มือใหม่ลงทุนอสังหาฯ อย่างไรให้มั่นคง พร้อมสร้าง Capital Gain ก้าวกระโดด

รู้ไหมว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากในปัจจุบัน เพราะหากเราได้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในทำเลดีๆ เช่น คอนโดในพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีความต้องการสูง ราคาก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สามารถสร้างผลกำไรให้กับนักลงทุนได้อย่างก้าวกระโดด ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีดีอย่างไร ทำเลไหนคือทำเลที่น่าสนใจในกรุงเทพในปัจจุบัน และโครงการไหนที่คุณไม่ควรพลาด รับชมกันได้เลย

ลงทุนอสังหาฯ คืออะไร 

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คือการนำเงินไปซื้อหรือเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่จับต้องได้และไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนในอนาคต ผลตอบแทนนี้อาจมาในรูปของค่าเช่า รายได้จากการขายต่อที่เพิ่มขึ้น (Capital Gain) หรือผลตอบแทนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ  

รูปแบบการลงทุนในอสังหาฯ มีกี่รูปแบบ? 

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเงินทุนที่มี โดยหลัก ๆ สามารถแบ่งได้ดังนี้   

1. ลงทุนแบบซื้อมาขายไป (เก็งกำไร)

เป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ คุณจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้านเดี่ยว คอนโด ทาวน์เฮาส์ แล้วขายต่อในราคาที่สูงขึ้น เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคา นอกจากนี้ ยังมีการซื้อใบจองโครงการ อสังหาริมทรัพย์ในช่วงก่อนหรือหลัง Pre-sale เพื่อนำไปบวกกำไรและขายต่อให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย

2. ลงทุนแบบปล่อยเช่ารายเดือน

เป็นการลงทุนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า และรับค่าเช่ารายเดือน จากผู้เช่าตามสัญญา การเลือกทำเล ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยสูง เช่น ใกล้เมือง ใกล้ถนนสายหลัก ใกล้ขนส่งสาธารณะ จะช่วยให้สามารถปล่อยเช่าได้ง่ายและต่อเนื่องในระยะยาว 

3. ลงทุนแบบปล่อยเช่ารายวัน

การลงทุนรูปแบบนี้เน้นการสร้างที่พักอาศัยชั่วคราว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการพักระยะสั้น เช่น ห้องพักรายวันหรือโฮสเทล โดยการรีโนเวทอาคารเก่าให้เหมาะสม การเลือกทำเลที่สะดวก ใกล้เมือง หรือใกล้แหล่งท่องเที่ยว จะช่วยให้ทำกำไรได้ดีในระยะยาว

4. ลงทุนเพื่อรีโนเวท

เป็นการลงทุนที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสอง หรือทรัพย์ที่ถูกขายทอดตลาดที่มีโครงสร้างแข็งแรง แล้วนำมาปรับปรุงหรือรีโนเวท ให้สวยงามและน่าอยู่ก่อนนำไปขายต่อ วิธีนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์เก่า และมักใช้เงินลงทุนเริ่มต้นต่ำแต่ให้ผลตอบแทนสูง

5. ลงทุนด้วยการเป็นผู้ประกอบการ

เป็นการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว โดยการซื้อที่ดินและสร้างอาคาร เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

  • ลงทุนอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เป็นการสร้างพื้นที่ให้เช่าเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ เช่น โกดังให้เช่า ตลาดนัดให้เช่าพื้นที่ขาย อาคารสำนักงานให้เช่า หรือลานจอดรถให้เช่า
  • ลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อรองรับการท่องเที่ยว เป็นการสร้างที่พักอาศัยแบบชั่วคราวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เช่น โรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์ หรือบ้านพักตากอากาศ โดยมักตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยว

เริ่มต้นลงทุนในอสังหาฯ อย่างไรดี 

สำหรับมือใหม่ที่สนใจจะลงทุนอสังหาฯ อาจรู้สึกว่ามีเรื่องต้องเรียนรู้มากมาย ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปดู 5 ขั้นตอนเริ่มต้นลงทุนอสังหาฯ แบบเข้าใจง่าย เพื่อวางรากฐานการลงทุนให้แข็งแรงกัน ดังนี้  

