แชร์

ORI เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ล็อตใหม่ 2 ชุด ชูดอกเบี้ย 4.40-4.60% ต่อปี

“ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” เปิดตัวหุ้นกู้ล็อตใหม่ 2 รุ่น อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.40% และ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.60% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขาย 6-7 และ 10 ก.ค. นี้ ผ่าน 8สถาบันการเงิน การันตีความน่าเชื่อถือระดับ “BBB+/Stable” จากทริสเรทติ้ง เดินหน้ากลยุทธ์ “Origin Infinity” สร้างการเติบโตแบบไม่สิ้นสุด ลุยแผน Spin Off เตรียมส่ง “วัน ออริจิ้น” หรือ ONEO เข้าตลาดหลักทรัพย์ หลังปิดดีลร่วมทุน EnCo เครือ ปตท. พัฒนาโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส ระยอง โชว์แบ็กล็อกแกร่ง 44,221 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง

         นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI กล่าวว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) และ/หรือลงทุนสถาบัน โดยหุ้นกู้ที่ออกจำหน่ายครั้งนี้มี 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.40% ต่อปี และรุ่นอายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.60% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่นี้ไปชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการของบริษัทต่อไป

         โดยเสนอขายระหว่างวันที่ 6-7 และ 10 ก.ค. 2566 ผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้จัดการการจำหน่ายทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ผ่านสาขา ระบบออนไลน์ และแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และ บล. เกียรตินาคินภัทร

  ขณะเดียวกัน หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 66 ที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ซึ่งเป็นระดับลงทุนได้หรือ Investment Grade เนื่องจากออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เป็นผู้นำในพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีความแข็งแกร่งจากมูลค่ายอดขายที่รอรับรู้เป็นรายได้จำนวนมากที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรของบริษัทได้ โดย ณ วันที่ 31 มี.ค. 2566 บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สูงถึง 44,221 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ระหว่างปี 2566 – 2570

        นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ในปี 2566 บริษัทได้เดินหน้าธุรกิจภายใต้แผน “Origin Infinity” มุ่งสู่การเป็น Well-Being Lifetime Company หรือองค์กรที่มีธุรกิจครอบคลุมการดูแลผู้บริโภคตลอดช่วงชีวิต ด้วยการขยายสินค้าและบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ (Nationwide Serve) เปิดตัวโครงการใหม่แบบ All Time High รวมทั้งสิ้น 42 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 50,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัด และขยายธุรกิจนอกเหนือจากที่อยู่อาศัย ครอบคลุมการดูแลคนทุกเจเนอเรชั่น พร้อมนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่องปีละ 1 บริษัท โดยปีนี้บริษัทมีแผนส่งบริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income Business) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เป็นรายต่อไป เนื่องจากมีศักยภาพในการเติบโตสูง

       ล่าสุด บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด (มหาชน) สามารถปิดดีลร่วมทุนพัฒนาโครงการใหม่กับบริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) บริษัทพัฒนาและบริหารจัดการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรในกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส ระยอง (Holiday Inn Express Rayong) โรงแรมสูง 8 ชั้น จำนวนห้องพัก 204 ห้อง ในพื้นที่โครงการเมกะโปรเจกต์ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ ระยอง (Origin Smart City Rayong) สังคมเมืองอัจฉริยะแห่งอนาคต

         สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือลงทุนสถาบัน ที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณ 100,000 บาท โดยเสนอขายระหว่างวันที่ 6-7 และ 10 ก.ค. 2566 และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความเรื่องราวที่น่าสนใจ

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วางรากฐานองค์กรสู่ความยั่งยืน…
เพราะ ‘สัตว์เลี้ยง คือสมาชิกในครอบครัว’ 𝗢𝗥𝗜𝗚𝗜𝗡 𝗩𝗘𝗥𝗧𝗜𝗖𝗔𝗟 จึงได้ออกแบบ พัฒนาโครงการ…
ภาครัฐฯ ออกนโยบายเอื้อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองปรับปรุงมาตรการ “ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม” สำหรับที่อยู่อาศัยปี 2567คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยมีรายละเอียดสรุปได้…