รีไฟแนนซ์คอนโดและบ้าน ปี 2569 เสียค่าอะไรบ้าง? ทำอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?

รีไฟแนนซ์คอนโด เสียค่าอะไรบ้าง

เป็นที่รู้กันดีสำหรับผู้ที่กู้ซื้อคอนโดว่า การผ่อนที่อยู่อาศัยในช่วงปีที่ 4 เป็นต้นไป มักเป็นช่วงเวลาที่ดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นตามสัญญาเงินกู้แบบลอยตัว ส่งผลให้ค่างวดที่จ่ายไปหักเงินต้นได้น้อยลง อย่างไรก็ตาม การเตรียมตัวรับมือด้วยการวางแผนรีไฟแนนซ์บ้าน 2569 จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้คุณบริหารจัดการหนี้ และผ่อนคอนโดให้หมดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นในบทความนี้ Origin Vertical จะพาไปดูกันว่า จะรีไฟแนนซ์คอนโด ต้องเสียค่าอะไรบ้าง    

รีไฟแนนซ์คอนโด คืออะไร 

การรีไฟแนนซ์ (Refinance) คือการขอกู้เงินจากธนาคารใหม่เพื่อนำไปปิดยอดหนี้เดิมที่ค้างอยู่กับธนาคารเก่า โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงกว่าเดิม ซึ่งปกติแล้วโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำของธนาคารมักจะมีระยะเวลาเพียง 3 ปีแรกเท่านั้น หลังจากนั้นดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น การรีไฟแนนซ์จึงเสมือนการเริ่มต้นสัญญาใหม่ที่ช่วยให้ผ่อนคอนโดได้ในอัตราที่สบายกระเป๋ามากขึ้น  

รีไฟแนนซ์คอนโด เหมาะกับใครบ้าง 

การตัดสินใจรีไฟแนนซ์ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขดอกเบี้ย แต่ยังรวมถึงสถานะทางการเงินของผู้กู้ด้วย โดยกลุ่มที่เหมาะสมที่สุด ได้แก่  

  • ผู้ที่ผ่อนชำระคอนโดหรือบ้านมาครบ 3 ปี หรือตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาเดิม 
  • ผู้ที่ต้องการลดค่างวดต่อเดือนเพื่อให้มีกระแสเงินสดในมือมากขึ้น 
  • ผู้ที่ต้องการปิดยอดหนี้ให้ไวขึ้นโดยการลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อไปตัดเงินต้น 
  • ผู้ที่ต้องการเงินกู้อเนกประสงค์เพิ่มเติมจากส่วนต่างของราคาประเมินที่เพิ่มขึ้น

ทำไมต้องรีไฟแนนซ์คอนโด 

การรีไฟแนนซ์คอนโดเป็นทางเลือกทางการเงินที่ช่วยให้เจ้าของห้องลดภาระค่าใช้จ่ายและบริหารหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเหตุผลหลักที่คนส่วนใหญ่นิยมรีไฟแนนซ์มีอยู่ 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 

ทำไมต้องรีไฟแนนซ์คอนโด

ลดภาระดอกเบี้ยรายเดือน 

เมื่อเลือกรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารที่เสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม เงินผ่อนในแต่ละเดือนจะถูกนำไปชำระในส่วนของดอกเบี้ยน้อยลงและตัดเงินต้นได้มากขึ้น ส่งผลให้ยอดหนี้คงเหลือลดลงเร็วขึ้นในระยะยาว ช่วยประหยัดดอกเบี้ยรวมได้หลายแสนบาทตลอดอายุสัญญาเงินกู้ 

ยืดหรือลดระยะเวลาการผ่อนชำระ 

การรีไฟแนนซ์คอนโดจะช่วยให้คุณปรับแผนการผ่อนชำระให้สอดคล้องกับสถานะทางการเงินมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลาผ่อนเพื่อให้ค่างวดต่อเดือนลดลง เพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่าย หรือเลือกปรับระยะเวลาผ่อนให้สั้นลงในกรณีที่มีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อเร่งปิดภาระหนี้และลดดอกเบี้ยรวมในระยะยาว

