การบริหารจัดการคู่ค้า

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งมิติ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล เพื่อพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพและส่งมอบสินค้า และบริการที่ดีและตรงกับความต้องการของลูกค้าไปพร้อมกับการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาล ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกฝ่าย

การบริหารจัดการคู่ค้า

การบริหารห่วงโซ่อุปทาน (ORIGIN-SUPPLY CHAIN MANAGEMENT)

ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการบริหารห่วงโซ่อุปทานเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งของการดำเนินธุรกิจให้ยั่งยืนและบรรลุตามเป้าหมายที่องค์กรกำหนด ออริจิ้นตระหนักดีว่าธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญกับการบริหารห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่การหาแหล่งเงินทุนที่ดี การมีคู่ค้า(ผู้ร่วมทุน/สถาบันการเงิน ; Vendors/Supplierที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอด้วยต้นทุนที่เหมาะสมในการพัฒนาโครงการเพื่อส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของลูกค้า 

บริษัทจึงมุ่งเน้นการดำเนินงานด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน และนวัตกรรมทางธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและสังคม โดยการเชื่อมโยงกระบวนการจัดการห่วงโซ่อุปทาน กับกลยุทธหลักทางธุรกิจ ดังนี้

นโยบายและเป้าหมายการจัดการด้านความยั่งยืน

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความสำคัญการสร้างที่อยู่อาศัย โดยมีแนวคิดการออกแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องการอยู่ร่วมกันกับสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและเหมาะสมให้กับผู้อยู่อาศัย บริษัทฯ ตระหนักการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุม ทั้งมิติ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล เพื่อพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ส่งมอบสินค้าและบริการที่ดีให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าไป พร้อมกับการนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาล ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกฝ่ายภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติทางด้านความยั่งยืน โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  • มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทฯ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาล และการดำเนินธุรกิจตามหลักการ กำกับดูแลกิจการที่ดี
  • มุ่งพัฒนาทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และบริหารจัดการผลกระทบทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ
  • มุ่งพัฒนาการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ตามแนวทางพัฒนาที่ยั่งยืน

นโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัทฯ กำหนดขึ้นโดยพิจารณาจากวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ครอบคลุมเพื่อเป็นแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการพัฒนาการดำเนินงานที่คำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environmental Social and Governance : ESG Enhancement) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goal, UN SDGs) เพื่อพัฒนาการดำเนินธุรกิจให้มีแนวทางในการจัดการที่ยั่งยืนและสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติทางด้านความยั่งยืนสำหรับ 5 ปี (2566-2571) เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจโดยมีสาระสำคัญดังนี้

  • มิติเศรษฐกิจ มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามหลักการดูแลกำกับกิจการที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เท่าเทียม มีคุณธรรม จริยธรรม และเปิดเผยข้อมูลในการดำเนินงานอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ โดยยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักบรรษัทภิบาล
  • มิติสังคม มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ปกป้องสิทธิของแรงงาน ความปลอดภัย สุขอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ควบคู่ไปกับการพัฒนาความรู้ ความสามารถที่จำเป็นในการทำงานให้กับพนักงาน รวมถึงการมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตอีกระดับให้กับผู้อยู่อาศัย ใส่ใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเพื่อการพัฒนาไปสู่สังคมอย่างยั่งยืน
  • มิติสิ่งแวดล้อม มุ่งพัฒนาทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และบริหารจัดการผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