 1. ตรวจเช็กความพร้อมทางการเงินให้ดี  

ก่อนตัดสินใจลงทุนอสังหาฯ สิ่งแรกที่ควรทำคือการประเมินสถานะทางการเงินของตัวเองอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นรายได้ประจำ เงินออม ภาระหนี้สิน และค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพื่อดูว่ามีกำลังผ่อนชำระในระยะยาวหรือไม่ โดยทั่วไปไม่ควรให้ภาระผ่อนรวมเกินสัดส่วนที่รายรับสามารถรับไหว เพื่อป้องกันปัญหาสภาพคล่องในอนาคต 

อีกหนึ่งเรื่องที่นักลงทุนมือใหม่มักมองข้ามคือค่าใช้จ่ายแฝงในการลงทุนอสังหาฯ เช่น ค่าธรรมเนียมโอน ค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุงหรือค่าตกแต่งห้องก่อนปล่อยเช่า ดังนั้นควรเตรียมเงินสำรองเผื่อไว้สำหรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ รวมถึงเงินฉุกเฉินในกรณีที่หาผู้เช่าไม่ได้ทันที เพื่อไม่ให้กระทบกับการเงินและการใช้ชีวิตประจำวัน การตรวจเช็กความพร้อมทางการเงินอย่างรอบคอบตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้การลงทุนอสังหาฯ เป็นไปอย่างมั่นคง ลดความเสี่ยงและสามารถต่อยอดการลงทุนในอนาคตได้อย่างมั่นใจ 

2. หาแหล่งทุนสำหรับการลงทุน  

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่ใช้เงินทุนค่อนข้างสูง ดังนั้นการวางแผนหาแหล่งเงินทุนจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ โดยไม่จำเป็นว่าผู้ลงทุนต้องมีเงินก้อนจำนวนมากเสมอไป เพราะในปัจจุบันมีแหล่งทุนหลากหลายรูปแบบที่ช่วยให้สามารถเริ่มต้นลงทุนอสังหาได้ แม้จะมีเงินทุนจำกัดก็ตาม แหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนอสังหาสามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่

  • การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แหล่งทุนที่ได้รับความนิยม โดยสามารถแบ่งได้ทั้งสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทั่วไป เช่น บ้านหรือคอนโด เพื่อซื้อไว้ขายต่อหรือปล่อยเช่า ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีรายได้ประจำ และสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้ลงทุนในโครงการเชิงธุรกิจ เช่น หอพัก โรงแรมหรือโฮมสเตย์ ซึ่งมักมีเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่ออกแบบมาเพื่อการลงทุนโดยเฉพาะ 
  • แหล่งทุนจากนักลงทุนรายใหญ่ เหมาะกับผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและสามารถวิเคราะห์ทำเลหรือโอกาสทางการตลาดได้ดี โดยนำเสนอแผนโครงการที่ชัดเจนและคุ้มค่าเพื่อดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุน วิธีนี้ช่วยลดภาระเงินลงทุนของตนเอง และเปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการแบ่งกำไรในอนาคต 

3. วิเคราะห์ความต้องการอยู่อาศัยในพื้นที่อย่างรอบด้าน 

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ คือระดับความต้องการอยู่อาศัยในพื้นที่นั้น ๆ หากเลือกลงทุนในทำเลที่ดีมานด์ต่ำ โอกาสในการขายต่อหรือปล่อยเช่าก็อาจทำได้ยาก และต้องแบกรับภาระการถือครองทรัพย์สินเป็นเวลานาน

ในทางกลับกัน การเลือกทำเลที่มีความต้องการอยู่อาศัยสูง เช่น พื้นที่ใกล้แหล่งงาน มหาวิทยาลัย ระบบขนส่งสาธารณะ ศูนย์การค้าหรือย่านที่มีความคึกคัก จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปล่อยเช่าหรือขายต่อได้ง่ายขึ้น นักลงทุนจึงควรศึกษากลุ่มเป้าหมายหลักของพื้นที่นั้นให้ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนสร้างผลตอบแทนได้อย่างคุ้มค่าและลดความเสี่ยงในระยะยาว 

