อพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งกลับเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ได้อีก

5) คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน ดำรงตำแหน่งวาระละ 3 ปี เมื่อพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งกลับเข้ามาเป็นกรรมการใหม่ได้อีก

1.4 การประชุมคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีการประชุมเพื่อปฏิบัติงานตามหน้าที่รวมตลอดถึงการรับทราบผลการดำเนินงานเป็นประจำอย่างน้อยทุก 3 เดือน ในการประชุมกรรมการต้องสามารถแสดงความเห็นและใช้ดุลยพินิจได้อย่างเป็นอิสระ จำนวนองค์ประชุมของการลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จะต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุม  ทั้งนี้กรรมการจะเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง นอกจากจะมีเหตุจำเป็นอันเป็นเหตุสุดวิสัย  ซึ่งต้องแจ้งต่อเลขานุการคณะกรรมการบริษัทเป็นการล่วงหน้า บริษัทฯ จะรายงานจำนวนครั้งที่เข้าร่วมประชุมของกรรมการแต่ละท่านไว้ในรายงานประจำปี และบริษัทฯได้จัดให้เลขานุการคณะกรรมการบริษัทกำหนดตารางการประชุมล่วงหน้าทั้งปี เพื่อให้คณะกรรมการทุกท่านได้ทราบกำหนดการประชุมคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้า เลขานุการคณะกรรมการบริษัทจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมแก่กรรมการทุกท่าน เพื่อยืนยันกำหนดวัน และแจ้งให้ทราบถึง เวลา สถานที่ และวาระการประชุม โดยจัดส่งเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน และเลขานุการคณะกรรมการจะเป็นผู้รวบรวมเอกสารประกอบการประชุมจากฝ่ายจัดการเพื่อจัดส่งให้คณะกรรมการล่วงหน้า  โดยเอกสารดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจและการใช้ดุลยพินิจอย่างเป็นอิสระของคณะกรรมการ  และเลขานุการคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้บันทึกประเด็นในการประชุม เพื่อจัดทำเป็นรายงานการประชุม ที่มีเนื้อหาสาระครบถ้วนและเสร็จสมบูรณ์ภายใน 14 วัน นับจากวันประชุมเสร็จสิ้น เพื่อเสนอให้ประธานกรรมการลงนามและจะต้องจัดให้มีระบบการจัดเก็บที่ดี สะดวกต่อการค้นหา และเป็นความลับ

บริษัทฯ กำหนดให้มีการประชุมมากกว่า 6 ครั้งต่อปี โดยในปี 2559 มีการประชุมทั้งสิ้น 12 ครั้ง ปี 2560 มีการประชุมทั้งสิ้น 14 ครั้ง ในปี 2561 มีการประชุมทั้งสิ้น 13 ครั้ง ในปี 2562 มีการประชุมทั้งสิ้น 11 ครั้ง ในปี 2563 มีการประชุมทั้งสิ้น 8 ครั้ง ในปี 2564 มีการประชุมทั้งสิ้น 13 ครั้ง ในปี 2565 มีการประชุมทั้งสิ้น 9 ครั้ง ในปี 2566 มีการประชุมทั้งสิ้น 6 ครั้ง ในปี 2567 มีการประชุมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ในปี 2568 มีการประชุมทั้งสิ้น 8 ครั้ง และกรรมการบริษัทมากกว่าร้อยละ 90 เข้าร่วมประชุมเกินกว่าร้อยละ 80 ของการประชุมคณะกรรมการทั้งหมดในรอบปีที่ผ่านมา (รายละเอียดปรากฎตาม การเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย)

1.5 การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท (ทั้งคณะและรายบุคคล) และคณะกรรมการชุดย่อยของบริษัทฯ

บริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท (ทั้งคณะและรายบุคคล) และคณะกรรมการชุดย่อยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเป็นการประเมินทั้งแบบรายบุคคลและแบบคณะกรรมการทั้งชุด เพื่อให้คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานของตนเองต่อไป

โดยในทุกสิ้นปีทางเลขานุการบริษัทและเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย อันได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง  และคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน จะทำการจัดส่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย และแบบประเมินตนเอง เพื่อประเมินผลประจำปี โดยจัดส่งแบบการประเมินกลับมาให้กับเลขานุการคณะกรรมการในแต่ละชุด เพื่อทำการสรุปรวบรวมผลการประเมิน และรายงานให้คณะกรรมการแต่ละชุดรับทราบต่อไป

หัวข้อในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย

1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ

2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

3. การประชุมคณะกรรมการ

4. การทำหน้าที่ของกรรมการ (ในการประชุมคณะกรรมการ)

5. ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ

6. การพัฒนาตนเองของคณะกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร

หลักเกณฑ์ในการประเมินผลงานของคณะกรรมการบริษัท (ทั้งคณะและรายบุคคล) และคณะกรรมการชุดย่อยของบริษัทฯ

คะแนนที่ได้รับ

ผลการประเมิน

ต่ำกว่าร้อยละ  50 คะแนน

ควรปรับปรุง

ร้อยละ 50-65

พอสมควร

ร้อยละ 66-75

ดี

ร้อยละ 76-85

ดีมาก

ร้อยละ 86-100

ดีเยี่ยม

ผลการประเมินโดยรวมของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะของบริษัทฯ ประจำปี 2568

คณะกรรมการ

คะแนนเฉลี่ยที่ได้รับ

ผลการประเมิน

คะแนนปี 2567

คณะกรรมการบริษัท

94.65

ดีเยี่ยม

93.01

คระกรรมการตรวจสอบ

94.34

ดีเยี่ยม

90.00

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

90.91

ดีเยี่ยม

90.91

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

98.89

ดีเยี่ยม

91.50

คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน

99.77

ดีเยี่ยม

91.00

ข้อเสนอแนะจากการประเมินคณะกรรมการบริษัท

1. เสนอให้เพิ่มการประชุมเพื่อร่วมกันวางเเนวทางการแแก้ไขธุรกิจในภาวะตลาดตกต่ำให้มากขึ้น

2. เสนอให้เพิ่มการอบรมในหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของคณะกรรมการเพื่อทบทวนความรู้ของคณะกรรมการ

การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ในปี 2568 บริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยให้ทางคณะกรรมการบริษัททำการประเมินเพื่อให้ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทฯ ได้รับทราบและนำผลการประเมินมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป รวมถึงเพื่อเป็นข้อมูลให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนในการพิจารณาค่าตอบแทนอีกด้วย ซึ่งการทำการประเมินดังกล่าวเป็นความลับ

ทั้งนี้ ผลการประเมินโดยรวมของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 99.38 ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม มากกว่าปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 96.66

หัวข้อในการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

  • ความเป็นผู้นำ
  • การกำหนดกลยุทธ์
  • การปฏิบัติตามกลยุทธ์
  • การวางแผนและผลการปฏิบัติทางการเงิน
  • ความสัมพันธ์กับกรรมการ
  • ความสัมพันธ์กับภายนอก
  • การบริหารงานและความสัมพันธ์กับบุคลากร
  • การสืบทอดตำแหน่ง
  • ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ
  • คุณลักษณะส่วนตัว
  • การพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (ESG)

โดยกรรมการได้มีข้อเสนอแนะ ดังนี้

1. ในด้าน การพัฒนา CEO: จุดแข็งที่สำคัญที่ CEO ควรรักษาไว้ ได้แก่

1.1 การบริหารภาพลักษณ์องค์กรและการจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Corporate Reputation & Stakeholder Management)

1.2 การกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจของธุรกิจที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืนให้ครอบคลุมทุกด้าน (Strategic Vision & Mission for Sustainability)

1.3 มีความรอบรู้ในธุรกิจของบริษัทฯ มีความโปร่งใส มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล มีการบริหารครอบคลุมรอบด้านสอดคล้องกับ ESG

2. ในด้านที่ CEO ควรได้รับการพัฒนามากขึ้นในปีถัดไป ได้แก่

2.1 ความรอบคอบในการขยายงาน เเละการลงทุนเพิ่มในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก

2.2 การส่งเสริมและพัฒนาวัฒนกรรมทางธุรกิจและสังคมที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมครอบคลุมทั้งองค์กร

2.3 ความรู้ในยุคดิจิตอล AI และอุตสาหกรรมใหม่ๆ ในอนาคต

1.6 การประชุมกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัทมีโอกาสประชุมโดยไม่มีกรรมการที่เป็นผู้บริหารเข้าร่วมประชุมตามความจำเป็น เพื่อให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารได้อภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจโดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วย การหารือจึงเป็นไปอย่างอิสระ โดยมีการประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยในปี 2559 ได้มีการประชุมในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 ในปี 2560 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 11 และวันที่ 26 สิงหาคม 2560 ในปี 2561 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ในปี 2562 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2562 ในปี 2563 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ในปี 2564 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ในปี 2565 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 ในปี 2566 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ในปี 2567 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2567 และในปี 2568 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568

1.7 การประชุมกรรมการอิสระ

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้กรรมการอิสระมีการประชุมกันเองเพื่อให้มีการอภิปรายเรื่องต่างๆได้อย่างอิสระโดยจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยในปี 2559 ได้มีการประชุมในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 ในปี  2560 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 11 และวันที่ 26 สิงหาคม 2560 ในปี 2561 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ในปี 2562 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2562 ในปี 2563 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ในปี 2564 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ในปี 2565 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565  ในปี 2566 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ในปี 2567 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2567 และในปี 2568 ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568

1.8 การรายงานข้อมูล

1) คณะกรรมการมีหน้าที่รับผิดชอบต่อรายงานข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลทั่วไปต่อผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนทั่วไปอย่างถูกต้องตามความเป็นจริง ครบถ้วนโปร่งใส มีคำอธิบายอย่างมีเหตุผลพร้อมตัวเลขสนับสนุน ทั้งในด้านนโยบายผลการดำเนินงาน แนวโน้มในอนาคต ตลอดจนผลสำเร็จ และอุปสรรคของกิจการ

2) คณะกรรมการมีความเข้าใจ และสนับสนุนการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานทางวิชาชีพของผู้สอบบัญชี

3) คณะกรรมการได้จัดทำรายงานแสดงถึงความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อการจัดทำและเปิดเผยรายงานทางการเงินของกิจการเสนอไว้ในรายงานประจำปี ควบคู่กับงบการเงิน และรายงานของผู้สอบบัญชี โดยครอบคลุมถึง

3.1) ข้อกำหนดของกฎหมาย ที่กำหนดให้คณะกรรมการของบริษัทฯ ต้องจัดทำให้มีการจัดทำงบการเงิน เพื่อแสดงถึงฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาที่เป็นจริง และสมเหตุสมผล

3.2) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ในการจัดการให้มีข้อมูลทางบัญชีที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอเพื่อจะดำรงรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สินของบริษัทฯ และเพื่อให้ทราบถึงจุดอ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต หรือมีการดำเนินการที่ผิดปกติ

3.3) ให้คำยืนยันว่าบริษัทฯ ได้ถือปฏิบัติ ตามมาตรฐานบัญชีที่รับรองโดยทั่วไปใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติโดยสม่ำเสมอ ตลอดจนได้มีการพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลอย่างรอบคอบในการจัดทำงบการเงินของบริษัท

1.9 แผนการสืบทอดตำแหน่ง

คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีแผนสืบทอดตำแหน่งของผู้บริหาร โดยเป็นการเตรียมความพร้อมของบุคลากรในองค์กรเพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทฯ มีผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถ สามารถสืบทอดตำแหน่งที่สำคัญต่อไปในอนาคต รวมทั้งแนวทางการสรรหาหรือพัฒนาบุคลากรเพื่อสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด (CEO) โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมกับฝ่ายจัดการจะกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกและแนวทางการพัฒนาบุคคลากรภายในสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูงที่มีคุณภาพโดยจะกำหนดทักษะความรู้ความสามารถและศักยภาพของบุคคลที่จะสืบทอดตำแหน่งและเสนอต่อคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนพิจารณาคุณสมบัติและความเหมาะสม

ทั้งนี้ ในปี 2568 ประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้รายงานในเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทแล้ว 1 ครั้ง

1.10 การปฐมนิเทศกรรมการใหม่

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่ทุกคนก่อนการทำหน้าที่กรรมการเพื่อให้กรรมการใหม่รับทราบความคาดหวังที่บริษัทฯมีต่อบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจในธุรกิจและการดำเนินงานด้านต่างๆของบริษัทฯเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการโดยตั้งแต่ปี 2559 บริษัทได้จัดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่ขึ้นเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ให้แก่กรรมการใหม่จำนวน 3 ท่าน คือ นายอธิพงศ์ อมาตยกุล นายชินภัทร วิสุทธิแพทย์ และนางสาวสุจารี จันทร์สว่าง และในปีที่ 2560 ได้จัดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการใหม่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ให้แก่กรรมการใหม่จำนวน 1 ท่าน คือ นายพสุ ลิปตภัลลภ และในปี 2561 มีกรรมการใหม่จำนวน 1 ท่าน คือ นางกมลวรรณ วิปุลากร โดยได้ทำการปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ในปี 2562 บริษัทไม่มีกรรมการใหม่ ในปี 2563 บริษัทมีกรรมการใหม่ จำนวน 1 ท่าน คือ นางสาวกนกไพลิน วิไลแก้ว โดยได้ทำการปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ในปี 2564 บริษัทมีกรรมการใหม่ จำนวน 1 ท่าน คือ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย โดยได้ทำการปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2564 ส่วนในปี 2566 และ ปี 2567 ไม่มีกรรมการเข้าใหม่

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้แต่งตั้งนางสาวกนกไพลิน วิไลแก้ว เป็นกรรมการใหม่ โดยได้รับการอนุมัติแต่งตั้งจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ซึ่งนางสาวกนกไพลิน วิไลแก้ว เป็นมีคุณสมบัติเหมาะสมและสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และได้รับทราบเกี่ยวกับเป้าหมายการประกอบธุรกิจ ลักษณะธุรกิจของบริษัทโดยรวม บทบาทหน้าที่กรรมการ พร้อมทั้งได้รับข้อมูล ได้แก่ รายงานประจำปี One Report, รายงานการประชุม, กฎบัตรคณะกรรมการชุดต่างๆ และนโยบายต่างๆ ของบริษัทฯ ครบถ้วน

1.11 การพัฒนากรรมการและผู้บริหารระดับสูง

บริษัทฯสนับสนุนให้คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมสัมมนาหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่รวมทั้งพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆอยู่เสมอโดยหลักสูตรที่กรรมการบริษัทควรเข้าร่วมสัมมนาอย่างน้อยจะเป็นหลักสูตรของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ซึ่งได้แก่ หลักสูตร Directors Certification Program (DCP) หลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP) หลักสูตร Audit Committee Program (ACP) หลักสูตร Executive Development Program (EDP) ทั้งนี้เพื่อนำความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบริษัทฯต่อไป

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดอบรมมาตรฐาน IFRS กับการบริหารความเสี่ยง และจริยธรรมทางธุรกิจยุคใหม่ โดย อาจารย์ชินภัทร วิสุทธิแพยท์ มีกรรมการเข้าร่วมทั้งหมด 100% และผู้บริหารเข้าร่วมมากกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้บริหารทั้งหมด และเข้าร่วมอบรมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+)” โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้เกียรติมาบรรยายที่บริษัทฯ ทำให้มีพนักงานและผู้บริหารเข้าร่วมมากกว่า 100 คน นอกจากนี้กรรมการและผู้บริหารได้เข้าร่วมอบรม/สัมมนาในหลักสูตรต่างๆ ที่เป็นการเพิ่มพูนความรู้ในการปฏิบัติงาน ดังนี้

รายชื่อ

หลักสูตรการอบรม / การสัมมนา

1.