Origin Core Valueเป้าหมายความยั่งยืนการดำเนินงาน
Optimize
เพิ่มผลงานยอดเยี่ยม
โครงการที่ส่งมอบให้ลูกค้าได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานการก่อสร้างลูกค้าประเมินคุณภาพโครงการที่รับมอบ โดยมีคะแนนประเมินไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่บริษัทฯกำหนด
Responsive
พร้อมปรับเปลี่ยนฉับไว
การบริหารจัดการและประเมินความเสี่ยงในธุรกิจให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้การประเมินความเสี่ยงที่สำคัญทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจและมีการทบทวนความเสี่ยงอย่างน้อยปีละครั้งหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ส่งผลกระทบอย่างเป็นนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ
Innovation
เพิ่มคุณค่าสรรสร้างสิ่งใหม่
พัฒนานวัตกรรมที่สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียงการใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียงและการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
Growth
เติบใหญ่ไปพร้อมกัน
บุคลากรได้รับการพัฒนาตามแผนการพัฒนาบุคลากรพนักงานมีชั่วโมงการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
Integrity
ซื่อสัตย์สุจริต
พนักงานดำเนินงานตามแนวปฏิบัติจรรยาบรรณธุรกิจพนักงานในทุกระดับได้ปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ และบริษัทฯ ไม่พบข้อร้องเรียนด้านจรรยาบรรณธุรกิจ
Neat
ร่วมกันคิดประณีตในงาน
โครงการที่ได้การรับรองมาตรฐาน ด้านสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึง ผลกระทบทางสังคม และสิ่งแวดล้อมโครงการที่ออกแบบเพื่อลดการใช้พลังงาน
Service Excellence
เต็มที่ในการบริการ
ความพึงพอใจของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ในแต่ละปีข้อชมเชยที่เพิ่มขึ้น และข้อร้องเรียนลดลง
Teamwork
ร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว
อัตราความผูกพันของพนักงาน ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีการประเมินความผูกพนักงานและอัตรา การลาออกที่ลดลงในแต่ละปี
 

การบริหารจัดการคู่ค้า

บริษัทออริจิ้นพร็อพเพอร์ตี้จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานไม่เพียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน หรือป้องกันผลกระทบ หรือชื่อเสียงขององค์กร แต่เพื่อเพิ่มความโปร่งใส คู่ค้าจึงเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างยั่งยืน ดังนั้นการบริหารจัดการคู่ค้าเพื่อให้สามารถส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพยึดหลักการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการมีความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม (ESG) ถือเป็นการเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจและสามารถบริการจัดการความเสี่ยงในระบบห่วงโซ่อุปทานเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ได้กำหนดจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ (Supplier Code of Conduct) รวมถึงนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ( Sustainable Procurement Policy) โดยมุ่งหวังให้คู่ค้านำไปปรับใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับการดำเนินงานตามบริบทคู่ค้าโดยครอบคลุมถึงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมการบริหารจัดการที่คำนึงถึงการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมสังคมและธรรมาภิบาลเพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน

จรรยาบรรณคู่ธุรกิจ : https://origin.co.th/wp-content/uploads/2024/05/20230118-ori-suppliers-code-of-conduct-th.pdf

นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน : https://origin.co.th/wp-content/uploads/2025/09/Sustainable-Procurement-Policy-Sep25.pdf

กระบวนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

บริษัทฯได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินการ โดยประยุกต์ใช้ในกิจกรรมภายในของบริษัทฯ เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ช่วยเพิ่มโอกาสลดความเสี่ยงและเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยมีการกำหนดกระบวนการดำเนินการบริหารจัดการคู่ค้าอย่างยั่งยืน ดังนี้

1.กระบวนการสรรหาและคัดเลือกคู่ค้า คู่ค้าต้องผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากเกณฑ์คุณสมบัติเบื้องต้นที่ทางบริษัทฯ กำหนดขึ้น เช่น คุณภาพสินค้า ชื่อเสียง ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน ประสบการณ์ทำงาน สถานะความมั่นคงทางการเงิน รวมถึงประเมินด้าน ESG (สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม) ของคู่ค้า

2.การขึ้นทะเบียนคู่ค้าใหม่ คู่ค้ารายใหม่จะต้องทำแบบประเมินตนเอง โดยการประเมินคู่ค้าจะครอบคลุมทั้งความเสี่ยงคู่ค้าด้าน ESG  ด้านคุณภาพ และการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และต้องรับทราบจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ (Supplier Code of Conduct)