4. ตั้งราคาปล่อยเช่าที่เหมาะสม 

การตั้งราคาปล่อยเช่าที่เหมาะสมควรเริ่มจากการสำรวจราคาตลาดในทำเลเดียวกัน หรือโครงการใกล้เคียงที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อประเมินว่าราคาที่ตั้งไว้อยู่ในระดับที่ผู้เช่ายอมรับได้หรือไม่ หากตั้งราคาสูงเกินไป อาจทำให้ปล่อยเช่าได้ยากและใช้เวลานานกว่าจะมีผู้เช่า

และสำหรับผู้ที่ลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า โดยเฉพาะกรณีที่ใช้เงินลงทุนจากสินเชื่อธนาคาร ควรคำนึงถึงภาระค่างวดผ่อนชำระเป็นหลัก และตั้งราคาปล่อยเช่าให้สูงกว่ายอดผ่อน เพื่อให้มีส่วนต่างเป็นกำไรและช่วยสร้างกระแสเงินสดในแต่ละเดือน การตั้งราคาที่สมดุลระหว่างความสามารถในการแข่งขันของตลาดและผลตอบแทนจากการลงทุน จะช่วยให้มีผู้เช่าอย่างต่อเนื่องและสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว

5. หาแหล่งปล่อยขาย-เช่าที่เหมาะสม 

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบความสำเร็จและสร้างกำไรได้อย่างที่คาดหวัง จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเลือกช่องทางปล่อยขายหรือปล่อยเช่าไม่แพ้ปัจจัยอื่น ๆ เพราะหากนำทรัพย์สินไปนำเสนอผ่านช่องทางที่เหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่าเข้าถึงอสังหาของคุณได้รวดเร็วมากขึ้น โดยรูปแบบการปล่อยขายหรือปล่อยเช่าสามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่ 

การใช้บริการผู้เชี่ยวชาญหรือนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะช่วยดูแลกระบวนการทั้งหมดแทน ตั้งแต่การหาผู้ซื้อหรือผู้เช่า ไปจนถึงการจัดการเอกสารต่าง ๆ จนจบขั้นตอน แม้จะมีค่าตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ แต่ก็ช่วยประหยัดเวลา ลดความยุ่งยากและเพิ่มโอกาสปิดการขายหรือปล่อยเช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การดำเนินการด้วยตนเองผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ซื้อ–ขาย–เช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือการติดป้ายประกาศ ซึ่งผู้ลงทุนต้องจัดการทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ตั้งแต่การหาลูกค้า พาชมทรัพย์ ไปจนถึงการทำสัญญาและโอนกรรมสิทธิ์

 ทำไมนักลงทุนหลายคนถึงเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์?

 เริ่มต้นลงทุนในอสังหาฯ อย่างไรดี

อสังหาริมทรัพย์ถือเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในทางเลือกหลักที่นักลงทุนรายใหญ่ทั่วโลกให้ความสำคัญ หากลองพิจารณาพอร์ตการลงทุนของมหาเศรษฐีระดับแนวหน้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จะพบว่าอสังหาริมทรัพย์มักเป็นสินทรัพย์ที่มีอยู่แทบทุกพอร์ต เพราะอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง (Passive Income) จากการปล่อยเช่า อีกทั้งยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าในระยะยาวตามการเติบโตของทำเลและเศรษฐกิจ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ โดยมีการลงทุนในโครงการหลากหลายประเภทในหลายรัฐของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก ฟลอริดา เวอร์จิเนียและแคลิฟอร์เนีย การลงทุนเหล่านี้ไม่เพียงสร้างรายได้มหาศาล แต่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เขาก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก ด้วยคุณสมบัติที่ให้ทั้งความมั่นคง โอกาสสร้างรายได้ และการเติบโตของมูลค่าในอนาคต จึงไม่แปลกที่อสังหาริมทรัพย์จะยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับนักลงทุนจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน

 ทำไมราคาที่ดินและอสังหาฯ ถึงแพงขึ้นทุกปี?

ทำไมนักลงทุนหลายคนถึงเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์?