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย

  • มาตรฐาน IFRS กับการบริหารความเสี่ยง และจริยธรรมทางธุรกิจยุคใหม่ โดยบริษัทฯ (อาจารย์ชินภัทร วิสุทธิแพยท์)

2.

นายสหัส ตรีทิพยบุตร

  • มาตรฐาน IFRS กับการบริหารความเสี่ยง และจริยธรรมทางธุรกิจยุคใหม่ โดยบริษัทฯ (อาจารย์ชินภัทร วิสุทธิแพยท์
  • สัมมนาคณะกรรมการตรวจสอบประจำปี 2568 โดย EY, In the Winds of Change: เมื่อโลกเปลี่ยน ท่านจะปรับอย่างไร

3.

พลอากาศเอกบุรีรัตน์ รัตนวานิช

  • มาตรฐาน IFRS กับการบริหารความเสี่ยง และจริยธรรมทางธุรกิจยุคใหม่ โดยบริษัทฯ (อาจารย์ชินภัทร วิสุทธิแพยท์)
  • สัมมนาคณะกรรมการตรวจสอบประจำปี 2568 โดย EY, In the Winds of Change: เมื่อโลกเปลี่ยน ท่านจะปรับอย่างไร

4.

นายชินภัทร วิสุทธิแพทย์

  • วิทยากรอบรมมาตรฐาน IFRS กับการบริหารความเสี่ยงและจริยธรรมทางธุรกิจยุคใหม่โดยบริษัทฯ

5.

นายนิวัติ ลมุนพันธ์

  • มาตรฐาน IFRS กับการบริหารความเสี่ยง และจริยธรรมทางธุรกิจยุคใหม่ โดยบริษัทฯ (อาจารย์ชินภัทร วิสุทธิแพยท์)
  • หลักสูตร ผู้นำวิทยาการการจัดการระดับสูง (Top วบส.) โดยคณะรัฐประศาสนศาสตร์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

6.

นายพีระพงศ์ จรูญเอก

  • มาตรฐาน IFRS กับการบริหารความเสี่ยง และจริยธรรมทางธุรกิจยุคใหม่ โดยบริษัทฯ (อาจารย์ชินภัทร วิสุทธิแพยท์)
  • โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) โดยตลาดหลักทรัพย์
  • วิทยากรในหลักสูตร The NEXT Real รุ่น 14 ในหัวข้อ กลยุทธ์ ประสบการณ์ แจ้งเกิด และการสร้างการเติบโต
  • วิทยากรอบรมหลักสูตรสาหรับผู้บริหารระดับสูงด้านการพัฒนานวัตกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Smart Property Developer)” และ Networking หรือ SPD รุ่นที่ 4
  • งาน Council and Associates และงาน TBCSD ประจำปี 2568 “TBCSD Sustainable Business Forum 2025”
  • CEO Talk Triple C รุ่น 2

7.

นางอารดา จรูญเอก

  • มาตรฐาน IFRS กับการบริหารความเสี่ยง และจริยธรรมทางธุรกิจยุคใหม่ โดยบริษัทฯ (อาจารย์ชินภัทร วิสุทธิแพยท์)
  • โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) โดยตลาดหลักทรัพย์

8.

นายปิติพงษ์ไตรนุรักษ์

  • โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) โดยตลาดหลักทรัพย์

9.

นางสาวกนกไพลิน วิไลแก้ว

  • TLCA CFO CPD ครั้งที่ 3/2025 หัวข้อ Update! มาตรฐานบัญชีที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคต (IFRS 18 IFRS 19)
  • มาตรฐาน IFRS กับการบริหารความเสี่ยง และจริยธรรมทางธุรกิจยุคใหม่ โดยบริษัทฯ (อาจารย์ชินภัทร วิสุทธิแพยท์)
  • โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) โดยตลาดหลักทรัพย์

10.

นายเกรียงไกร กรีบงการ

  • โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) โดยตลาดหลักทรัพย์

11.

นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ

1.   The Next Real รุ่นที่ 15 (หลักสูตรอสังหาริมทรัพย์)

2.   โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) โดยตลาดหลักทรัพย์

12.

นางสาวจารุณี กุณาสิทธิ์

  • โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) โดยตลาดหลักทรัพย์
  • ภาพรวมมาตรฐานการรายงานทางการเงิน รุ่นที่ 1/68
  • การตั้ง Holding Company หลักการบัญชี วิธีการดำเนินการ และการจัดการภาษีที่เกี่ยวข้อง
  • เจาะลึกหลักการปรับปรุงและปิดบัญชีประจำปีให้ถูกต้อง
  • การบริหารความเสี่ยงและออกแบบระบบบัญชีเพื่อการพัฒนาธุรกิจ
  • Inspiring Leadership & Communication

 

1.12 การติดต่อสื่อสารกับฝ่ายบริหาร

คณะกรรมการบริษัทสนับสนุนให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯเข้าร่วมประชุมกับทั้งการประชุมคณะกรรมการบริหารคณะกรรมการบริษัทโดยเป็นผู้นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับวาระที่ตนรับผิดชอบต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้รับทราบข้อมูลความคิดเห็นจากผู้บริหารที่รับผิดชอบงานโดยตรงขณะเดียวกันผู้บริหารก็มีโอกาสได้เรียนรู้และทำความเข้าใจมุมมองของคณะกรรมการบริษัทรวมถึงมีโอกาศในการแสดงความคิดเห็นเสนอข้อแนวทางที่เป็นประโยชน์แก่บริษัทร่วมกับทางคณะกรรมการบริษัทอีกด้วย

ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทได้มีการพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกรรมการและผู้บริหารระดับสูงในโอกาสอื่นๆ นอกเหนือจากการประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้กรรมการได้มีโอกาสทำความรู้จักคุ้นเคยกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ รวมถึงเป็นการแลกเปลี่ยนแนวคิดในการดำเนินการ และการสอบถาม หรือรับเอาข้อเสนอแนะจากทางกรรมการแต่ละท่านที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาปรับใช้ในการบริหารงานเช่นกัน

กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน

นอกจากการประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทรับรู้รายได้จากการขายแล้วบริษัทฯยังมีการดำเนินธุรกิจในรูปแบบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่าและธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่องภายใต้การดำเนินงานของบริษัทย่อยเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับกลุ่มบริษัทฯในระยะยาวจากการมีรูปแบบรายได้ที่สม่ำเสมอในอนาคตจะเห็นได้ว่าบริษัทฯมีการกำหนดเป้าหมายที่จะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นกรรมการผู้บริหารพนักงานรวมถึงบริษัทคู่ค้าและสถาบันการเงินโดยจะเห็นได้จากวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทฯ

ในทุกปีคณะกรรมการบริษัทจะทำการทบทวนวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทฯในเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคมพร้อมกับการพิจารณางบประมาณประจำปีเพื่อกำหนดทิศทางของบริษัทฯไปในทางเดียวกันโดยในปี 2568 คณะกรรมการยังคงวิสัยทัศน์ และพันธกิจเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นเป้าหมายของบริษัทฯ ในระยะยาวที่กำหนดไว้ให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน มุ่งมั่นที่จะปฎิบัติเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายร่วมกัน

วิสัยทัศน์

ออริจิ้นฯมีวิสัยทัศน์มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรและพัฒนาองค์กรให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาลโดยเราจะส่งมอบสินค้าและบริการที่ดีโดยยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลางด้วยการคิดที่มากกว่าให้มากกว่าเพื่อลูกค้าได้มากกว่า

พันธกิจ

เราใส่ใจในรายละเอียดความต้องการของลูกค้าในทุกๆ ด้าน ด้วยการออกแบบและพัฒนาโครงการอย่างสร้างสรรค์ เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า รวมทั้งมุ่งเน้นที่จะพัฒนาบุคลากร และองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับ คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พันธมิตร พนักงาน และสังคม

  และทำการสื่อสารวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทไปยังทุกหน่วยงานขององค์กรเพื่อรับรู้แนวคิดหลักในการดำเนินธุรกิจไปในทางเดียวกัน ควบคู่กับการเสริมสร้างค่านิยมขององค์กรให้กับพนักงาน

ค่านิยม

Customer Empathy เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ่ง

Goal Synergy หลอมรวมเป้าหมายเป็นหนึ่งเดียว

Quality Crafted คุณภาพที่ยอดเยี่ยม

Innovative Creativity ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

Sustainable Responsibility ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืนใส่ใจสังคม

ในปี 2560 บริษัทฯ มุ่งเน้นค่านิยมในส่วนของ Service Excellence และ Teamwork โดยมีกิจกรรมและนโยบายที่สอดแทรกค่านิยมดังกล่าวให้กับพนักงาน เช่น การจัดการทำงานแบบ small group หรือแม้แต่การจัดการฝึกอบรมเรื่องการบริการให้กับฝ่ายขาย ฝ่าย Homecare และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ ความเข้าใจในงานบริการมากยิ่งขึ้น

สำหรับปี 2561 บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับค่านิยมในเรื่อง Innovation สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในสินค้าของบริษัทฯ เพื่อให้บรรลุเหมายของบริษัทฯ ที่จะเติบโตในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้นบุคลากรนอกจากจะต้องมีความเชี่ยวชาญในสายงาน มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพแล้ว จะต้องมีความพร้อมสำหรับการปรับตัวในการเปลี่ยนแปลงขององค์กรอีกด้วย ดังนั้นบริษัทฯ จึงให้ความสำคัญในส่วนของกระบวนการทำงาน วิธีการคิดและความสร้างสรรค์ในการทำงาน แต่อย่างไรก็ตามภายใต้การดำเนินธุรกิจในทุกๆ ขั้นตอน ย่อมอยู่ภายใต้การดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

สำหรับปี 2562 จากสมมุติฐานตั้งต้นว่า ดำเนินธุรกิจอย่างไร เพื่อรับมือกับยุค DISRUPTION  ทำให้ในปี 2562  บริษัทฯ จึงนำเรื่องหลักการ EMPATHY มาถ่ายทอดให้กับพนักงาน ผู้บริหาร เข้าใจมากยิ่งขึ้น แม้ว่าเดิม บริษัทฯ จะเน้นย้ำอยู่แล้วในเรื่องการพัฒนาโครงการ และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า แต่หลักการ EMPATHY นั้นลึกซึ้งยิ่งกว่า เพราะไม่ใช่แค่เข้าใจความต้องการของลูกค้าเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้าจนสื่อออกมาผ่านผลิตภัณฑ์ และบริการของบริษัทฯ จึงเห็นได้ว่าในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งเน้นในเรื่องของความเข้าใจในความแตกต่างของลูกค้า ความแตกต่างในการดำเนินชีวิต ไลฟ์สไตล์ กิจวัตรประประจำวัน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ เป็นสิ่งที่เข้าใจชีวิตที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด

สำหรับปี 2563 เนื่องด้วยสถานการณ์ COVID-19  ส่งผลให้การใช้ชีวิตและกิจวัตรประจำวันของลูกค้าแตกต่างไปจากเดิมจนมีคำว่า NEW NORMAL เกิดขึ้นเพื่อมาสอดรับกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ดังนั้น บริษัทฯเองก็ต้องปรับตัวและรับเอาแนวความคิดนี้มาปรับใช้ในการพัฒนาโครงการ ผลิตภัณฑ์และบริการที่ยังตรงต่อความต้องการตามหลัก EMPATHY และอำนวยความสะดวกกับการใช้ที่ชีวิตที่แตกต่างแบบ NEW NORMAL ให้กับลูกค้าอย่างดีที่สุด

สำหรับปี 2564 สถานการณ์ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องทำให้การใช้ชีวิตและกิจวัตรประจำวันของลูกค้าจาก NEW NORMAL ในปี 2563 กลายเป็นเรื่องปกติในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หน้ากาก การพกแอลกอฮอล์ในชีวิตประจำวัน รวมถึงสไตล์และรูปแบบการทำงานที่ปรับเปลี่ยนไปเป็นการทำงานที่บ้าน หรือการทำงานผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น แนวคิดในทุกด้านได้แปรเปลี่ยนไป การปรับตัวกลายเป็นสิ่งที่ทุกเพศ ทุกวัยต้องพบเจอ ดังนั้น บริษัทฯเองจึงได้พัฒนาโครงการ ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานในช่วงเวลาที่ยังมีสถานการณ์ COVID-19 ด้วยความเข้าใจในกลุ่มผู้บริโภคจากแนวคิด “EMPATHY  ซึ่งคือ The ability to understand and share the feeling of another” ซึ่งยังเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้การออกแบบต้องมีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อประสานทั้งด้านการใช้งาน การดูแลบำรุงรักษา สุขอนามัย และความสวยงามแต่ยังที่คงเอกลักษณ์ของบริษัทเอาไว้

สำหรับปี 2565 ภายหลังจากทั่วทั้งโลกอยู่ภายใต้สถานการณ์ COVID-19 มากว่า 2 ปี ในปี 2565 ที่ผ่านมานี้สถานการณ์ได้คลี่คลายจนเกือบจะเข้าสู่สภาวะปกติ เริ่มมีการเปิดประเทศ ผู้คนสามารถเดินทางท่องเที่ยวและทำธุรกิจทั้งในประเทศและระหว่างประเทศได้ปกติขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมทางธุรกิจต่างกลับมาดำเนินการได้ ซึ่งเป็นผลดีอย่างมากกับทั้งระดับมหภาคและระดับครัวเรือน กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์เองก็มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน จะเห็นได้จากยอดขายคอนโดมีเนียมที่กลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดแล้ว ขณะที่ตลาดบ้านจัดสรรยังคงมีความต้องการต่อเนื่อง สำหรับออริจิ้นการมีวิสัยทัศน์และการมองเห็นโอกาสที่แตกต่าง ร่วมทั้งการมีศักยภาพในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในทุกๆสถานการณ์ นำไปสู่สร้างพื้นฐานเพื่อเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างมั่นคงและยังยืน ในรูปแบบ “Origin Multiverse” เป็นการเติบโตแบบพหุจักรวาลสร้างอีโคซิสเท็มที่ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภคได้แบบครบวงจร รวมพลังกันกลับมาเป็น Multiverse of Happiness เป็นอีโคซิสเท็มที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทุกช่วงวัย ทุกเจเนอเรชั่น และทุกจังหวะการใช้ชีวิตส่งผลให้โครงการของออริจิ้นได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามากขึ้น

สำหรับปี 2566 ออริจิ้นมีแผนที่จะขยายอาณาจักรธุรกิจ ที่ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่ยังครอบคลุมถึงเมกะเทรนด์ และธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติการยกระดับการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ภายใต้แนวคิด “Origin Infinity” สร้างการเติบโตและการดูแลผู้บริโภคแบบไม่สิ้นสุด พัฒนาเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ให้กลายเป็น Well-Being Lifetime Company หรือองค์กรที่มีธุรกิจครอบคลุมการดูแลผู้บริโภคตลอดช่วงชีวิต โดยแผนงาน Origin Infinity ประกอบด้วยการขับเคลื่อน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การขยายสินค้าและบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ (Nationwide Serve) ยกทัพธุรกิจในเครือกระจายสู่ต่างจังหวัดเพื่อพัฒนาการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น (Better Living) ให้แก่คนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เริ่มจากกลุ่มธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย รวมไปถึงการพัฒนาโครงการโรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โครงการกลุ่มโลจิสติกส์และคลังสินค้า พร้อมทยอยนำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรและธุรกิจบริการสุขภาพไปให้บริการในต่างจังหวัดด้วย 2.การขยายจักรวาลธุรกิจใหม่ให้มีเส้นทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง (Multiverse Expansion) มุ่งพัฒนาช่วงชีวิตที่ดีขึ้น ต่อยอดจากแผน Origin Multiverse ในปี 2565 ด้วยการขยายธุรกิจนอกเหนือจากธุรกิจที่อยู่อาศัยให้มีเส้นทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงครอบคลุมการดูแลคนทุกช่วงวัย และ 3.การดูแลสังคม (Social Attention) ร่วมใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อมในหลากหลายมิติเพื่อสร้างสังคมที่ดีขึ้น เช่น (1) การพัฒนาบุคลากร (Talent Development) ได้มีการจับมือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อสร้าง Origin Valley ร่วมกับสถาบันการศึกษานั้นๆ เพื่อเป็นพื้นที่ในการพัฒนาทักษะคนรุ่นใหม่ให้มีความรู้ความสามารถที่ตรงกับความต้องการขององค์กรและตลาดแรงงาน รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรในเครือให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง (2) การพัฒนาชุมชน (Community Development) มีการดำเนินโครงการ Origin Give เพื่อสร้างโอกาสและส่งมอบสิ่งดี ๆ แก่ชุมชน อาทิ การมอบทุนการศึกษา การมอบอุปกรณ์การแพทย์ การลงพื้นที่พัฒนาโรงเรียน และ (3) ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ได้มีการเดินหน้าแผน Net-Zero Emission 2044 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกมิติ อาทิ การออกแบบโครงการที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดปริมาณขยะ การลดใช้ไฟฟ้าทั้งในออฟฟิศและสำนักงานขาย การเริ่มติดตั้ง Solar Roof และ EV Charger ในโครงการใหม่ๆ

ปี 2567 ออริจิ้นแผนในการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมให้ชัดเจนมากขึ้น โดยรวมทั้ง 3 บริษัทในเครือเข้าด้วยกันและรวมศูนย์การสื่อสารภายใต้แบรนด์และชื่อบริษัทเดียว คือ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL โดยการส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยสู่ผู้บริโภคในทุกกลุ่ม เพื่อยกระดับการบริหารการออกแบบ การก่อสร้าง และนวัตกรรมต่างๆ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และเพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารและการจดจำของผู้บริโภค โดยโครงการใหม่ๆ ที่จะพัฒนาต่อจากนี้ ภายใต้แนวคิด “Creative Living for All” หรือ สร้างสรรค์ชีวิต คิดเพื่อคุณ มุ่งพัฒนาคอนโดมิเนียมที่คำนึงถึงทุกมิติของการใช้ชีวิต โดยใช้กลยุทธ์ (1) Insight การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (2) Initiative การพัฒนาต่อยอด ริเริ่มฟังก์ชันใหม่ และ (3) Implementation การนำเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ มาช่วยยกระดับคุณภาพมาตรฐานของโครงการ

นอกเหนือจากกลยุทธ์ในด้านธุรกิจแล้ว ออริจิ้นยังเสริมด้วยกลยุทธ์ด้านคุณภาพและการบริการ (Quality & Services) ได้แก่ (1) People Development  ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรด้านคุณภาพและบริการอย่าง
เต็มรูปแบบ ทั้งการ Upskill และ Reskill (2) Product Design พัฒนาการออกแบบสินค้าอย่างมีคุณภาพ (3) Product Quality  คัดสรรวัตถุดิบในการพัฒนาสินค้า พร้อมทั้งยกระดับการรับรองคุณภาพงานก่อสร้าง หรือ Quality Assurance ผ่านแอปพลิเคชัน Origin QA และ (4) Service Excellence บริการหลังการขาย ทั้งห้องลูกค้าและการใช้ชีวิตของลูกค้าผ่านพันธมิตรของออริจิ้น

สำหรับปี 2568 บริษัทฯ มีแผนเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีการปรับกลยุทธ์ “7 กุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจ ภายใต้แนวคิดที่ว่า “Resilience Leads to Sustainable Growth : 7 Keys to Success” ดังนี้

1. เน้นรายได้จากธุรกิจหลัก (Focus on Mainstream Revenue) โดยการสร้างรายได้จากช่องทางที่บริษัทเชี่ยวชาญ ได้แก่

  • ธุรกิจที่อยู่อาศัยเพื่อขาย
  • ธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยว
  • ธุรกิจการบริการ
  • ธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้า

2. นำเสนอคุณค่าที่โดดเด่น (Unique Value Proposition) เป็นการสร้างจุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากคู่แข่ง ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ ดังนี้

  • คอนโดมิเนียมที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet Friendly): ตอบโจทย์คนรักสัตว์
  • คอนโดพร้อมบริการระดับโรงแรม: เพิ่มความสะดวกสบายเหมือนอยู่โรงแรม
  • โครงการพร้อมบริการด้านสุขภาพ (Wellness): เน้นดูแลสุขภาวะผู้อยู่อาศัย

3. การขยายตลาด (Market Expansion) โดยการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ดังนี้

  • ขยายฐานไปยัง ลูกค้าชาวต่างชาติ
  • ขยายฐานไปยัง กลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง (Wealth Customer)

4. การปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในองค์กร ทั้งกระบวนการทำงาน รวมไปถึง Customer Journey ทั้งหมด

5. การบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงิน (Financial Structure Management) โดยเน้นการสร้างความมั่นคงทางการเงิน โดยการ ลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) เป็นการควบคุมหนี้ไม่ให้สูงเกินไปเพื่อลดความเสี่ยง

6. การสนับสนุนด้านการเงินแก่ลูกค้า (Customer Financial Support) สำหรับการพัฒนาโซลูชันทางการเงินแบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินเชื่อหรือเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายขึ้น ในสภาวะที่กู้ยาก

7. ESG และการปฏิวัติสีเขียว (ESG & Green Revolution) บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และการกำกับดูแลที่ดี (Governance) ซึ่งบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง

เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล

บริษัทฯตระหนักดีว่าผู้ถือหุ้นนักลงทุนและองค์กรที่กำกับดูแลให้ความสำคัญกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการซึ่งถือเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นมากขึ้นดังนั้นบริษัทฯจึงให้ความสำคัญในการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและกรรมการชุดย่อยที่มีคุณภาพและสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯได้ในระยะยาว

บริษัทฯได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางในการคัดเลือกสรรหากรรมการโดยพิจารณาควบคู่ไปกับแนวปฏิบัติที่ดีในการสรรหาแต่งตั้งกรรมการของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยโดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนกำหนดคุณสมบัติของกรรมการชุดต่างๆและเน้นคุณสมบัติที่หลากหลายทั้งในด้านทักษะประสบการณ์ความสามารถในด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัทฯรวมทั้งกำหนดให้กระบวนการในการสรรหามีความโปร่งใส่เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอก

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาได้กำหนดองค์ประกอบของความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านที่จำเป็นต้องมีในคณะกรรมการของบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อมาช่วยให้คณะกรรมการในแต่ละชุดสามารถกำหนดนโยบายกลยุทธ์ให้เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทฯได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพโดยสรุปเป็นตารางความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการในแต่ละชุด (Board Skill Matrix) ได้ดังนี้

3.1 กรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 5 คน โดยมีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และไม่น้อยกว่า 3 คน กรรมการอิสระของบริษัทฯ จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดซึ่งมีความเข้มงวดไม่น้อยกว่าคุณสมบัติที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนและตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด ทั้งนี้กรรมการไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจะต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย โดยบริษัทฯ ได้จัดทำกฎบัตรคณะกรรมการบริษัทเพื่อคู่มือการทำงาน หรือ ธรรมนูญ ของคณะกรรมการบริษัท ที่กำหนดขอบเขต หน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อเป็นมาตรฐานและแนวปฎิบัติสำหรับคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติกฎบัตรคณะกรรมการบริษัท  พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ https://origin.co.th/ และได้ทบทวนเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

ทั้งนี้ข้อบังคับของบริษัทฯกำหนดให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

(1) ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับ 1 หุ้นต่อ 1 เสียง

(2)   ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตาม (1) เลือกตั้งบุคคลเดียวหรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ในกรณีที่เลือกตั้งบุคคลหลายคนเป็นกรรมการ จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้

(3)   บุคคลที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมี หรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้นให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาตารางความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการบริษัท (Board Skill Matrix) ตามรายชื่อคณะกรรมการบริษัท ณ วันที่  31 ธันวาคม 2568

ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย

นายสหัส ตรีทิพยบุตร

พล.. บุรีรัตน์ รัตนวานิช

นายนิวัติ ลมุนพันธ์

นายชินภัทร วิสุทธิแพทย์

นายพีระพงศ์ จรูญเอก

นางอารดา จรูญเอก

นางสาวกนกไพลิน วิไลแก้ว

รวม (คน)

ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจพัฒนาอสังริมทรัพย์

/

/

/

/

4

ความเชี่ยวชาญทางบัญชีและการเงิน

/

/

/

/

4

ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย

/

/

2

ความเชี่ยวชาญทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

/

/

/

3

ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับธุรกิจระหว่างประเทศ

/

1

ความรู้เชี่ยวชาญกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

/

/

/

/

/

5

ความเชี่ยวชาญด้านการขายและการตลาด

/

/

/

/

4

ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและการจัดการ

/

/

/

/

/

/

6

3.2 กรรมการอิสระ

กรรมการอิสระมีความสำคัญในฐานะตัวแทนที่ช่วยสร้างความโปร่งใสและถ่วงดุลอำนาจของบริษัทฯโดยทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์เพื่อปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างเป็นธรรมอีกทั้งยังช่วยให้คำปรึกษาด้วยมุมมองจากคนนอกที่เป็นกลางซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและขับเคลื่อนองค์กรตามหลักธรรมาภิบาลอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ จะคัดเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระโดยพิจารณาจากคุณสมบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศคณะกรรมการตลาดทุนรวมถึงประกาศข้อบังคับและ/หรือ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ จำนวนของกรรมการอิสระจะต้องมีอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และไม่น้อยกว่า 3 คน โดยรายละเอียดคุณสมบัติของกรรมการอิสระปรากฏใน ข้อ 8.1.1 การสรรหา พัฒนา และประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ

3.3 กรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท และจะต้องเป็นกรรมการอิสระของบริษัทฯ

คณะกรรมการตรวจสอบต้องมีจำนวนอย่างน้อย 3 ท่าน และมีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 ท่าน ที่มีความรู้ทางด้านการเงินและการบัญชี โดยกรรมการตรวจสอบต้องได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น และกรรมการตรวจสอบทุกคนต้องเป็นกรรมการอิสระ โดยมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...) ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ https://origin.co.th/ และได้ทบทวนเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 โดยกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee Charter) ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบมีความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ องค์ประกอบ คุณสมบัติ อำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบ ในการสนับสนุนด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ด้านกระบวนการรายงานทางการเงิน ระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน ระบบการบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีประสิทธิภาพ ปราศจากการขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงที่เพียงพอ เพื่อประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน มีการจัดทำรายงานทางการเงินเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินและมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ มีการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

คณะกรรมการตรวจสอบเป็นคณะกรรมการชุดย่อยของคณะกรรมการบริษัทซึ่งเป็นเครื่องมือหรือกลไกที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการตรวจสอบซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระจะช่วยแบ่งเบาภาระของคณะกรรมการบริษัทและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ตลอดจนเอื้อโอกาสให้ฝ่ายจัดการและผู้สอบบัญชีได้มีการปรึกษาหารือเพื่อจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและเพื่อให้รายงานทางการเงินมีการเปิดเผยอย่างครบถ้วนถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง การจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบมุ่งหวังเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และเพิ่มมูลค่าให้บริษัทในด้านต่างๆ ดังนี้

  • ความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือตลอดจนความโปร่งใสของรายงานทางการเงิน
  • ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทที่เพิ่มมากขึ้นโดยคณะกรรมการบริษัทจะคำนึงถึงความรับผิดชอบของตนเองต่อ
  • การกำกับดูแลการดำเนินการให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และนโยบายทางธุรกิจ
  • การปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • การจัดการและการควบคุมความเสี่ยงทางธุรกิจ
  • การจัดทำรายงานทางการเงินและการเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสม
  • การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน
  • การทำรายการระหว่างกันกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • แบ่งเบาภาระหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท โดยมอบหมายอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับการสอบทานกระบวนการ รายงานทางการเงิน การควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในให้คณะกรรมการตรวจสอบทั้งนี้จะเอื้อโอกาสให้คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาเรื่องต่างๆ ในเชิงลึก และเพิ่มประสิทธิภาพต่อการบริหารงานในด้านอื่นๆ
  • ปรับปรุงหน้าที่และกระบวนการของการตรวจสอบภายในและภายนอก และการสื่อสารระหว่างคณะกรรมการบริษัท หน่วยงานตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เสริมสร้างความเป็นอิสระของผู้ตรวจสอบภายใน และหน่วยงานตรวจสอบภายในให้สามารถแสดงความเห็นได้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่สูงขึ้น
  • เสริมสร้างให้ผู้สอบบัญชีดำรงความเป็นอิสระ และวางกรอบงานให้ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นได้อย่างตรงไปตรงมาในกรณีที่อาจมีความขัดแย้งกับฝ่ายจัดการ
  • เพิ่มคุณภาพของรายงานการตรวจสอบภายในให้ดีขึ้น
  • เพิ่มความแข็งแกร่งในบทบาทและอำนาจของกรรมการจากภายนอก
  • เสริมสร้างความเข้าใจของกรรมการ เกี่ยวกับขอบเขตของการตรวจสอบที่ถูกกำหนดไว้

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาตารางความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee Skill Matrix) ตามรายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบ ณ วันที่  31 ธันวาคม 2568

ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน

นายสหัส ตรีทิพยบุตร

พล.. บุรีรัตน์ รัตนวานิช

นายชินภัทร วิสุทธิแพทย์

รวม (คน)

ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจพัฒนาอสังริมทรัพย์

0

ความเชี่ยวชาญทางบัญชีและการเงิน

/

1

ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย

/

1

ความเชี่ยวชาญทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

/

1

ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับธุรกิจระหว่างประเทศ

/

1

ความรู้เชี่ยวชาญกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

0

ความเชี่ยวชาญด้านการขายและการตลาด

0

ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและการจัดการ

/

/

2

3.4 กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 ได้มีมติอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน โดยประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อกำหนดนโยบายด้านการสรรหาบุคคลที่จะเข้ามาเป็นกรรมการและผู้บริหารระดับสูง และกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเสนอชื่อให้คณะกรรมการ หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้ง นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการพิจารณาหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูงเพื่อให้มีความเหมาะสม และสะท้อนถึงความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารให้เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติกฎบัตรคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ https://origin.co.th/ เพื่อสร้างความโปร่งใสและกำหนดทิศทางในการทำงานของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และได้ทบทวนเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 โดยบริษัทฯ ได้กำหนด องค์ประกอบและการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ดังนี้

1) ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท โดยมีจำนวนตามที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควร ซึ่งจะประกอบด้วยกรรมการบริษัท และ/หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ มีจำนวนอย่างน้อย 3 คน โดยอย่างน้อยกึ่งหนึ่งต้องเป็นกรรมการอิสระ และประธานกรรมการบริษัทต้องไม่เป็นกรรมการในคณะกรรมการสรรหาฯ

2) กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมการบริษัท

3) ประธานกรรมการสรรหาฯ ต้องเป็นกรรมการอิสระ โดยอาจได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท หรือโดยกรรมการสรรหาฯ เลือกตั้งกรรมการสรรหาฯ คนหนึ่งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสรรหาฯ ก็ได้

4) คณะกรรมการสรรหาฯ สามารถแต่งตั้งพนักงานของบริษัทจำนวน 1 คน ทำหน้าที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการสรรหาฯ เพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานของคณะกรรมการสรรหาฯ เกี่ยวกับการนัดหมายการประชุม จัดเตรียมวาระการประชุม นำส่งเอกสารประกอบการประชุม และบันทึกรายงานการประชุม ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ มีอำนาจกำหนดค่าตอบแทน (เบี้ยประชุม) ให้แก่เลขานุการคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

5) ในกรณีที่คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการสรรหาฯ ควรมีการเปิดเผยข้อมูลของที่ปรึกษารายดังกล่าวไว้ในรายงานประจำปี รวมทั้งความเป็นอิสระ หรือไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

และ ได้กำหนด คุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ดังนี้

1) กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาฯ เป็นอย่างดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจและมีเวลาเพียงพอที่จะอุทิศความรู้ ความสามารถและปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บริษัทอย่างเต็มที่

2) กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

3) กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนไม่สามารถประกอบกิจการเข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าเป็นกรรมการในนิติบุคคลอื่นที่มีสภาพอย่างเดียวกันและ/หรือเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัท และ/หรือบริษัทย่อยไม่ว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือประโยชน์ของบุคคลอื่นเว้นแต่จะแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททราบก่อนที่จะมีมติแต่งตั้ง

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาตารางความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน (Skill Matrix) ตามรายชื่อคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ณ วันที่  31 ธันวาคม 2568

ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน

นายสหัส ตรีทิพยบุตร

พล.. บุรีรัตน์ รัตนวานิช

นายพีระพงศ์ จรูญเอก

รวม (คน)

ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจพัฒนาอสังริมทรัพย์

/

1

ความเชี่ยวชาญทางบัญชีและการเงิน

/

1

ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย

0

ความเชี่ยวชาญทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

/

1

ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับธุรกิจระหว่างประเทศ

0

ความรู้เชี่ยวชาญกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

/

1

ความเชี่ยวชาญด้านการขายและการตลาด

/

1

ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและการจัดการ

/

/

/

3

3.5 กรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหารได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท เพื่อสนับสนุนให้คณะกรรมการบริษัหารสามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี และทำหน้าที่ในการบริหารกิจการให้เป็นไปตามนโยบาย ข้อบังคับ หลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการพิจารณากลั่นกรองเรื่องต่างๆ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนติดตามการดำเนินนโยบายและแนวทางการบริหารงานต่างๆ ของบริษัทฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติกฎบัตรคณะกรรมการบริหาร พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ https://origin.co.th/ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 โดยคณะกรรมการบริหารมี องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหาร ดังนี้

1) คณะกรรมการบริหารต้องประกอบด้วยบุคคลที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ตามที่คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนได้เสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัท

2) องค์คณะของกรรมการบริหารของบริษัทจะประกอบไปด้วยผู้บริหารสูงสุดในสายงานต่าง ๆ และกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก โดยจะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน

3) ประธานคณะกรรมการบริหารต้องได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท

4) ให้เลขานุการบริษัทเป็นเลขานุการของคณะกรรมการบริหาร ยกเว้นคณะกรรมการบริหารกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาตารางความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการบริหาร (Skill Matrix) ตามรายชื่อคณะกรรมการบริหาร ณ วันที่  31 ธันวาคม 2568

ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน

นายนิวัติ ลมุนพันธ์

นายพีระพงศ์ จรูญเอก

นางอารดา จรูญเอก

นายปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์

นายเกรียงไกร กรีบงการ

นางสาวกนกไพลิน วิไลแก้ว

รวม (คน)

ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจพัฒนาอสังริมทรัพย์

/

/

/

/

4

ความเชี่ยวชาญทางบัญชีและการเงิน

/

/

2

ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย

/

1

ความเชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์

/

1

ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับธุรกิจระหว่างประเทศ

 

0

ความรู้เชี่ยวชาญกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

/

/

/

/

4

ความเชี่ยวชาญด้านการขายและการตลาด

/

/

2

ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและการจัดการ

/

/

/

/

/

5

3.6 กรรมการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงขึ้น เพื่อกำหนดนโยบายด้านการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งองค์กร รวมทั้งกำกับดูแลให้มีระบบหรือกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้บรรลุความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่บริษัทฯกำหนดไว้ รวมถึงมีการสนับสนุนการปฏิบัติงาน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย และเพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติกฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ https://origin.co.th/ และได้ทบทวนเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2558 เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 ได้มีมติอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยประกอบด้วย กรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อกำหนดนโยบายด้านการบริหารความเสี่ยง ดังนี้

1) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรายงานตรงต่อคณะกรรมการบริษัทฯ

2) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงประกอบด้วยกรรมการบริษัทฯ อย่างน้อย 3 ท่าน และต้องเป็นกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ท่าน

3) คณะกรรมการบริษัทฯ เป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง และให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติ ทักษะความสามารถทางด้านการบริหารความเสี่ยง หรือหัวหน้าหน่วยงานบริหารความเสี่ยง ดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาตารางความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Skill Matrix) ตามรายชื่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ณ วันที่  31 ธันวาคม 2568

ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน

นายสหัส ตรีทิพยบุตร

นางอารดา จรูญเอก

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย

รวม (คน)

ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจพัฒนาอสังริมทรัพย์

/

1

ความเชี่ยวชาญทางบัญชีและการเงิน

/

/

/

3

ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย

/

1

ความเชี่ยวชาญทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

/

1

ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับธุรกิจระหว่างประเทศ

/

1

ความรู้เชี่ยวชาญกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

/

1

ความเชี่ยวชาญด้านการขายและการตลาด

/

/

2

ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและการจัดการ

/

/

/

3

3.7 กรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน

เพื่อให้บริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยการส่งเสริมให้บริษัทฯ มีการบริหารจัดการที่เป็นไปตาม หลักธรรมาภิบาลที่ดีในระดับสากล (Good Corporate Governance: CG) คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้มีติแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน (“คณะกรรมการบรรษัทภิบาลฯ“) เพื่อกำกับดูแลงานด้านบรรษัทภิบาลและการพัฒนาด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ในการกำหนดนโยบาย และหลักเกณฑ์ สำหรับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินการตาม กลยุทธ์ ธุรกิจของบริษัทนั้นมีบรรษัทภิบาล โปร่งใส ยุติธรรมน่าเชื่อถือ และสามารถ ตรวจสอบได้ และมีความยั่งยืน โดยคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และผลตอบแทนระยะยาวของบริษัทฯ รวมทั้งการสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีไปปฏิบัติอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้าง ความมั่นใจ ให้แก่ทั้งผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 ได้มีมติอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และได้อนุมัติกฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ https://origin.co.th/ ซึ่งอยู่ระหว่างรอคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการทบทวนในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้องค์ประกอบคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน มีดังนี้

1) คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ประกอบด้วยกรรมการบริษัท (และ/หรือ บุคคลอื่นใดตามที่เห็นสมควร) มีจำนวนอย่างน้อย 3 คน ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระเป็นส่วนใหญ่

2) ประธานกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนควรเป็นกรรมการอิสระและได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท

3) คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน อาจแต่งตั้งเลขานุการคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน เพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานของคณะบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน เกี่ยวกับการนัดหมายการประชุม จัดเตรียมวาระการประชุม นำส่งเอกสารประกอบการประชุม และบันทึกรายงานการประชุม ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน มีอำนาจกำหนดค่าตอบแทนให้แก่เลขานุการคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ได้ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

4) คณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน อาจแต่งตั้งบุคคลใดตามที่เห็นสมควรให้เป็นที่ปรึกษาของคณะบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน

การแต่งตั้ง

คณะกรรมการบริษัท จะเป็นผู้พิจารณาและดำเนินการ แต่งตั้ง คณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 ท่าน และ กรรมการอื่น ๆ โดยจำนวนกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจะต้องได้รับการพิจารณาสรรหา คัดเลือก และเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมีความรู้ความชำนาญที่เหมาะสม รวมทั้งผ่านการพิจารณาประวัติแล้วโดยคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนของบริษัท  เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่กำหนดไว้ได้อย่าง มีประสิทธิภาพสูงสุด

คุณสมบัติของคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน

1) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

2) กรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ที่เป็นกรรมการอิสระต้องมีความเป็นอิสระตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทและยึดถือปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท

3) เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนและสามารถอุทิศเวลาอย่างเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนสำเร็จตามวัตถุประสงค์

นอกจากนี้เมื่อพิจารณาตารางความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาล (Skill Matrix) ตามรายชื่อคณะกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ณ วันที่  31 ธันวาคม 2568

ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน

นายชินภัทร วิสุทธิแพทย์

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย

นางอารดา จรูญเอก

รวม (คน)

ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจพัฒนาอสังริมทรัพย์

/

/

2

ความเชี่ยวชาญทางบัญชีและการเงิน

/

/

2

ความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย

/

/

2

ความเชี่ยวชาญทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

0

ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับธุรกิจระหว่างประเทศ

/

/

2

ความรู้เชี่ยวชาญกับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

/

1

ความเชี่ยวชาญด้านการขายและการตลาด

/

/

2

ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและการจัดการ

/

/

2

 

สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร

นอกจากบริษัทฯ จะให้ความสำคัญในการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการบริษัทแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการสรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นไปตามนโยบายและกลยุทธ์ที่คณะกรรมการกำหนด

ในการสรรหาผู้บริหารและบุคลากรคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้บริษัทฯมีการกำหนดทักษะประสบการณ์และคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับผู้บริหารและหรือบุคลการในแต่ละด้านไว้เป็นการเฉพาะเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการสรรหาบุคลากรที่ตรงตามความต้องการตามแผนการสรรหาของบริษัทฯ

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้มีอำนาจในการกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติในการสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯอันได้แก่ตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมประธานอำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

หลักเกณฑ์ในการสรรหาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯมี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นสมรรถนะด้านบริหาร (Managerial Competency) ประกอบไปด้วยทักษะภาวะผู้นำ ทักษะการจัดการเชิงกลยุทธ์ ทักษะการบริหารโครงการ ทักษะการบริหารความเสี่ยง และทักษะการบริหารธุรกิจ ส่วนที่สองเป็นสมรรถนะตามบทบาทหน้าที่ (Functional Competency) หมายถึง ความรู้ ทักษะและ คุณลักษณะที่ผู้บริหารจำเป็นต้องมี เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ เช่น ทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ทักษะด้านการออกแบบ ทักษะด้านการวางแผนและการจัดการ เป็นต้น

นโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของ CEO และผู้บริหารระดับสูง

คณะกรรมการสรรหายังกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนและประเมินผลของผู้บริหารระดับสูงอีกด้วยโดยค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสุงที่บริษัทฯจัดสรรให้นั้นมีทั้งค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอาทิเช่นเงินเดือนโบนัสสำหรับระยะสั้นรวมถึงใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯที่ออกให้แก่กรรมการผู้บริหารและพนักงาน (ESOP) ในระยะยาว และค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน เช่น สวัสดิการการรักษาพยาบาล การพัฒนาบุคลากรโดอยการอบรมทั้งภายในและภายนอก เป็นต้น

และทุกๆสิ้นไตรมาสและสิ้นปีจะมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงผู้บริหารและพนักงานตามเกณฑ์การประเมินที่กำหนดเพื่อให้ได้ผลการประเมินที่ตรงกับผลการดำเนินงานและสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ

ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ

เนื่องจากธุรกิจของบริษัทฯ เป็นการทำงานร่วมกันกับผู้มีส่วนได้เสียหลายฝ่าย การบริหารจัดการผลประโยชน์เป็นสิ่งที่บริษัทฯ ระมัดระวังและพยายามรักษาความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย โดยปฏิบัติตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้บริหาร คู่ค้า ลูกค้า เจ้าหนี้ รวมถึงสังคมโดยรวม

5.1 การเคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ

บริษัทฯตั้งมั่นในความยุติธรรมและความมีคุณธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆโดยไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้หนึ่งผู้ใดอย่างไม่เป็นธรรมไม่ใช้วิจารณญาณหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวตัดสินและให้โอกาสเท่าเทียมกันโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติสัญชาติศาสนาหรือเพศบริษัทฯตระหนักถึงความรับผิดชอบที่พึงมีต่อสังคมและชุมชนและถือเป็นภารกิจหลักที่จะสร้างสรรค์โครงการและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาสังคมและชุมชนโดยบริษัทฯได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายไว้ดังนี้

  • ผู้ถือหุ้น :  บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจของบริษัทฯ ให้เจริญเติบโต สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว และแบ่งปันผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสม รวมทั้งนำเสนอข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ทันเวลา และเท่าเทียมกัน
  • พนักงาน : บริษัทฯ จะปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ใช้ระบบการประเมินผลงาน (KPI) ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน และการประเมินแบบ 360 องศา เพื่อให้สะท้อนผลการปฏิบัติตามความเป็นจริง นอกจากนี้ผลจากการประเมินจะใช้ในการวางแผนการฝึกอบรม การสนับสนุนเรื่องการศึกษาต่อของพนักงาน และการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรม รวมทั้งบริษัทฯ ยังจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานและสวัสดิการต่างๆ กำกับดูแลเรื่องความปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดีในสถานที่ทำงาน ดังนี้

1) พิจารณาคัดเลือกพนักงานที่มีความรู้ ความสามารถภายในบริษัทฯ เพื่อบรรจุในตำแหน่งที่สูงขึ้นก่อนการสรรหาจากภายนอก โดยหากเป็นพนักงานจากภายนอก บริษัทฯ มุ่งสรรหาและคัดเลือกพนักงานที่มีความรู้ ความสามารถ มีทัศนคติที่ดี เข้ากับองค์กรได้มาร่วมงานกับบริษัทฯ ตามความจำเป็น และความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

2) ส่งเสริมความก้าวหน้าของพนักงาน โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาพนักงานอย่างชัดเจน และดูแลพนักงานทุกระดับ ให้ได้รับการพัฒนาตามทิศทางดังกล่าวอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำงานในหน้าที่ปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมในการรับผิดชอบงานที่สูงขึ้นในอนาคต

3) บริหารค่าจ้าง เงินเดือน และสวัสดิการ ให้เป็นไปโดยยุติธรรมและทัดเทียมกับบริษัทชั้นนำ และปรับปรุงให้มีความเหมาะสมกับสภาวะในปัจจุบันอยู่เสมอ และจะใช้ระบบคุณธรรม (Merit System) ในการเลื่อนขั้นเงินเดือน และการเลื่อนตำแหน่ง โดยพิจารณาความรู้ความสามารถ ผลงาน และศักยภาพของพนักงานแต่ละบุคคลประกอบกัน

4) ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม ให้พนักงานมีความร่วมมือ ร่วมใจกันทำงาน เสมือนหนึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญของบริษัทฯ ซึ่งทำให้ผลประการของบริษัทฯ สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ กำหนดแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

(1) กระบวนการสรรหาบุคลากร

บริษัทฯ มีการกำหนดคุณสมบัติของพนักงานอย่างชัดเจนตามลักษณะงาน ไม่นำความแตกต่างด้านเชื้อชาติ สีผิว เพศภาวะ ศาสนา สัญชาติ ภูมิหลังของบุคคล ความคิดเห็นทางการเมือง อายุหรือความทุพพลภาพ มาเป็นปัจจัยในการพิจารณาและตัดสินการจ้างงาน โดยจะคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามกระบวนการคัดเลือกตามวิธีการที่กำหนดไว้ นอกจากนี้หากมีตำแหน่งงานว่างลงหรือมีตำแหน่งงานใหม่เกิดขึ้น บริษัทฯ มีนโยบายที่จะสรรหาบุคลากรที่เหมาะสมจากพนักงานภายในของบริษัทฯ ก่อนการคัดเลือกจากบุคลากรภายนอก ยกเว้นแต่ไม่มีบุคคลที่เหมาะสม บริษัทฯ จึงจะคัดเลือกและบรรจุบุคคลภายนอก โดยจะสรรหาและคัดเลือกพนักงานที่มีความรู้ ความสามารถ มีทัศนคติที่ดี เข้ากับองค์กรได้มาร่วมงานกับบริษัทฯ ตามความจำเป็น และความเหมาะสมของแต่ละหน่วยงาน โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุด (รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน หัวข้อ 3.4.2 ผลการดำเนินงานด้านสังคม : การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล

(2) การฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรทุกระดับ โดยมีนโยบายการพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อฝึกฝนทักษะและเพิ่มพูนศักยภาพ และความสามารถของพนักงานโดยสนับสนุนทั้งการจัดการฝึกอบรมให้แก่พนักงานและมีสวัสดิการสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาต่อให้แก่พนักงานโดยให้โอกาสอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ มีการพัฒนาฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่องทั้งภายในและภายนอกบริษัท เช่น ให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานในการเพิ่มศักยภาพในการทำงาน และความรู้ด้านอื่นๆ ทั้งด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ การพัฒนาบุคลิกภาพของพนักงาน หรือสวัสดิการต่างๆ รวมถึงส่งพนักงานไปอบรมกับหน่วยงานต่างๆ ภายนอกบริษัทฯ เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะวิชาชิพเฉพาะ การอบรมของผู้บริหาร การอบรมของหน่วยงานกำกับบริษัทจดทะเบียน และการอบรมด้านกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ โดยนำความรู้ที่ได้มาใช้กับการทำงานหรือปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงกระตุ้นและสร้างเสริมความร่วมมือในการทำงานเป็นทีมรักษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมงานด้วยกันและระหว่างหัวหน้างานและผู้ปฏิบัติงาน  โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีการจัดเก็บชั่วโมงการอบรมของพนักงาน

 

ปี

จำนวนพนักงาน / คน

จำนวนการอบรมรวม (ชม.)

จำนวน ชม./คน

2559

396

5,203.5 ชั่วโมง

13.1 ชั่วโมงต่อคน

2560

706

8,930.0 ชั่วโมง

12.6 ชั่วโมงต่อคน

2561

949

12,480.0 ชั่วโมง

13.1 ชั่วโมงต่อคน

2562

1,243

6,901.0 ชั่วโมง

5.55 ชั่วโมงต่อคน

2563

1,345

772.0 ชั่วโมง

0.5 ชั่วโมงต่อคน*

2564

1,659

99,150.0 ชั่วโมง

59.76 ชั่วโมงต่อคน**

2565

2,069

21,315.0 ชั่วโมง

10.30 ชั่วโมงต่อคน

2566

1,328

26,946 ชั่วโมง

20.2 ชั่วโมงต่อคน

2567

1,330

27,058 ชั่วโมง

20.3 ชั่วโมงต่อคน

2568

694

14,839 ชั่วโมง

21.3 ชั่วโมงต่อคน

               *สถานการณ์โรคระบาด COVID-19

** ปรับรูปแบบเป็นการอบรวม Online มากขึ้นประมาณร้อยละ 75 ของหลักสูตรอบรม

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมความรู้แก่พนักงาน รวมไปถึงเรื่องของการสร้างความสุขในการทำงาน ด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี เพื่อให้พนักงานผ่อนคลายจากความเครียด และส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์อันดีของพนักงานในองค์กร เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ลดปัญหาเรื่องของการสื่อสารระหว่างแผนกในองค์กร โดยมีรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ (รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน หัวข้อ 3.4.2 ผลการดำเนินงานด้านสังคม : การฝึกอบรมพนักงาน)

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการให้ความรู้และทบทวนนโยบายต่างๆของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ให้พนักงานทบทวนนโยบายต่างๆของบริษัทฯ ด้วยตนเอง อาทิ นโยบายการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน นโยบายเกี่ยวกับการควบคุมภายใน ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ คู่มือการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร กฎบัตรคณะกรรมการต่างๆ ข้อบังคับของบริษัท ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน นโยบายความเป็นส่วนตัวด้านทรัพยากรบุคคล (พนักงาน) นโยบายในการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณทางธุรกิจ จรรยาบรรณคู่ธุรกิจ นโยบายสารสนเทศ นโยบายความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ นโยบายความเป็นส่วนตัว นโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด นโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตหรือคอร์รัปชั่น นโยบายบริหารความเสี่ยงองค์กร นโยบายการบริหารจัดการโครงสร้างธุรกิจและการแบ่งประเภทธุรกิจ นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนรวมถึงการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน มาตรการและแนวทางปฏิบัติในการประหยัดพลังงานและลดใช้ทรัพยากร นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับลูกค้า คู่มือการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบยั่งยืน และนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำการเผยแพร่นโยบายดังกล่าวบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ https://origin.co.th/corporate/about-origin-property/corporate-governance/cg-policy/companys-policies/

(3) การจ่ายผลตอบแทนในการทำงาน

บริษัทฯ จัดให้มีเงื่อนไขการจ้างงานที่เป็นธรรมสำหรับพนักงาน และให้พนักงานได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามศักยภาพ ตำแหน่งหน้าที่ และความรับผิดชอบ นอกจากนี้บริษัทฯ มีนโยบายพิจารณาปรับเพิ่มค่าตอบแทนตามเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนดไว้ด้วยความเป็นธรรม ให้โอกาสและผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อพนักงาน ซึ่งสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว โดยนอกจากเงินเดือนที่พนักงานได้รับเป็นประจำทุกเดือนแล้ว ในทุกต้นปี บริษัทฯ จะกำหนดเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจนร่วมกับพนักงานโดยมีดัชนีชีวัดความสำเร็จ (KPI) ในการคำนวณจ่ายค่าตอบแทนพิเศษประจำปี (โบนัส) หรือรายไตรมาส หรือรายเดือน โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์และนโยบายของบริษัท ณ ช่วงเวลานั้นๆ ทั้งยังจัดให้มีสวัสดิการอื่นๆ แก่พนักงาน และมีกิจกรรมสำหรับพนักงาน เช่น จัดงานปีใหม่และจับสลากให้รางวัลพิเศษกับพนักงานจำนวนมาก และกิจกรรมงานเลี้ยงกลางปีเพื่อมอบรางวัลให้แก่พนักงานและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กร (รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน หัวข้อ 3.4.2 ผลการดำเนินงานด้านสังคม : การกำหนดและบริหารค่าตอบแทน)