มีโอกาสได้เงินส่วนต่าง 

หากคอนโดมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามศักยภาพของทำเลหรือการพัฒนาโดยรอบ การรีไฟแนนซ์จะทำให้ทรัพย์สินถูกประเมินราคาใหม่ และมีโอกาสได้รับวงเงินกู้สูงกว่ายอดหนี้คงเหลือ เงินส่วนต่างที่ได้สามารถนำไปใช้เสริมสภาพคล่อง นำไปลงทุนต่อยอดหรือปรับปรุงและตกแต่งที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น 

รีไฟแนนซ์คอนโด เสียค่าอะไรบ้าง

ก่อนจะตัดสินใจรีไฟแนนซ์คอนโด ต้องคำนวณก่อนว่าจะเสียค่าอะไรบ้าง เพื่อให้มั่นใจว่าดอกเบี้ยที่ประหยัดได้นั้นคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายไป  

  • ค่าใบประเมินราคาคอนโด โดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 4,000 บาท ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละธนาคาร 
  • ค่าจดจำนอง คิดเป็น 1% ของวงเงินกู้ (สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้แก่กรมที่ดิน 
  • ค่าอากรแสตมป์หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ คิดเป็น 0.05% ของวงเงินกู้ (ไม่เกิน 10,000 บาท) 
  • ค่าประกัน MRTA (ถ้ามี) การทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อก็จะช่วยลดความเสี่ยงหากผู้กู้เสียชีวิต แม้ไม่ใช่ภาคบังคับแต่การทำประกันมักจะได้ข้อเสนออัตราดอกเบี้ยที่พิเศษกว่า 
  • ค่าธรรมเนียมธนาคาร เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ หรือค่าธรรมเนียมแรกเข้าตามแต่เงื่อนไขของธนาคารนั้น ๆ

เอกสารสำหรับรีไฟแนนซ์คอนโด 

เพื่อให้ไม่พลาด แนะนำให้เซฟเอกสารเหล่านี้เตรียมไว้ล่วงหน้าได้เลย 

  • เอกสารส่วนบุคคล 
    • สำเนาบัตรประชาชน 
    • สำเนาทะเบียนบ้าน 
    • ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล / ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  • เอกสารแสดงรายได้ (สำหรับพนักงานประจำ) 
    • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน 
    • รายการเดินบัญชี (สเตตเมนต์) ย้อนหลัง 6 เดือน 
  • เอกสารแสดงรายได้ (สำหรับอาชีพอิสระ/เจ้าของธุรกิจ)
    • ใบทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองบริษัท (ถ้ามี) 
    • ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50) ย้อนหลัง 
    • รายการเดินบัญชี (สเตตเมนต์) ย้อนหลัง 6 – 12 เดือน
  • เอกสารหลักประกันและสินเชื่อเดิม 
    • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสำเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อช.2) 
    • สำเนาสัญญาเงินกู้กับธนาคารเดิม 
    • สำเนาสัญญาจำนองที่ดิน/ห้องชุด 
    • สัญญาซื้อขายห้องชุด (ทด.13)
    • ใบเสร็จค่างวดเดือนล่าสุด หรือหนังสือรับรองยอดหนี้คงเหลือ

6 ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์คอนโด มีอะไรบ้าง 

การรีไฟแนนซ์คอนโดสามารถทำได้ไม่ยาก หากวางแผนและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้ 

เตรียมเอกสารให้ครบ

เตรียมเอกสารให้ครบ 

การเตรียมเอกสารอย่างครบถ้วนเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้การรีไฟแนนซ์คอนโดราบรื่น เริ่มจากรวบรวมเอกสารส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้านและเอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองรายได้ หรือรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 – 12 เดือน 

นอกจากนี้ควรเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสินเชื่อเดิม เช่น สัญญาเงินกู้ สำเนาโฉนดหรือหนังสือรับรองยอดหนี้คงเหลือจากธนาคารเดิม เพื่อให้ธนาคารใหม่สามารถประเมินความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างแม่นยำ และลดความล่าช้าในการอนุมัติ ทั้งยังช่วยให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนหากธนาคารขอเอกสารเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการ

เช็กดอกเบี้ยและเปรียบเทียบธนาคาร 

แนะนำเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคารเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้เงื่อนไขรีไฟแนนซ์คอนโดที่คุ้มค่าที่สุด ทั้งนี้ควรเปรียบเทียบอย่างน้อย 3 – 4 ธนาคาร โดยดูที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก และเงื่อนไขดอกเบี้ยหลังจากนั้น นอกจากนี้ควรพิจารณาค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่าประเมินทรัพย์สิน ค่าธรรมเนียมจดจำนอง หรือโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียม เพราะข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ชัดเจนและเลือกธนาคารที่ตอบโจทย์ทั้งด้านค่าใช้จ่ายและความสะดวกในการผ่อนชำระมากที่สุด   

ยื่นคำขอและรออนุมัติ 

เมื่อเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการยื่นคำขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ พร้อมแนบเอกสารประกอบทั้งหมด ธนาคารจะใช้เวลาพิจารณาเบื้องต้นประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ ตรวจสอบประวัติทางการเงินและกำหนดวงเงินกู้ที่เหมาะสม หลังจากผ่านการอนุมัติเบื้องต้น ธนาคารจะแจ้งผลและนัดหมายขั้นตอนถัดไป เช่น การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน เพื่อดำเนินการรีไฟแนนซ์ให้สมบูรณ์ 

นัดประเมินราคา 

หลังจากได้รับการอนุมัติเบื้องต้น ธนาคารใหม่จะนัดหมายผู้ประเมินราคามาตรวจสอบมูลค่าปัจจุบันของคอนโดหรือบ้านของคุณ การประเมินนี้เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อกำหนดวงเงินกู้ขั้นสุดท้าย โดยจะพิจารณาจากสภาพทรัพย์สิน ทำเล รอบข้างและราคาตลาดปัจจุบัน ผลการประเมินจะช่วยให้ธนาคารตัดสินใจอนุมัติวงเงินได้อย่างเป็นธรรมต่อทั้งผู้กู้และธนาคาร 

จดจำนองที่กรมที่ดิน 

เมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อรีไฟแนนซ์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการไปดำเนินการที่กรมที่ดิน คุณจะต้องทำการไถ่ถอนจำนองจากธนาคารเดิม และจดจำนองกับธนาคารใหม่ในวันเดียวกัน เพื่อให้กระบวนการโอนหนี้เสร็จสมบูรณ์ การดำเนินการนี้รวมถึงการชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เช่น ค่าจดจำนอง ค่าประเมินทรัพย์สินและค่าธรรมเนียมการโอน ทั้งนี้ควรตรวจสอบเอกสารทั้งหมดให้ครบถ้วน เช่น สัญญาเงินกู้ใหม่ สำเนาโฉนดและเอกสารประจำตัว เพื่อป้องกันความผิดพลาดและให้การรีไฟแนนซ์เป็นไปอย่างราบรื่น 

เริ่มสัญญากู้ใหม่กับธนาคารใหม่ 

เมื่อขั้นตอนที่กรมที่ดินเสร็จ คุณจะเริ่มผ่อนชำระค่างวดกับธนาคารใหม่ตามสัญญาที่ตกลงไว้ ทั้งในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ย การเริ่มสัญญาใหม่นี้ช่วยให้คุณมีโครงสร้างการผ่อนชำระที่เหมาะสมกับสถานะการเงินปัจจุบัน และยังเปิดโอกาสในการบริหารหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการลดภาระดอกเบี้ยต่อเดือน หรือปรับระยะเวลาผ่อนให้สอดคล้องกับแผนการเงินในระยะยาว 

 รีไฟแนนซ์แล้วประหยัดดอกเบี้ยเท่าไหร่ 

หลายคนอาจจะยังมองไม่ออกว่า ยอมเสียค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์หลักหมื่น แล้วจะคุ้มค่าจริงไหม? ลองมาดูตัวอย่างการคำนวณเปรียบเทียบกันชัด ๆ ดังนี้ 

ยกตัวอย่างเช่น คุณมียอดหนี้คอนโดคงเหลือหลังจากผ่อนครบ 3 ปี อยู่ที่ 3,000,000 บาท 

  • กรณีผ่อนที่เดิมต่อไป (ไม่รีไฟแนนซ์) อัตราดอกเบี้ยลอยตัวปรับขึ้นเป็น 5.5% ต่อปี ากยอดหนี้คงเหลือ 3,000,000 บาท จะต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 165,000 บาทต่อปี 
  • กรณีรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ ได้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.5% ต่อปี จะจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 105,000 บาทต่อปี เท่ากับว่าประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 60,000 บาทต่อปี 