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่นักลงทุนและมหาเศรษฐีทั่วโลกเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์คือมูลค่าของทรัพย์สินที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามกาลเวลา แตกต่างจากการลงทุนประเภทอื่นอย่างหุ้น ที่มีความผันผวนขึ้นลงรายวันค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นใจกลางเมือง แหล่งธุรกิจ หรือพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ มูลค่ามักไม่ตกง่ายและมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาว

อีกหนึ่งจุดเด่นของอสังหาริมทรัพย์คือทรัพย์สินที่จับต้องได้ มีมูลค่าในตัวเองและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ว่าจะเพื่ออยู่อาศัย ปล่อยเช่าหรือพัฒนาเชิงพาณิชย์ จึงทำให้หลายคนมองว่าเป็นทรัพย์สินที่มีความมั่นคงและน่าเชื่อถือสูง

และสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือข้อจำกัดด้านปริมาณ โดยเฉพาะที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งที่ดินแต่ละผืนยังมีความแตกต่างกันทั้งด้านทำเล สภาพแวดล้อม และศักยภาพในการพัฒนา เมื่อที่ดินในทำเลดีมีอยู่อย่างจำกัด แต่ความต้องการกลับเพิ่มสูงขึ้นตามการขยายตัวของเมืองและประชากร ราคาจึงถูกผลักดันให้สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้อสังหาริมทรัพย์กลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลา และเป็นแหล่งสร้างความมั่งคั่งให้กับนักลงทุนในระยะยาว

ผลตอบแทนของการลงทุนในอสังหาฯ มีอะไรบ้าง 

ทำไมนักลงทุนหลายคนถึงเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์?

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เราสามารถสร้างผลตอบแทนได้ 2 ทาง ได้แก่ 

  • ได้รับเงินจากค่าเช่า หากอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดของเราอยู่ในทำเลที่น่าสนใจ ก็สามารถนำไปปล่อยเช่าให้กับผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยได้ และสามารถได้รับเงินค่าเช่ารายเดือนได้อย่างต่อเนื่องได้
  • การขายอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่เราลงทุนไปได้ในระยะเวลาหนึ่ง ราคาอสังหาริมทรัพย์ได้มีการปรับตัวสูงขึ้น เราก็สามารถนำไปขายเพื่อทำกำไรและได้เงินก้อนกลับมาด้วยเช่นกัน 

เพราะฉะนั้นแล้วหากเราลงทุนในระยะยาว เมื่อความต้องการของอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้น ราคาค่าเช่าก็จะเพิ่มขึ้น รวมถึงตัวอสังหาริมทรัพย์ก็สามารถขายได้ในราคาที่แพงขึ้นได้อีกด้วย 

ควรลงทุนอสังหาฯ แบบบ้านหรือคอนโดดีกว่ากัน 

หนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนที่เริ่มต้นลงทุนอสังหาฯ ก็คือควรเลือกลงทุนแบบบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมหรือคอนโดมิเนียม แบบไหนดีกว่ากัน? การเลือกลงทุนไม่คำตอบแบบตายตัว เพราะจะขึ้นอยู่กับเป้าหมาย งบประมาณ และรูปแบบการบริหารจัดการของผู้ลงทุนแต่ละคน ทีนี้มาดูข้อดี ข้อเสียของแต่ละประเภท เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นกัน ดังนี้  

ลงทุนอสังหาฯ ในบ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม 

การลงทุนอสังหาฯ แบบบ้านเดี่ยว หรือทาวน์โฮมมีข้อดีตรงที่คุณจะได้เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งมีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา เหมาะกับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางและมีความเป็นส่วนตัวสูง นอกจากนี้ ยังสามารถปรับปรุงหรือขยายต่อเติมบ้านได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียม 

อย่างไรก็ตาม การลงทุนประเภทนี้มักใช้เงินทุนสูงกว่าทั้งในด้านราคาซื้อและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา อีกทั้งในบางทำเลอาจปล่อยเช่าได้ยากกว่าคอนโด และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงบ้านก็มีแนวโน้มที่จะสูงกว่าด้วยเช่นกัน

ลงทุนอสังหาฯ ในคอนโด 

การลงทุนในคอนโดมิเนียมมีข้อดีที่โดดเด่นในเรื่องของทำเลที่ตั้งและความสะดวกสบาย เนื่องจากคอนโดส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในทำเลที่เข้าถึงง่าย ใกล้รถไฟฟ้า แหล่งงาน รวมถึงแหล่งไลฟ์สไตล์อย่างห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารและสถานศึกษาชั้นนำ ทำให้กลุ่มผู้เช่ามีความหลากหลาย ตั้งแต่นักศึกษาไปจนถึงคนทำงานที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง 