(4) สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน

บริษัทฯ จัดให้มีระบบการทำงานที่มุ่งเน้นความปลอดภัยและสุขอนามัยในสถานที่ทำงานอย่างเหมาะสม เช่น การกำหนดนโยบายมาตรฐานการปลอดภัยบริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการ โดยกำหนดให้พนักงานต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่ออยู่บริเวณพื้นที่ก่อสร้างโครงการ เพื่อระบบป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน การจัดให้มีสถานที่ทำงานที่สะอาดเพื่อความปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งจากอัคคีภัย และโรคภัย เป็นต้น ในส่วนของพนักงานบริษัทฯ จัดให้มีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล โครงการคลินิกสุขภาพ และประกันสุขภาพแบบกลุ่มให้กับพนักงานอีกด้วย (รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 3 การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน หัวข้อ 3.4.2 ผลการดำเนินงานด้านสังคม : การจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามันและสภาพแวดล้อมในการทำงาน)

(5) การปฎิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย

1.   ลูกค้า :  บริษัทฯ เอาใจใส่และรับผิดชอบต่อลูกค้า บริการลูกค้าด้วยความสุภาพ มีความกระตือรือร้น  พร้อมให้การบริการ ต้อนรับด้วยความจริงใจ เต็มใจ ตั้งใจ และใส่ใจ เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของบริษัทฯ อย่างถูกต้อง ดูแลผู้รับบริการดุจญาติสนิท บริการด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และน่าเชื่อถือ เน้นรักษาความลับของลูกค้า และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยมิชอบ บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิพื้นฐานของผู้บริโภค อาทิ การผลิตที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ และบริการหลังการขายที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด อีกทั้งยังมุ่งมั่นทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมของโครงการอาคารชุดให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ (Unique Design) รวมถึงการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานห้องชุดที่คุ้มค่า (Best Function Unit Plan Design) จัดตั้ง Call Center เบอร์ 02 0300 000 เพื่อตอบคำถาม ข้อร้องเรียน และข้อสงสัยเพื่อเป็นช่องทางให้ลูกค้าสามารถติดต่อกับบริษัทฯ ได้โดยตรง

ทั้งนี้ในปี 2568 ไม่มีกรณีหรือเหตุการณ์ที่บริษัทถูกร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าพร้อมระบุแนวทางการจัดการ

2.   คู่ค้า : การซื้อสินค้าและบริการจากคู่ค้าเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้า รวมถึงปฏิบัติต่อคู่ค้าตามสัญญาที่ตกลงกันและยึดมั่นตามหลักกฎหมาย และปฏิบัติต่อคู่ค้าตามหลักกการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG) โดยบริษัทฯ มีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน (Standard Operation Procedure : SOP) ในการจัดซื้อ จัดจ้างผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา ที่ปรึกษาโครงการ เพื่อให้คู่ค้าของบริษัทได้มีโอกาศเข้ามาประมูลงานตามขั้นตอน และเป็นการคัดเลือกคู่ค้าที่เหมาะตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด รวมถึงการประกาศจรรยาบรรณคู่ธุรกิจเพื่อส่งเสริมแนวความคิดเรื่องการดำเนินและพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนไปยังคู่ค้าของบริษัทอีกด้วย

  • คู่แข่ง : บริษัทฯ มีนโยบายและการปฏิบัติต่อคู่แข่งอย่างรับผิดชอบ โดยการไม่ทำข้อตกลงกับคู่แข่งหรือผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่เป็นการผูกขาดหรือลดการแข่งขันในตลาด การไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งด้วยวิธีที่ไม่สุจริต โดยบริษัทฯ ยึดหลักการประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี ไม่ใช้วิธีการที่ไม่สุจริตเพื่อทำลายคู่แข่งทางการค้าการแข่งขันจะไปเป็นอย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ จากการปฏิบัติในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทฯไม่มีข้อพิพาทกับคู่แข่ง

  • เจ้าหนี้ : บริษัทฯมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่ต่อเจ้าหนี้ด้วยความรับผิดชอบโปร่งใสและเป็นธรรมดังนี้

การปฏิบัติต่อเจ้าหนี้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม: บริษัทฯ ปฏิบัติต่อเจ้าหนี้ ทั้งเจ้าหนี้ทางการค้าหรือเจ้าหนี้สถาบันการเงินอย่างเสมอภาค เป็นธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย โดยการชำระคืนหนี้ให้ตรงตามกำหนดเวลา เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกลุ่มบริษัทต่อคู่ค้าและสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้

การปฏิบัติตามสัญญาและเงื่อนไข: บริษัทฯ ปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกับเจ้าหนี้สถาบันการเงินครอบคลุมทั้งเรื่องวัตถุประสงค์การใช้เงิน การชำระเงินต้นและดอกเบี้ย และเงื่อนไขการค้ำประกัน โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารเงินทุน เพื่อรักษาความมั่นคงแข็งแรงของฐานะการเงิน และให้มีสภาพคล่องพอเพียงในการชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ได้ตามกำหนดเวลา มีการรายงานฐานะและข้อมูลทางการเงินแก่เจ้าหนี้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันด้วยความถูกต้องและโปร่งใสอย่างสม่ำเสมอ

กรณีผิดเงื่อนไขหรือชำระไม่ได้: กรณีที่ไม่สามารถรักษาสถานะหรือปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ด้วยเหตุผลใดๆ อันอาจเป็นเหตุของการผิดสัญญา กลุ่มบริษัทจะแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบโดยทันที เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน

  • ชุมชน สังคม และสิทธิมนุษยชน : บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อมของชุมชน สังคม และสิทธิมนุษยชน รวมทั้งให้การสนับสนุนกิจกรรมในชุมชนเพื่อเกื้อกูลสังคมในวาระและโอกาสที่เหมาะสม เป็นไปตามโครงการช่วยเหลือสังคม (CSR) ที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการตลอดมา อีกทั้งจะไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และจะดูแลเอาใจใส่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีนโยบายที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เสริมสร้างคุณภาพ อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน ตลอดจนรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ นอกจากนี้ คณะกรรมการจะติดตามและรับทราบผลการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนภาพรวมของบริษัททุกปี เพื่อระบุและเฝ้าระวังความเสี่ยงใหม่ๆ (Emerging Risks) ที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการดำเนินงาน หรือตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ซึ่งอาจจะเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีกระบวนการตรวจสอบที่ต่อเนื่องสอดคล้องกับมาตรฐานสากล  (รายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ ความรับผิดชอบต่อสังคม ว่าด้วยนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี และรายงานการประเมินความเสี่ยง)
  • หน่วยงานราชการหรือภาครัฐ : บริษัทฯ ให้ความร่วมมือกับหน่วงานราชการหรือภาครัฐในการปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับและข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และไม่ข้องเกียวกับการเสนอให้ สัญญาว่าจะให้ ให้คำมั่น เรียกร้อง ให้หรือรับซึ่งเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสมแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพนักงานรัฐ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชนหรือผู้มีหน้าที่ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม และไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดๆ เพื่อให้หน่วยงานหรือบุคคลดังกล่าวกระทำหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้มาหรือรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท ตนเอง ครอบครัว เพื่อนและคนรู้จัก หรือเพื่อประโยชน์ของธุรกิจโดยมิชอบ ตลอดจนกรณีที่มีการจ้างเจ้าหน้าที่รัฐในฐานะที่ปรึกษาหรือกรรมการ โดยบริษัทฯ จะปฎิบัติตามระเบียบหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องการกับจัดจ้างบุคคลในตำแหน่งดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม

บริษัทฯ ให้ความมั่นใจต่อนักลงทุน โดยการเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทฯ อย่างถูกต้องครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส และเท่าเทียมกัน ทั้งข้อมูลทางการเงินและผลการดำเนินงาน ส่วนข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องได้รับการดูแลโดยกฎระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนวิธีปฏิบัติของบริษัทฯ เพื่อป้องกันไม่ให้ความลับของบริษัทฯ รั่วไหลไปยังคู่แข่งทางการค้า ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...) และข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยนอกจากจะเปิดเผยข้อมูลผ่านแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 : ONE REPORT) แล้ว ข้อมูลส่วนใหญ่ได้นำเสนอทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  และเว็บไซต์ของบริษัทฯ  ซึ่งช่วยให้ผู้ถือหุ้น ลูกค้า นักวิเคราะห์ นักลงทุน และผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและเชื่อถือได้

บริษัทฯกำหนดให้มีหน่วยงานและบุคคลที่จะประสานและให้ข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้นผู้สนใจจะลงทุนกับบริษัทฯและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรวมทั้งยังเปิดโอกาสให้มีการชี้แจงพบปะและตอบข้อซักถามโดยผู้บริหารของบริษัทฯ

6.1 การรายงานทางการเงิน

คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำรายงานทางการเงินรวมของบริษัทฯควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีตลอดจนสารสนเทศที่เสนอต่อผู้ถือหุ้นในรายงานประจำปีดูแลคุณภาพของรายงานทางการเงินรวมทั้งงบการเงินรวมของบริษัทฯให้มีการจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปมีการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดและมีความเป็นอิสระดูแลให้บริษัทฯเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจัดการดูแลให้รายงานทางการเงินรวมของบริษัทฯมีความถูกต้องครบถ้วนเป็นจริงและมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญเพียงพอครบถ้วนสมเหตุสมผลและเป็นที่เชื่อถือได้

คณะกรรมการบริษัทได้ดูแลให้บริษัทฯมีฝ่ายตรวจสอบซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบทุกหน่วยงานของบริษัทฯเป็นระยะเพื่อให้มีการบันทึกข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนมีการปฏิบัติงานตามมาตรฐานและมีความสุจริตตามนโยบายที่บริษัทฯกำหนดและไม่ดำเนินการใดอันเป็นการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยกำหนดให้มีการรายงานผลการตรวจสอบภายในให้แก่ทางคณะกรรมการบริหารคณะกรรมการตรวจสอบรับทราบรวมถึงติดตามผลจากการเข้าตรวจสอบอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งให้กรรมการอิสระ 3 ท่าน เป็นกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่ในการสอบทานให้บริษัทฯ มีรายงานทางการเงินที่ถูกต้องชัดเจน และทันเวลา สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนพิจารณาการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ และระเบียบของบริษัทฯ พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส และทันเวลา ตามข้อกำหนดของการเป็นบริษัทจดทะเบียน ในกรณีที่มีรายการที่เกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ บริษัทฯ จะนำเสนอคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อให้พิจารณาความเหมาะสมและความสมเหตุสมผลก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

โดยในปีที่ผ่านมาไม่มีกรณีบริษัทฯถูกขึ้นเครื่องหมายโดยหน่วยงานกำกับดูแลเช่นก... หรือ ตลท. เกี่ยวกับการส่งรายงานทางการเงินรายไตรมาส และ/หรือ รายปี ล่าช้า และ/หรือ ไม่มี กรณีที่บริษัทฯ ถูกสั่งแก้ไขงบการเงิน โดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น ก... เกี่ยวกับถูกสั่งแก้ไขงบการเงินรายไตรมาส และ/หรือ รายปี

6.2  การบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ในการทำหน้าที่พิจารณาและนำเสนอนโยบาย แผนงาน และผลการปฏิบัติงานตามแผนต่อคณะกรรมการบริษัท โดยนโยบายบริหารความเสี่ยง ครอบคลุมถึงทุกหน่วยงานในบริษัทฯ และครอบคลุมปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ เป้าหมาย กลยุทธ์ทางธุรกิจ การเงิน การผลิต และการปฏิบัติงานด้านอื่นๆ รวมถึงสามารถพิจารณาถึงโอกาสที่จะเกิดและระดับความรุนแรงของผลกระทบ กำหนดมาตรการในการแก้ไขและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และกำหนดมาตรการในการรายงานและการติดตามประเมินผล

ทั้งนี้ในปี 2568 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีบทบาทที่สำคัญตามที่คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัทมอบหมาย ในการพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยภายนอกองค์กร เนื่องจากปีที่ผ่านมามีมาตรการ นโยบายต่างๆ ที่ส่งอาจผลกระทบต่อการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงร่วมกับฝ่ายจัดการได้ร่วมกันหาแนวทางให้ข้อเสนอแนะมาตรการที่ครอบคลุมเพื่อให้บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงและจัดเตรียมแนวทางในการป้องกันอย่างถี่ถ้วน ( รายละเอียดเพิ่มเติมใน ส่วนที่ 1 หัวข้อที่ 2 การบริหารจัดการความเสี่ยง)

6.3 การควบคุมภายใน

คณะกรรมการบริษัทจัดให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมทุกด้านทั้งด้านการเงิน การปฏิบัติงาน การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจัดให้มีกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการปกป้องรักษา และดูแลเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นและสินทรัพย์ของบริษัทฯ อยู่เสมอ จัดให้มีการกำหนดลำดับขั้นของอำนาจอนุมัติและความรับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงานที่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลในตัวกำหนดระเบียบการปฏิบัติงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับการบริหารงาน โดยบริษัทฯ มีหน่วยงานตรวจสอบภายในทำหน้าที่ประเมินระบบควบคุมภายใน และสอบทานการปฏิบัติงานทั้งหน่วยงานธุรกิจและหน่วยงานสนับสนุนให้เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานตรวจสอบภายในขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อนำมารายงานให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ

นอกจากนี้บริษัทฯได้ว่าจ้างบริษัทเคพีเอ็มจีภูมิไชยจำกัดที่เป็นหน่วยงานตรวจสอบภายในที่เป็นอิสระเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้นซึ่งหน่วยงานตรวจสอบภายในจะรายงานตรงไปยังคณะกรรมการตรวจสอบ

ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการกำหนดการตรวจสอบภายในตามหน่วยงานและมีการว่าจ้างผู้ตรวจสอบฉพาะทางเข้ามาดูระบบการทำงาน การบริหารงานของแต่ละหน่วยงานอีกด้วย ซึ่งจะเปิดเผยชื่อหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน ปรากฎตามรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 2 หัวข้อที่ 9 การควบคุมภายใน

6.4 การทำรายการของกรรมการ

1)  บริษัทฯ กำหนดเป็นนโยบายให้กรรมการเปิดเผยรายงานการซื้อขายหุ้น การถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ให้ทราบทุกครั้ง

2)  บริษัทฯ กำหนดเป็นนโยบายให้กรรมการต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

3)  บริษัทฯ กำหนดเป็นนโยบายว่าการทำรายงานระหว่างกันที่สำคัญต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ

ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทมีการพิจารณานโยบายที่เกี่ยวข้องกับการทำรายงานของกรรมการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อเป็นการทบทวนหรือปรับปรุงหลักเกณฑ์ อาทิเช่น การแจ้งล่วงหน้าก่อนมีการซื้อขายหลักทรัพย์ การรับทราบระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นต้น และในทุกไตรมาส เลขานุการบริษัทจะแจ้งกรรมการและผู้บริหาร ให้ทราบเกี่ยวกับนโยบายและกำหนดเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ก่อนการเปิดเผยงบการเงิน 30 วัน และหลังเปิดเผยงบการเงินอีก 1 วัน (24 ชม.)