3.การประเมินผลสำหรับคู่ค้ารายปัจจุบัน บริษัทฯมุ่งพัฒนาธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปร่วมกันกับคู่ค้า โดยมีการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน ประเมินผลงานคู่ค้าและความเสี่ยงทุก ๆ 6 เดือน และการคัดกรองคู่ค้า เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพสินค้าและบริการที่มีคุณภาพมอบให้แก่ลูกค้าได้อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการประเมินพิจารณา 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ในประเด็นคุณภาพสินค้าและบริการ หลักในการดำเนินธุรกิจ จริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต การปฏิบัติภายใต้กฎหมาย ดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชน การใช้แรงงาน การจัดการในด้านสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ความพึงพอใจในการดำเนินงาน โดยบริษัทฯ จะทำการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของคู่ค้าประจำปี รวมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติในการประเมินคู่ค้าทั้งก่อนและภายหลังการซื้อขาย ให้สามารถวัดผลและจัดเกรดคู่ค้าในแต่ละหมวดหมู่ได้ โดยกำหนดให้ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างเป็นผู้ประเมินศักยภาพคู่ค้าก่อนการซื้อขายเพื่อคัดกรองคู่ค้าที่มีผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ออกจาก Approved Vendor List

เกณฑ์การให้คะแนนและผลการประเมินในปี 2568 สรุปได้ดังนี้

เกณฑ์คะแนนที่ได้

ผลการประเมินปี 2567

ผลการประเมินปี 2568

เกรด A ได้คะแนนช่วง 80-100 คะแนน

คู่ค้าชั้นดี เป็นคู่ค้าที่บริษัทฯ จะดำเนินการซื้อขายด้วยเป็นกลุ่มแรก

50 ราย

34 ราย

เกรด B ได้คะแนนช่วง 70-79 คะแนน

184 ราย

184 ราย

เกรด C ได้คะแนนช่วง 60-69 คะแนน

69 ราย

98 ราย

เกรด D ได้คะแนนช่วง 50-59 คะแนน

10 ราย

5 ราย

เกรด F ได้คะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน

นำเสนอคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อขอตัดออกจาก AVL

4 ราย

3 ราย

4.การจำแนกประเภทคู่ค้า บริษัทฯได้มีการทบทวนและจำแนกประเภทคู่ค้าหลัก (Critical Tier1 Supplier) และการจัดหมวดคู่ค้าที่จัดหาสินค้าและงานบริการให้กับคู่ค้าหลัก (Critical Non-Tier 1 Supplier) โดยมีเงื่อนไขดังนี้

กลุ่มคู่ค้าหลัก

เงื่อนไข

Critical Tier 1 Supplier

มูลค่าสั่งซื้อสะสมสูงสุด 80%

เป็นส่วนประกอบหลักมีความสำคัญสูงในการพัฒนาโครงการ

คู่ค้าหลักของบริษัท

Critical Non-Tier 1 Supplier

เป็นส่วนประกอบหลักมีความสำคัญสูงในการพัฒนาโครงการ

ขนาดของกิจการ ขนาด L

คู่ค้าหลักของบริษัท

โดยในปีนี้สามารถสรุปผลการดำเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างได้ดังนี้

การดำเนินการ

ผลการดำเนินการปี 2567

ผลการดำเนินการปี 2568

จำนวนคู่ค้าทั้งหมด (มูลค่าการสั่งซื้อ)

1,200 ราย (4,495,729,729 บาท)

1,253 ราย (5,110,223,506 บาท)

จำนวนคู่ค้ารายสำคัญ Critical Tier 1 (มูลค่าการสั่งซื้อ)

14 ราย (2,926,733,721 บาท)

14 ราย (2,941,507,887.56 บาท)

คู่ค้ารายใหม่ได้รับการตรวจประเมินก่อนการซื้อขายด้วยปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล (ESG)

100%

100%

คู่ค้ารายใหม่ต้องรับทราบจรรยาบรรณคู่ธุรกิจ (Supplier Code of Conduct) ก่อนดำเนินการขึ้นทะเบียนในระบบ