นอกจากนี้ คอนโดยังมีขนาดและราคาที่หลากหลาย ตั้งแต่ห้องสตูดิโอสำหรับคนโสดหรือนักศึกษา ไปจนถึงห้องหลายห้องนอนที่เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก ทำให้นักลงทุนสามารถเลือกซื้อได้ตามงบประมาณและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ รวมถึงมีระบบนิติบุคคลของคอนโดช่วยดูแลเรื่องซ่อมแซมส่วนกลาง พร้อมทั้งรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และสวนหย่อม ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยดึงดูดผู้เช่าและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน การปล่อยเช่าคอนโดจึงมีความคล่องตัวสูง เนื่องจากมีตลาดผู้เช่ากว้างขวางและความต้องการสูงโดยเฉพาะในทำเลที่ระบบขนส่งสาธารณะสะดวก 

อีกทั้งการซื้อขายคอนโดยังเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายด้วยราคาที่เข้าถึงได้และกระบวนการทางเอกสารที่ไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อผลตอบแทน รวมถึงนโยบายของนิติบุคคลและการบริหารจัดการคอนโด ตลอดจนแนวโน้มการพัฒนาพื้นที่รอบข้างที่จะมีผลต่อราคาขายและค่าเช่าในอนาคต เพื่อให้การลงทุนประสบความสำเร็จและได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด  

สถิติการเติบโตของราคาที่ดินบนทำเลทองหล่อ 

สถิติการเติบโตของราคาที่ดินบนทำเลทองหล่อ

ทองหล่อยังคงเป็นหนึ่งในทำเลที่ราคาที่ดินเติบโตอย่างโดดเด่นในกรุงเทพฯ โดยจากข้อมูลประวัติที่ผ่านมา พบว่า ในช่วง ปี 2539 – 2542 ค่าเฉลี่ยราคาประเมินที่ดินอยู่ที่ประมาณ 175,000 บาทต่อตารางวา และเมื่อเทียบกับ รอบราคาประเมินปี 2559 – 2562 ราคาประเมินปรับตัวขึ้นเป็นประมาณ 420,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งสะท้อนการเติบโตของราคาที่ดินอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับอดีต 

และในปี 2569 นี้ ราคาที่ดินบนทำเลทองหล่อยังคงทรงตัวในระดับสูง โดยราคาซื้อ–ขายจริงในตลาด (Market Price) สำหรับที่ดินในโซนทองหล่อในปัจจุบันพบว่า ราคาประเมินที่ดินในทำเลถนนทองหล่อ (สุขุมวิท 55) อยู่ที่ 500,000 บาท/ตารางวา หรือสูงกว่านั้นในบางแปลงที่อยู่ในทำเลหัวมุมหรือใกล้สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งแทบจะสูงกว่าราคาประเมินหลายเท่าตัว ทั้งนี้เป็นผลจากความต้องการที่ดินที่สูงมากและจำนวนที่ดินเปล่าที่มีอยู่อย่างจำกัดนั่นเอง 

ลงทุนคอนโดฯ Hampton Residence Thonglor ทำเลทองหล่อ ดีมานด์สูงตลอดปี

Hampton Residence Thonglor

หากพูดถึงการลงทุนคอนโดฯ เพื่อปล่อยเช่าในย่านทองหล่อ นอกจากเรื่องทำเลแล้ว คุณภาพโครงการ และกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายคือปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม คอนโดฯ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองระดับพรีเมียม มีฟังก์ชันครบและตั้งอยู่ในจุดที่เดินทางสะดวก จะช่วยให้ปล่อยเช่าได้ง่ายและต่อเนื่อง หนึ่งในโครงการที่น่าจับตามองสำหรับการลงทุนในทำเลนี้คือ Hampton Residence Thonglor คอนโดฯ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับดีมานด์ผู้เช่าคุณภาพในย่านทองหล่อโดยเฉพาะ  

ทำเลศักยภาพใจกลางทองหล่อ 

Hampton Residence Thonglor ตั้งอยู่บนทำเลทองของย่านทองหล่อ สามารถเข้า–ออกโครงการได้สะดวกทั้งจากซอยทองหล่อ 10 และซอยเอกมัย 5 รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงเรียนนานาชาติ และโรงพยาบาลชั้นนำ อีกทั้งยังอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการดูแลโดยสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ทำให้เป็นทำเลที่ชาวญี่ปุ่นนิยมอยู่อาศัย และมีศักยภาพสูงสำหรับการลงทุนปล่อยเช่า 

โครงการออกแบบมาเพื่อนักลงทุนโดยเฉพาะ (Investment Property Program)

Hampton Residence Thonglor

Hampton Residence Thonglor เป็นโครงการที่พัฒนาในรูปแบบ IP Program เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ นักลงทุนไม่ต้องกังวลเรื่องการหาผู้เช่า เพราะทางโครงการเป็นผู้ดูแลบริหารจัดการทั้งหมด 

มีผู้จัดการหาผู้เช่า พร้อมระบบเฉลี่ยรายได้ 

หลังจากลงทุนในคอนโดฯ แล้ว โครงการจะเป็นผู้ดูแลหาผู้เช่าให้ และใช้ระบบเฉลี่ยรายได้ร่วมกับนักลงทุนรายอื่นภายในโครงการ แม้ห้องของเราจะยังไม่มีผู้เช่า ก็ยังสามารถรับรายได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงในการลงทุน 

กลุ่มผู้เช่าคุณภาพ Expat ชาวญี่ปุ่น 

กลุ่มเป้าหมายหลักของ Hampton Residence Thonglor คือ Expat ชาวญี่ปุ่นระดับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังเช่าสูง ต้องการที่พักที่สะดวกสบาย ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ และมีมาตรฐานใกล้เคียงโรงแรมระดับ 5 ดาว อีกทั้งยังเป็นผู้เช่าระยะยาว ทำให้นักลงทุนมีรายได้สม่ำเสมอ 

Hampton Residence Thonglor

กลยุทธ์ Blue Ocean สร้างดีมานด์ผู้เช่าระยะยาว  

Hampton Residence Thonglor ใช้กลยุทธ์ Blue Ocean ด้วยการทำตลาดเชิงรุกแบบ B2B ติดต่อประสานงานโดยตรงกับบริษัทญี่ปุ่น ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้เช่าคุณภาพอย่าง Expat ชาวญี่ปุ่นระดับผู้บริหารได้โดยตรง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังเช่าสูงและนิยมอยู่อาศัยระยะยาว ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องห้องว่าง (Vacancy Rate) ส่งผลให้อัตราการเช่ามีความสม่ำเสมอและช่วยสร้าง Gross Rental Yield เฉลี่ยอยู่ที่ 4 – 5% ต่อปี ทำให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์รายได้ค่าเช่าได้ง่าย ไม่ต้องลุ้นผู้เช่ารายเดือนเหมือนคอนโดปล่อยเช่าทั่วไป 

Hampton Residence Thonglor

สรุปบทความ  

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยรักษาเงินต้นได้ดี พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทน (Capital Gain) จากมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนใน คอนโดทำเลทองหล่อ ซึ่งมีดีมานด์สูงทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติ เช่น Expat ชาวญี่ปุ่น นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนแบบปล่อยเช่ารายเดือน รายวัน หรือเข้าร่วม Investment Property Program ที่โครงการเป็นผู้จัดการหาผู้เช่าและระบบเฉลี่ยรายได้ ทำให้รับรายได้ต่อเนื่องแม้ห้องว่าง ขณะเดียวกันการใช้กลยุทธ์ Blue Ocean ในการเข้าถึงผู้เช่าระยะยาวยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องห้องว่างและสร้าง Gross Rental Yield เฉลี่ย 4 – 5% ต่อปี ทำให้การลงทุนใน Hampton Residence Thonglor เป็นทางเลือกที่มั่นคง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอและโอกาสเติบโตของมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว 

ทั้งนี้ หากสนใจเข้าเยี่ยมชมโครงการหรือพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกับทางโครงการได้ที่ Lounge IP (Investment Property) “Hampton Residence Thonglor” Tower A ได้ทุกวัน 10.00 – 19.00 น. หรือโทร. 1498  

แท็กที่เกี่ยวข้อง