สำหรับ ตารางแสดงการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารทั้งทางตรงและทางอ้อม ในระหว่างปีที่ผ่านมา เป็นดังนี้

รายชื่อ

ตำแหน่ง

สัดส่วนการถือหุ้น 31 .. 2567 (%)

สัดส่วนการถือหุ้น 31 .. 2568 (%)

สัดส่วนการเปลี่ยนแปลง

1.

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย

ประธานกรรมการ, กรรมการบริหารความเสี่ยง, กรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน

2.

นายสหัส ตรีทิพยบุตร

กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ, กรรมการบริหารความเสี่ยง กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

0.036

0.036

3.

พลอากาศเอกบุรีรัตน์ รัตนวานิช

กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ, ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

0.000

0.000

4.

นายชินภัทร วิสุทธิแพทย์

กรรมการอิสระ, กรรมการตรวจสอบ, ประธานกรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน

5.

นายนิวัติ ลมุนพันธ์

กรรมการ, ประธานกรรมการบริหาร

6.

นายพีระพงศ์ จรูญเอก

กรรมการ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

29.68

29.68

7.

นางอารดา จรูญเอก

กรรมการ, ประธานอำนวยการ, กรรมการกำกับดูแลบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน

10.68

10.68

8.

นางสาวกนกไพลิน วิไลแก้ว

กรรมการ, กรรมการบริหาร, ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน

0.006

0.006

9.

..ภคนง ไตรนุรักษ์

*ภรรยา ของนายปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม, ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ

0.035

0.035

10.

นายเกรียงไกร กรีบงการ

ประธานเจ้าหนาที่บริหารร่วม, ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบริหารงานก่อสร้าง, ประธานเจ้าหน้าที่สายงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์

0.004

0.004

11.

นายอภิสิทธิ์ สุทรชูเกียรติ

ประธานเจ้าหน้าที่สายงานตลาดและการขาย

0.005

0.005

12.

นางสาวจารุณี กุณาสิทธิ์

ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการบัญชี

13.

บริษัท ทุนพีรดา จำกัด

*ถือหุ้นทางอ้อมโดย นายพีระพงศ์ จรูญเอก และนางอารดา จรูญเอก

25.21

25.21

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้กรรมการบริษัทมีหน้าที่รายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องให้บริษัททราบ รวมทั้งกำหนดให้มีการรายงานการมีส่วนได้เสียของผู้บริหารระดับสูงและผู้ที่มีความเกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัทอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทำการซื้อขาย และหากกรรมการหรือผู้บริหาร ดำเนินการ ซื้อ ขาย หรือ โอน หุ้นสามัญ และ/หรือ ใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant) ของบริษัทฯ จะต้องยื่นรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ทำรายการ พร้อมทั้งแจ้งให้บริษัททราบทันทีทุกครั้ง และมอบหมายให้เลขานุการบริษัทรายงานการเปลี่ยนแปลงโดยจัดทำรายงานสรุปการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทฯ และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบต่อไป โดยบริษัทฯ ได้กำหนดไว้ในกฎบัตรคณะกรรมการบริษัท ในหัวข้อ 7.2.3 “บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท

รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล

7.1 เลขานุการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีเลขานุการบริษัทขึ้นโดยแต่งตั้งนางสาวคริมาจรูญสกุลวงศ์ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการบริษัทและเป็นเลขานุการบริษัทเพื่อให้การบริหารงานของบริษัทฯดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยมีหน้าที่และความรับผิดชอบหลักดังนี้

1)  ให้คำแนะนำและสนับสนุนงานของคณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

2)  ดูแลให้มีการดำเนินการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งติดตามให้นโยบายและข้อแนะนำของคณะกรรมการบริษัท มีผลในทางปฏิบัติ

3)  รับผิดชอบในการจัดทำและจัดเก็บเอกสารสำคัญต่าง ๆ

4)  กำกับดูแลให้บริษัทฯและคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการปฏิบัติตามข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่างๆที่เกี่ยวข้อง

5)  ติดต่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้น และดูแลผู้ถือหุ้นอย่างเหมาะสม

6)  ติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

7) รับผิดชอบด้านงานกำกับดูแลการปฎิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance) ได้แก่ ดูแลการปฎิบัติงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและ/หรือประกาศข้อบังคับ และ/หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องของตลาดหลักทรัพย์ฯ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการสื่อสารกฎเกณฑ์และกฎหมายเกี่ยวข้องกับตลาดทุนและ/หรือตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้หน่วยงานภายในของบริษัทฯ ทราบ

7.2 งานนักลงทุนสัมพันธ์

บริษัทฯ จัดให้มีนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) ทำหน้าที่รับผิดชอบในการให้บริการและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของบริษัทฯ ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ทั้งพนักงาน ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ นักวิเคราะห์อย่างเท่าเทียมกัน เป็นธรรม และทั่วถึง ผ่านกิจกรรมสื่อสารที่หลากหลาย

ข้อมูลติดต่อสื่อสารกับนักลงทุนสัมพันธ์

นางสาวพิชชา คุณะไชยโชติ

หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์

บริษัทออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้จำกัด (มหาชน)

ที่อยู่ : ชั้น 20 อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค เลขที่ 4345 ถนนสุขุมวิท

แขวงบางนาเขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 

อีเมล์ : [email protected]

เว็บไซต์  : https://origin.co.th

โทรศัพท์ : (662) 030 0000

Fax:(662) 029 1939

สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น

บริษัทฯได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนในหมวดสิทธิของผู้ถือหุ้นซึ่งสอดคล้องกับหลักปฏิบัตินี้ในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันในทุกๆด้าน

8.1 สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯตระหนักดีถึงความสำคัญของผู้ถือหุ้นจึงให้ความสำคัญเคารพสิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทุกรายด้วยความเป็นธรรมตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทฯและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องสิทธิพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นได้รับอย่างเสมอภาคกันประกอบด้วยสิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นสิทธิในการมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนสิทธิในการเสนอเพิ่มวาระการประชุมสิทธิในการเสนอรายชื่อบุคคลเป็นกรรมการสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งหรือถอดถอนกรรมการเป็นรายบุคคลสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในกิจการต่างๆของบริษัทฯสิทธิในการรับส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลอย่างเท่าเทียมสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและซักถามในที่ประชุมผู้ถือหุ้นสิทธิที่จะได้รับสารสนเทศอย่างเพียงพอทันเวลาและเท่าเทียมกันตลอดจนการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงได้อย่างเต็มที่และในกรณีที่มีเหตุการณ์ใดที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทฯหรือผู้ถือหุ้นรายอื่นบริษัทฯจะทำการเปิดเผยข้อมูลสารสน  เทศให้ทราบโดยทันที ทั้งนี้บริษัทฯ ยังได้ดูแลอย่างใกล้ชิดในการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว รวมถึงหลักเกณฑ์อื่นๆ ที่กฎหมายกำหนด เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยคณะกรรมการของบริษัทฯ

8.2 การประชุมผู้ถือหุ้น

1.) ในการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะกำหนดวัน เวลาและสถานที่จัดประชุมทั้งในเรื่องสถานที่ และเวลาที่เหมาะสมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันในการเข้าร่วมประชุม โดยบริษัทฯ จะไม่จัดประชุมในวันหยุดนักขัตฤกษ์ และจะเริ่มประชุมในช่วงเวลาที่เหมาะสมและสะดวกกับการเข้าร่วมประชุม และผู้ถือหุ้นทุกคนสามารถส่งหลักฐานการลงทะเบียน หรือหนังสือมอบฉันทะมายังบริษัทฯ ล่วงหน้าเพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนวันประชุม นอกจากนี้บริษัทฯ จะเลือกสถานที่จัดประชุมที่สะดวกในการเดินทางมาร่วมประชุมของผู้ถือหุ้น และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทงสามารถเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ มีการส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการประชุมผู้ถือหุ้น ปัจจุบันบริษัทฯ มีการจัดการประชุมทั้งแบบ Physical และแบบ E-meeting และเพื่อช่วยส่งเสริมความโปร่งใสในการประชุมมากยิ่งขึ้น

กรณีจัดประชุมแบบ Physical: บริษัทฯ จะมีการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบ หรือ พยาน/สักขีพยานที่เป็นอิสระ ทำการตรวจสอบการนับคะแนนเสียง และระบุตัวตน (ชื่อนามสกุล) ของผู้ตรวจสอบในการนับคะแนน

กรณีจัดประชุมแบบ E-meeting: บริษัทฯ จะระบุชื่อผู้ให้บริการหรือระบบที่ใช้ดำเนินการจัด E-AGM และระบุว่าระบบที่ได้รับการรับรองจาก ETDA หรือ ระบุว่าระบบที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ETDA แต่ไม่ได้รับการรับรอง

การเสนอวาระ หรือ คำถาม หรือ เสนอรายชื่อกรรมการ

บริษัทฯจัดให้มีช่องทางให้ผู้ถือหุ้นเสนอวาระที่ต้องการนำเข้าที่ประชุมหรือส่งคำถามที่ต้องการให้ตอบในที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ล่วงหน้าหรือเสนอรายชื่อกรรมการก่อนการประชุมโดยแจ้งเป็นจดหมายข่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯและเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปีและในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทฯจะมีการอธิบายเหตุผลในกรณีที่ไม่ได้พิจารณาวาระที่เสนอมาใส่เป็นวาระการประชุมหรือไม่ได้ตอบคำถามที่ส่งมาล่วงหน้าในกรณีที่ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอวาระหรือส่งคำถามบริษัทฯจะแจ้งในที่ประชุมว่าไม่มี  รวมทั้งกรณีที่ไม่ได้พิจารณารายชื่อกรรมการที่เสนอมาใส่ในรายชื่อกรรมการที่ให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ ในกรณีที่ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอรายชื่อกรรมการเข้ามาให้แจ้งในที่ประชุมว่า ไม่มี

2.) ระเบียบวาระการประชุมและการจัดส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นในหนังสือนัดประชุมจะประกอบด้วยข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่างๆอย่างเพียงพอโดยระบุระเบียบวาระการประชุมไว้เป็นเรื่องๆอย่างชัดเจนและมีการขออนุมัติแต่ละเรื่องแยกจากกันกรณีหากมีการรวมวาระการประชุมจะขออนุมัติแยกกันเช่นในวาระการเลือกตั้งกรรมการและค่าตอบแทนกรรมการเป็นต้นในแต่ละวาระจะระบุวัตถุประสงค์และเหตุผลพร้อมกับความเห็นของคณะกรรมการในทุกวาระเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ศึกษาข้อมูลอย่างครบถ้วนล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น

สำหรับวาระค่าตอบแทนกรรมการบริษัทฯจะนำเสนอค่าตอบแทนกรรมการทุกรูปแบบทั้งค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินและสิทธิประโยชน์อื่นๆให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปีโดยจะระบุจำนวนเงินค่าตอบแทนกรรมการแต่ละตำแหน่งแยกตามประเภทค่าตอบแทน (เช่น ค่าตอบแทนประจำ เบี้ยประชุมรายครั้ง โบนัส/ บำเหน็จรายปี) เพื่อประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้น

ในวาระแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯจะมีการระบุชื่อพร้อมแนบประวัติย่อของกรรมการแต่ละคนที่จะเสนอแต่งตั้งอย่างครบถ้วนได้แก่ 1. ชื่อนามสกุล 2. อายุ 3. ประวัติการศึกษาและประวัติการทำงาน 4. จำนวนบริษัทที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ ต้องแยกเป็นหัวข้อบริษัทจดทะเบียน และบริษัททั่วไป 5. หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา 6. ประเภทของกรรมการที่เสนอ เช่น กรรมการ/กรรมการอิสระ/กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร/กรรมการที่เป็นผู้บริหาร เป็นต้น 7. และในกรณีเป็นการเสนอชื่อกรรมการเดิมกลับเข้าดำรงตำแหน่งใหม่ ต้องมี ข้อมูลการเข้าร่วมประชุมในปีที่ผ่านมา และ 8. วันที่ เดือนและปีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของบริษัทนี้ (อย่างน้อยต้องระบุ เดือนและปี)