100%

100%

On site Survey คู่ค้ารายสำคัญ

14 ราย (จำนวนทั้งหมด 14 ราย)

14 ราย (จำนวนทั้งหมด 14 ราย)

คู่ค้าดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและความเป็นธรรมทางธุรกิจ

100%

100%

คู่ค้าดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ

100%

100%

คู่ค้าดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

100%

100%

คู่ค้าดำเนินการด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม

91%

91%

คู่ค้าให้ความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลและทรัพย์สินทางปัญญา

100%

100%

คู่ค้าให้ความสำคัญในการคุ้มครองแรงงานและสิทธิมนุษยชน ไม่เลือกปฏิบัติเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

100%

100%

คู่ค้าดำเนินการโดยให้ความสำคัญในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

100%

100%

ผลการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ลูกค้าปัจจุบัน

ไม่พบความเสี่ยง

ไม่พบความเสี่ยง

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายการดำเนินการ On-site ESG Audit คู่ค้ารายสำคัญของบริษัทให้ได้ ร้อยละ100 ของผู้ค้ากลุ่ม Critical Tier 1 ซึ่งมีทั้งหมด 14 ราย ซึ่งตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และในปี 2569 มีเป้าหมายในการ audit คู่ค้าใน Tier 1 ครบ 100%  โดยจากการ On-site ESG Audit คู่ค้ารายสำคัญ คู่ค้าของบริษัท ฯ ได้ร่วมแสดงพลังแห่งความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการปฏิบัติตามมาตรฐานที่เรากำหนดได้ครบถ้วนทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินธุรกิจด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และยึดมั่นในความเป็นธรรม การส่งมอบสินค้าและบริการที่ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐานที่วางไว้ ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของแรงงานอย่างรอบด้านและยังแสดงให้เห็นถึงความตระหนักใน คุณค่าของสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเกื้อหนุนต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังยึดมั่นในเจตนารมณ์การ ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน อย่างเด็ดขาด ผลการปฏิบัติที่ครบถ้วนสมบูรณ์นี้ เป็นมากกว่าตัวเลข 100% แต่คือ เครื่องยืนยันถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างบริษัทและคู่ค้า ในการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใส เชื่อถือได้ และก้าวไปสู่อนาคตแห่งความยั่งยืนร่วมกัน และในปี 2568 ทางบริษัทฯ ได้มีการทำแบบสอบถามเพื่อประเมินความเสี่ยงด้าน ESG กับคู่ค้า พบว่าไม่มีความเสี่ยงด้าน ESG ที่เกิดจากคู่ค้าทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม  และบรรษัทภิบาล (ESG Risk) ที่เกิดจากคู่ค้า

นอกจากนี้ บริษัทมีการกำหนดเกณฑ์ในการชำระเงินสินเชื่อการค้า หรือ Credit Term ภายในระยะเวลา 15-60 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทของคู่ค้า เช่น ผู้รับเหมารายย่อย ได้รับ 15 วัน คู่ค้าสำหรับสินค้าหรือ อุปกรณ์อื่น ๆได้รับ  30 วัน ที่ผ่านมาบริษัทดำเนินการชำระเงินให้แก่คู่ค้าเฉลี่ยอยู่ที่ 15-45 วัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้ยืนหยัดดำเนินการประเมินคู่ค้าอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งผลลัพธ์ที่ปรากฏสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่างบริษัทและคู่ค้าในการรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม และเป็นไปเพื่อความยั่งยืน ในทุกปี คู่ค้าใหม่ทุกรายได้รับการตรวจสอบอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งยอมรับ จรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ก่อนเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ขณะที่คู่ค้าสำคัญก็ได้รับการตรวจสอบภาคสนามอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานยังคงยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ผลการประเมินในประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความซื่อสัตย์สุจริต คุณภาพของสินค้าและบริการ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การเคารพสิทธิมนุษยชน และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ยังคงอยู่ในระดับ ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างต่อเนื่อง แม้ในด้านการปฏิบัติตามข้อกฎหมายสิ่งแวดล้อมจะยังมีบางส่วนที่อยู่ระหว่างการปรับปรุง โดยผลการประเมินล่าสุดอยู่ที่ 91% แต่บริษัทได้ดำเนินการติดตามและวางแนวทางพัฒนาอย่างจริงจัง เพื่อให้คู่ค้าทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติได้ครบถ้วนในอนาคตอันใกล้ ผลการดำเนินงานที่สม่ำเสมอเช่นนี้ ไม่เพียงตอกย้ำถึงความเข้มแข็งของระบบการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังสะท้อนถึง ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และพันธกิจร่วมกัน ที่บริษัทและคู่ค้าได้ร่วมสร้างขึ้น เพื่อก้าวไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

การพัฒนาการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของคู่ค้า

บริษัทฯ ดำเนินกิจกรรมพัฒนาคู่ค้าอย่างยั่งยืนผ่านการกำหนดมาตรฐานด้าน ESG การประเมินและติดตามผลการดำเนินงานของคู่ค้า การเสริมสร้างองค์ความรู้และศักยภาพ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับทางคู่ค้า เพื่อยกระดับคู่ค้าให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน

ผลการดำเนินงานประจำปี 2568

  • โครงการเสริมสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าในด้านการพัฒนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกันอย่างเป็นระบบ

เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพทางธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ Workshop การพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานของบริษัทฯ พร้อมยกระดับมาตรฐานในการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารงานด้านห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ผ่าน 2 โครงการหลักดังนี้

  • โครงการอบรมให้ความรู้กับทางคู่ค้าเรื่องของการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงเชิญชวนให้คู่ค้าเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน” (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption: CAC) จุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงเรื่องการคอร์รัปชันส่งผลร้ายและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร และเพื่อแสดงเจตนารวมณ์ร่วมกันใน

การสร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร โดยมีคู่ค้าเข้าร่วม จำนวน 45 บริษัทในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

  • โครงการพัฒนาทักษะบุคลากรในด้านสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองต่อการให้บริการลูกค้าขั้นพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการนำบุคลากรผู้เชี่ยวชาญของคู่ค้ามาให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพแก่พนักงาน อาทิเช่น อบรมเรื่องระบบแอร์ , ระบบลิฟต์ และการก่อสร้าง พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นจากลูกค้า เพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงสินค้าของตน เพื่อให้ตอบโจทย์และตรงกับ

ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้ โดยในปี 2568 ได้มีการจัดทำโครงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับคู่ค้า ทั้งหมด 3 หลักสูตร รวมผู้เข้าอบรมทั้งหมดจำนวน 65 คน และก่อให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ

จากความร่วมมือดังกล่าวส่งผลดีในแง่ของการพัฒนาด้านกลยุทธ์ขององค์กรบริษัทฯและคู่ค้าจะสามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืนโดยผลของการดำเนินงานส่วนหนึ่งจะถูกประเมินผ่านการ On-site ESG Audit ประจำปี เพื่อเป็นตัวประเมิน และเป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการคัดเลือกผู้ร่วมงานในอนาคต โดยเน้นคู่ค้าที่ให้ความสำคัญครอบคลุมและดำเนินงานตาม นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (Sustainable Procurement Policy) ซึ่งประกอบไปด้วย ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เป็นต้นเพื่อให้การดำเนินงานตลอดทั้งกระบวนการมีมาตรฐานเดียวกันและสามารถลดความเสี่ยงทางธุรกิจในระยะยาว

  • โครงการยกระดับศักยภาพและมาตรฐานการดำเนินงานของผู้รับเหมาให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กรภายใต้กรอบ