เมื่อคิดรวมตลอดช่วง 3 ปีแรก จะประหยัดดอกเบี้ยได้ประมาณ 180,000 บาท แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง หรือค่าดำเนินการ ประมาณ 20,000 – 40,000 บาท ก็ยังมีโอกาสประหยัดเงินสุทธิได้ราว 140,000 – 160,000 บาท 

ดังนั้น การรีไฟแนนซ์จึงอาจช่วยลดภาระดอกเบี้ยได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะคนที่มียอดหนี้คงเหลือสูง และได้อัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ควรเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร และคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจ เพื่อให้มั่นใจว่ารีไฟแนนซ์แล้วคุ้มจริง 

รีไฟแนนซ์คอนโด vs รีเทนชั่นคอนโด แบบไหนดีกว่ากัน?  

การรีเทนชั่น (Retention) คือการขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยไม่ย้ายสัญญา ข้อดีคือทำได้ง่าย ใช้เอกสารน้อย และค่าธรรมเนียมต่ำ แต่ข้อเสียคือส่วนใหญ่จะลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่าการรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ 

ในทางกลับกัน การรีไฟแนนซ์คอนโดเป็นการย้ายสัญญาไปธนาคารใหม่ ซึ่งอาจต้องเตรียมเอกสารและดำเนินขั้นตอนมากกว่า แต่สามารถเจรจาอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าและมีโอกาสได้วงเงินกู้ใหม่ ทำให้ลดภาระดอกเบี้ยรวมได้มากกว่าในระยะยาว ดังนั้น หากเป้าหมายคือการประหยัดดอกเบี้ยสูงสุดและจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ รีไฟแนนซ์มักเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าการรีเทนชั่น

เคล็ดลับรีไฟแนนซ์ให้ผ่านง่าย ได้ดอกเบี้ยดีที่สุด 

การรีไฟแนนซ์ให้ผ่านง่ายและได้อัตราดอกเบี้ยที่คุ้มค่านั้น ต้องเตรียมตัวและวางแผนล่วงหน้า ดังนี้   

  • เพิ่มเครดิตสกอร์ รักษาประวัติการชำระหนี้ทุกประเภทให้ตรงเวลาอย่างน้อย 6–12 เดือนก่อนยื่นขอรีไฟแนนซ์ เพราะเครดิตสกอร์ดีช่วยให้ธนาคารอนุมัติวงเงินง่ายขึ้นและเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 
  • จัดระเบียบสเตทเมนต์ให้สวย ตรวจสอบและจัดสเตทเมนต์ให้เรียบร้อย หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ก้อนใหม่ในช่วงก่อนรีไฟแนนซ์ และรักษาเงินคงเหลือในบัญชีให้สม่ำเสมอ เพื่อแสดงความมั่นคงทางการเงิน 
  • เตรียมเอกสารรายได้ให้ครบถ้วน โดยเฉพาะผู้มีอาชีพอิสระ ควรมีเอกสารยืนยันรายได้ เช่น ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50) ย้อนหลัง และสลิปเงินเดือนหรือรายงานบัญชีธนาคารย้อนหลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ธนาคารว่ามีความสามารถในการชำระหนี้ตามสัญญา

เพิ่มเครดิตสกอร์

การวางแผนรีไฟแนนซ์คอนโดในปี 2569 เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการหาคอนโดผ่อนถูก และต้องการลดภาระหนี้ในระยะยาว แม้จะมีค่าธรรมเนียมเบื้องต้น แต่เมื่อคำนวณเทียบกับส่วนต่างดอกเบี้ยที่ลดลงก็จะเห็นได้ว่า ค่อนข้างคุ้มค่าภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมเรื่องเอกสารและตรวจสอบค่าธรรมเนียมอย่างละเอียดจะช่วยให้การย้ายไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น ๆ ในครั้งนี้ราบรื่นที่สุด  

ORIGIN VERTICAL คอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต ในแบบที่คุณต้องการ 

ยกระดับการใช้ชีวิตในแบบที่เป็นคุณ ด้วยคอนโดมิเนียมดีไซน์ทันสมัยบนทำเลศักยภาพ เชื่อมต่อทุกจุดหมายได้สะดวก พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน ทำงานหรือใช้เวลากับตัวเอง ทุกฟังก์ชันถูกคิดมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตเมืองในทุกมิติ เพื่อให้ ”คุณ” ค้นพบความสุขแท้จริง 

Origin… Creative Living For ALL

สำหรับใครที่กำลังมองหาโครงการที่มีความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพและตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เราขอแนะนำคอนโดมิเนียมจาก Origin โดยสามารถเข้าไปดูข้อมูลโครงการ รวมถึงทำเลที่ตั้งของโครงการต่าง ๆ ได้ที่ https://origin.co.th/โครงการพร้อมอยู่   

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รีไฟแนนซ์คอนโดต่างจากการรีเทนชั่นอย่างไร?

การรีไฟแนนซ์คือการย้ายไปธนาคารใหม่เพื่อหาดอกเบี้ยที่ดีกว่า ส่วนการรีเทนชั่นคือการขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยไม่ต้องย้ายสินเชื่อ 

โดยปกติคือ 3 ปีขึ้นไป หรือตามที่ระบุในสัญญากู้ หากทำก่อนกำหนดอาจต้องเสียค่าปรับคืนให้ธนาคารเดิม (Prepayment Fee) 

สามารถทำได้ โดยขอเวนคืนกรมธรรม์เพื่อรับเงินส่วนต่างคืน หรือจะเลือกโอนสิทธิผู้รับผลประโยชน์เป็นธนาคารใหม่ก็ได้เช่นกัน

ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์คอนโดโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับยอดหนี้และเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร โดยค่าใช้จ่ายหลัก ได้แก่ ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ใหม่ (ในกรณีที่ไม่มีมาตรการลดค่าธรรมเนียม) ค่าอากรแสตมป์ และค่าดำเนินการต่าง ๆ 

อย่างไรก็ตาม หลายธนาคารมักมีโปรโมชันช่วยออกค่าใช้จ่ายบางส่วน หรือให้วงเงินเพิ่มเติมเพื่อชดเชยค่าธรรมเนียม จึงควรเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายแห่งก่อนตัดสินใจเสมอ  

โดยส่วนใหญ่ ผู้กู้สามารถรีไฟแนนซ์คอนโดได้เมื่อผ่อนมาแล้ว ประมาณ 3 ปี หรือหลังครบช่วงอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่นของธนาคารเดิม เนื่องจากหากรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนด อาจต้องเสียค่าปรับปิดบัญชีก่อนเวลา (Prepayment Penalty) ตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ ดังนั้น ก่อนยื่นรีไฟแนนซ์ควรตรวจสอบระยะเวลาผ่อนและเงื่อนไขของธนาคารเดิมให้เรียบร้อย 

รีไฟแนนซ์ (Refinance) คือการย้ายสินเชื่อบ้านหรือคอนโดไปยังธนาคารใหม่ เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่ดีกว่า ส่วน Retention คือการขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมโดยไม่ต้องย้ายสินเชื่อ 

หากธนาคารเดิมเสนออัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกับธนาคารใหม่ การทำ Retention อาจคุ้มกว่า เพราะมีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนน้อยกว่า แต่หากธนาคารใหม่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่ามาก หรือมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม การรีไฟแนนซ์มักช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่าในระยะยาว ดังนั้นควรนำต้นทุนทั้งหมดมาเปรียบเทียบก่อนเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง 

การรีไฟแนนซ์คอนโดใช้เอกสารใกล้เคียงกับการยื่นขอสินเชื่อบ้านใหม่ โดยเอกสารหลักที่ต้องเตรียม ได้แก่ บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) สำเนาสัญญาเงินกู้เดิม และเอกสารเกี่ยวกับคอนโด เช่น สำเนาโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด 

หลังจากยื่นเอกสารครบถ้วน ธนาคารจะใช้เวลาพิจารณาสินเชื่อ ประเมินหลักทรัพย์ และนัดจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน โดยรวมแล้วกระบวนการรีไฟแนนซ์มักใช้เวลาประมาณ 2 – 6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร ระยะเวลาการอนุมัติของธนาคาร และคิวการจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน

แท็กที่เกี่ยวข้อง