ในวาระแต่งตั้งผู้สอบบัญชีมีการระบุชื่อผู้สอบบัญชีบริษัทที่สังกัดประสบการณ์ความสามารถและประเด็นเกี่ยวกับความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีรวมทั้งค่าบริการไว้ครบถ้วนชัดเจนประกอบด้วย 1. ชื่อบริษัทสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัด 2. ชื่อผู้สอบบัญชีที่เสนอให้แต่งตั้ง 3. ประสบการณ์และข้อมูลความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชี 4. ค่าบริการของผู้สอบบัญชี

ในวาระอนุมัติจ่ายเงินปันผลมีการเปิดเผยนโยบายการจ่ายเงินปันผลอัตราเงินปันผลที่เสนอจ่ายพร้อมทั้งเหตุผลและข้อมูลประกอบการพิจารณาดังนี้

1. กรณีที่ให้จ่ายเงินปันผล

1.1 นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทของบริษัทที่ระบุเป็นร้อยละ

1.2 จำนวนเงินปันผลที่เสนอจ่ายพร้อมเหตุผล

2. กรณีที่เสนอให้งดจ่ายเงินปันผลต้องมี

2.1 นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทของบริษัทที่ระบุเป็นร้อยละ

      2.2 เหตุผลที่งดจ่ายเงินปันผล เช่น มีผลขาดทุนสะสม ขาดทุนสุทธิ เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาด้วย

ในวาระพิจารณาแต่งตั้งกรรมการบริษัทฯจะเสนอชื่อกรรมการให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเป็นรายบุคคลโดยการแจกแจงชื่อสกุลของกรรมการ และผลการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นรายบุคคล

โดยปกติบริษัทฯไม่มีกรณีการเพิ่มวาระอื่นๆที่ไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าในการประชุมผู้ถือหุ้นหลังจากส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นแต่หากกรณีที่มีการเสนอเพิ่มวาระหลังจากจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นไปแล้วบริษัทฯจะมีการแจ้งเป็นจดหมายข่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์ฯล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวาระนั้นกำหนดไว้

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเผยแพร่หนังสือนัดประชุมพร้อมทั้งข้อมูลประกอบการประชุมตามวาระต่างๆ ล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นตามระยะเวลาที่กฎหมาย ประกาศ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด พร้อมนโยบายในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น และรายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ สำหรับการเข้าร่วมประชุม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษบนเว็บไซต์  https://origin.co.th/ ของบริษัทฯ และเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนวันประชุม และจัดส่งทางไปรษณีย์ให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 28 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น รวมถึงได้ประกาศลงในหนังสือพิมพ์ติดต่อกัน 3 วัน และ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้อง เพียงพอภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองได้ บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนตนได้ โดยใช้หนังสือมอบฉันทะที่บริษัทฯ ได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม รวมทั้งการใช้งานระบบประชุมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้น คำอธิบายของเอกสารหรือหลักฐานของผู้ถือหุ้นที่ต้องแสดงตนเพื่อเข้าประชุม (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์) การส่งเอกสารและลงทะเบียนยืนยันตัวตนผู้ถือหุ้นวิธีการเข้าร่วมประชุมในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้ ก่อนวันประชุม และ ในวันประชุม ทางบริษัทฯ จัดให้มีเจ้าหน้าที่และตัวแทนของที่ปรึกษากฎหมายเพื่อทำการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของหนังสือมอบฉันทะและเอกสารประกอบ อาทิเช่น สำเนาบัตรประชน สำเนาหนังสือเดินทาง หรือบัตรข้าราชการในกรณีบุคคลธรรมดา และหนังสือรับรองบริษัท สำเนาบัตรกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ในกรณีนิติบุคคล และในกรณีที่ปีใดเป็นการจัดประชุมผ่านระบบออนไลน์ (E-AGM) เมื่อผ่านการตรวจสอบสิทธิแล้ว บริษัทจะจัดส่ง ชื่อผู้ใช้ (Username) และรัหัสผู้ใช้ (Password) พร้อม Web Link ในการเข้าสู่ระบบการประชุมในแก่ผู้ถือหุ้นและ/หรือผู้รับมอบฉันทะทางอีเมล

3.) บริษัทฯ จัดเตรียมอากรแสตมป์เพื่อติดในหนังสือมอบฉันทะให้แก่ผู้รับมอบฉันทะ หรือกรรมการอิสระโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้น

4.) บริษัทฯ ส่งเสริมให้คณะกรรมการบริษัท ประธานคณะกรรมการชุดย่อยทุกท่านเข้าร่วมประชุม โดยประธานกรรมการบริษัททำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ผู้สอบบัญชีภายนอกหรือตัวแทน ที่ปรึกษากฎหมายหรือตัวแทน เข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังความเห็น ตอบข้อซักถามจากผู้ถือหุ้นโดยพร้อมเพรียงกัน

5.) ในการประชุมผู้ถือหุ้น ก่อนเริ่มการประชุม บริษัทฯ จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นรับทราบถึงจำนวนและสัดส่วนของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม ทั้งที่มาด้วยตนเองและมอบฉันทะเพื่อรับทราบถึงองค์ประชุมที่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้ทางผู้ดำเนินการประชุมจะอธิบายวิธีการประชุม การลงคะแนนเสียงและการนับคะแนนเสียงในแต่ละวาระ ระบุว่าในแต่ละวาระมีการใช้บัตรลงคะแนนเสียง/e-meeting หรือใช้ระบบที่ช่วยในการนับคะแนนเสียง เช่น ใช้วิธีการลงนับคะแนนเสียงแบบบาร์โค้ด (Barcode) สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีแบบปกติ และ การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี แบบออนไลน์ใช้วิธีการลงนับคะแนนเสียงแบบ E-Voting โดยที่ประชุมจะพิจารณาและลงคะแนนเรียงตามวาระที่กำหนดโดยไม่เปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญหรือเพิ่มวาระการประชุมในการประชุมอย่างกะทันหันและเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเท่าเทียมกันในการตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทฯสอบถามแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆและกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามในที่ประชุมด้วย

ในกรณีที่บริษัทฯ มีหุ้นมากกว่าหนึ่งประเภท (One class of shares) บริษัทฯ จะเปิดเผยถึงสิทธิในการออกเสียงของหุ้นแต่ละประเภท เช่น กรณีบริษัทฯ มีเพียงหุ้นสามัญประเภทเดียวเท่านั้น (จะพิจารณาเป็น not applicable)  หรือกรณีที่บริษัทฯ มีหุ้นประเภทอื่นนอกเหนือจากหุ้นสามัญ เช่น หุ้นบุริมสิทธิ บริษัทฯ จะเปิดเผยถึงสิทธิในการออกเสียงของหุ้นแต่ละประเภท

6.) บริษัทฯ เพิ่มช่องทางในการรับทราบข่าวสารของผู้ถือหุ้นผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยนำข่าวสารต่างๆ และรายละเอียดไว้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ https://origin.co.th/โดยเฉพาะในกรณีหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นให้เผยแพร่ล่วงหน้าก่อนวันประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถดาวน์โหลดข้อมูลระเบียบวาระการประชุมได้อย่างสะดวกและครบถ้วน

7.) ภายหลังการประชุม บริษัทฯ จะทำการเผยแพร่มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมผลการลงคะแนนเสียงในวันทำการถัดจากวันประชุมผู้ถือหุ้น เว็บไซต์ของบริษัทฯ https://origin.co.th/ และ/หรือ เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่มาประชุม และไม่ได้เข้าร่วมการประชุมได้รับทราบผลการประชุมโดยทันทีและเท่าเทียมกัน

8.) รายงานการประชุม การจดบันทึกรายงานการประชุม ให้บันทึกให้ครบถ้วน ถูกต้อง รวดเร็ว โปร่งใส และบันทึกประเด็นซักถามและข้อคิดเห็นที่สำคัญไว้ในรายงานการประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ โดยในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะบันทึกชื่อนามสกุล พร้อมตำแหน่งของกรรมการ กรรมการชุดย่อย โดยตำแหน่งของประธานคณะกรรมการชุดย่อย และผู้บริหารต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุม โดยเฉพาะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะเปิดเผยว่ามีการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามและบันทึกคำถามคำตอบไว้ ประกอบด้วย บันทึก ชื่อนามสกุล ของผู้ถามและผู้ตอบ ทั้งนี้กรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่ประสงค์จะเปิดเผย ชื่อนามสกุล บริษัทฯ จะระบุข้อความว่าผู้ถือหุ้นที่ไม่ประสงค์จะออกนามกรณีที่ไม่มีผู้ถาม ต้องมีการบันทึกไว้ว่าประธานเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามแล้ว แต่ไม่มีผู้ใดสอบถามเพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าประชุมได้รับทราบ รวมถึงบันทึกกรณีที่มี/ไม่มีการเสนอวาระ หรือ คำถาม หรือ เสนอรายชื่อกรรมการก่อนการประชุม

ทั้งนี้ในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทฯจะบันทึกมติที่ประชุมไว้อย่างชัดเจนพร้อมทั้งคะแนนเสียงในทุกๆวาระที่ต้องมีการลงคะแนนเสียงประกอบด้วยมติของที่ประชุมในแต่ละวาระและจำนวนคะแนนเสียงที่ได้รับในแต่ละวาระโดยระบุเห็นชอบไม่เห็นชอบงดออกเสียงและ/หรือ บัตรเสีย (แล้วแต่กรณี)

จากนั้นบริษัทฯ จะนำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้พิจารณา รวมถึงนำส่งรายการประชุมดังกล่าวไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการประชุมผู้ถือหุ้น พรอมทั้งนำส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ ตามระยะเวลาที่กฎหมาย ประกาศ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด พร้อมทั้งให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้ามาตรวจสอบและแจ้งแก้ไขได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทฯ ทำการเผยแพร่รายงานการประชุมให้รับทราบ กรณีที่มีการขอแก้ไข/เพิ่มเติมรายงานการประชุม บริษัทฯ จะพิจารณาแก้ไข/เพิ่มเติม และแจ้งผลการแก้ไข/เพิ่มเติมให้ผู้ถือหุ้นรับทราบทุกครั้ง

9.) เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการได้รับเงินปันผลโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร (ถ้ามีการจ่ายเงินปันผล) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นให้ได้รับเงินปันผลตรงเวลา ป้องกันปัญหาเรื่องเช็คชำรุด สูญหาย หรือส่งถึงผู้ถือหุ้นล่าช้า

บริษัทฯส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิในด้านต่างๆและไม่กระทำการใดๆอันเป็นการละเมิดสิทธิหรือลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น

สำหรับปี 2568 บริษัทฯ จัดประชุมผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 1 ครั้ง โดยบริษัทฯ ได้จัดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ผ่านระบบจัดการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท โอเจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.. 2563 ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประชุมและสามารถส่งคำถามหรือให้ข้อเสนอได้ตลอดระยะเวลาการประชุม ในการประชุมดังกล่าว ไม่มีการเพิ่มวาะอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุมให้ทางที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา ซึ่งจะมีการเปิดเผยไว้ในรายงานการประชุมทุกครั้ง และมีการแจ้งวิธีการลงนับคะแนนเสียงก่อนการประชุม และในทุกวาระการประชุม ประธานที่ประชุมจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถามหรือแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 นาที ก่อนที่จะทำการลงคะแนนและเปิดเผยผลการลงคะแนนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงในแต่ละวาระ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 นาที พร้อมบันทึกไว้ในรายงานการประชุม

อนึ่ง ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ไม่มี การจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้รุ่นใดๆ นอกจากนี้กรณีหากมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ บริษัทฯ ไม่มีการให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นกู้ในลักษณะที่เป็นการจูงใจให้ลงคะแนนทางใดทางหนึ่งเป็นการเฉพาะ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบเงิน สิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใด ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เฉพาะรายที่ได้มีการออกเสียงลงคะแนนตามแนวทางที่บริษัทได้มีการจูงใจดังกล่าว

8.3 ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น   

คณะกรรมการบริษัทถือเป็นหน้าที่ในการดูแลให้ผู้บริหารและพนักงานทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมีความสำนึกในหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบต่อผลของการปฏิบัติงานเพื่อทำให้ผู้ถือหุ้นมีความเชื่อถือและยอมรับในการตัดสินใจว่าการดำเนินการใดๆกระทำด้วยความเป็นธรรมและคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย

         นอกจากนี้ ยังต้องให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของตนไม่ว่าจะด้วยการแสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ และออกเสียงลงมติร่วมตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่างๆ รวมทั้งการเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัท และกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ  การจัดสรรกำไร และการจ่ายเงินปันผล รวมถึงการแต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีในที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยบริษัทฯ ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามความเป็นจริง ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการนั้น คณะกรรมการบริษัทต้องเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี และต้องนำเสนอนโยบายในการกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทเพื่อประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้นด้วย

ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ไม่มีกรณีฝ่าฝืน/ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการซื้อหุ้นคืน/การกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกัน/ การไม่เปิดเผยข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น รวมทั้งบริษัทฯ ไม่มีกรณีที่บริษัทฯ ถูกเปรียบเทียบปรับ กล่าวโทษ หรือมีการดำเนินการทางแพ่ง โดยหน่วยงานกำกับดูแล เช่น ก... หรือ ตลท. เกี่ยวกับเรื่อง ดังต่อไปนี้

1. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันในเรื่องการซื้อหุ้นคืน

2. การกีดกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกัน

3. การไม่เปิดเผยถึงข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders agreement) ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทหรือผู้ถือหุ้นรายอื่น