ESG และการกำกับดูแลที่ดี เน้นเรื่องให้ความสำคัญกับแผนบริหารจัดการขยะและของเสียในไซต์งาน (Waste Management Plan) โดยได้นำหลักแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรในการก่อสร้าง เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในโครงการก่อสร้าง สนับสนุนในการใช้สิ่งของหรือทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม มีการวางแผนลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ลดการเกิดของเสีย สนับสนุนการจัดการขยะ และนำทรัพยากรมาหมุนเวียนใช้ซ้ำ เน้นก่อสร้างแบบผลิตหรือประกอบชิ้นส่วนของงานก่อสร้างสำเร็จรูป(Pre-fabrication) เพื่อลดเศษวัสดุที่เหลือจากขบวนการก่อสร้าง ลดเวลาและความเสี่ยงในทำงานที่หน้างาน หรือนำวัสดุที่ผ่านการผลิตซ้ำกลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยในปี 2568-2569 มีเป้าหมายในเรื่องของการจัดการขยะในโครงการก่อสร้างให้เกิดขยะน้อยที่สุด ให้เกิดการหมุนเวียนใช้ซ้ำให้มากที่สุด หรือเพื่อนำมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์ ส่งผ่านให้แก่ชุมชนและสังคมผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม รวมถึงนำมาใช้ในโครงการระหว่างการก่อสร้าง

การบริหารความเสี่ยงคู่ค้า

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงคู่ค้า (Vendor Risk Management) เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ ควบคุมคุณภาพงาน และสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยบริษัทฯ ดำเนินการคัดเลือก ประเมิน ติดตาม และควบคุมความเสี่ยงของคู่ค้าอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมด้านคุณภาพ ความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และแนวทางด้าน ESG ตามนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ

ยกตัวอย่าง กรณีผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัทฯ จะมีการตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงประวัติการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน ประกอบเพิ่มเติมและนอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านการเงิน โดยกำหนดงวดการชำระเงินและขั้นตอนการอนุมัติอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ช่วยลดความเสี่ยงด้านการเงินและป้องกันการทุจริต

บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านแรงงาน ต้นทุน และความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ สถานการณ์สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน อันอาจส่งผลต่อภาคก่อสร้าง ต้นทุนการดำเนินงาน และระยะเวลาการส่งมอบโครงการ เพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ มีการติดตามสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารจัดการร่วมกับคู่ค้าและผู้รับเหมาอย่างต่อเนื่อง โดยกระจายแหล่งจัดหา ลดการพึ่งพาผู้จำหน่ายหรือแหล่งผลิตเพียงรายเดียว รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาแหล่งผลิตภายในประเทศ และจัดเตรียมแผนสำรองด้านทรัพยากรในกรณีฉุกเฉิน  นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการบริหารจัดการแผนงานก่อสร้างและการจัดซื้อวัสดุให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อระยะเวลาดำเนินโครงการ และรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การคัดสรรคู่ค้าและแหล่งผลิตใหม่ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ยังเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ของทีมจัดซื้อและจัดจ้าง เพื่อส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้จำหน่ายรายใดรายหนึ่ง

บริษัทฯ มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการประเมินคู่ค้า การตรวจสอบคุณภาพงาน การติดตามข้อร้องเรียน และการตรวจประเมินหน้างาน (Site Audit) เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าดำเนินงานได้ตามมาตรฐานที่บริษัทฯ กำหนด หากพบประเด็นความเสี่ยงหรือข้อบกพร่อง บริษัทฯ จะร่วมกับคู่ค้าจัดทำแผนปรับปรุงและแก้ไข (Corrective Action Plan: CAPA) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต

จากผลการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงคู่ค้าในช่วงปี 2565 – 2568 บริษัทฯ ไม่พบประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG ที่เกิดจากคู่ค้า ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และบรรษัทภิบาล รวมถึงไม่พบเหตุการณ์หรือข้อร้องเรียนที่มีนัยสำคัญจากคู่ค้ากลุ่ม Critical Tier 1 และ Non-Critical Tier 1 ตลอดระยะเวลา 4 ปีย้อนหลัง สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารจัดการคู่ค้า และความร่วมมือของคู่ค้าในการดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานและแนวทางด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และคำนึงถึงความยั่งยืนในทุกมิติ อันเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างคุณภาพโครงการ ความเชื่อมั่นของลูกค้า และการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว