การขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งมิติ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล เพื่อพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพและส่งมอบสินค้า และบริการที่ดีและตรงกับความต้องการของลูกค้าไปพร้อมกับการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาล ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกฝ่าย

การจัดการด้านความยั่งยืน

นโยบายและเป้าหมายการจัดการด้านความยั่งยืน

นโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัทฯ กำหนดขึ้นโดยพิจารณาจากวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ครอบคลุมในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาการดำเนินธุรกิจให้มีแนวทางในการจัดการที่ยั่งยืน และสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียทุกภาคส่วนในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติทางด้านความยั่งยืน โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  • มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทฯ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาล และการดำเนินธุรกิจตามหลักการ กำกับดูแลกิจการที่ดี
  • มุ่งพัฒนาทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และบริหารจัดการผลกระทบทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ
  • มุ่งพัฒนาการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ตามแนวทางพัฒนาที่ยั่งยืน

บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินการด้านความยั่งยืน ที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมถึงปี 2565 เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีดุลยภาพ ดังนี้

Origin Core Valueเป้าหมายความยั่งยืน 2565การดำเนินงาน
Optimize
เพิ่มผลงานยอดเยี่ยม
โครงการที่ส่งมอบให้ลูกค้าได้รับการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานการก่อสร้างลูกค้าประเมินคุณภาพโครงการที่รับมอบ โดยมีคะแนนประเมินไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่บริษัทฯกำหนด
Responsive
พร้อมปรับเปลี่ยนฉับไว
การบริหารจัดการและประเมินความเสี่ยงในธุรกิจให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้การประเมินความเสี่ยงที่สำคัญทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจและมีการทบทวนความเสี่ยงอย่างน้อยปีละครั้งหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ส่งผลกระทบอย่างเป็นนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ
Innovation
เพิ่มคุณค่าสรรสร้างสิ่งใหม่
พัฒนานวัตกรรมที่สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียง ลดลง ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 (เปรียบเทียบ กับปีฐาน 2563)การใช้ทรัพยากรอย่างพอเพียงและการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
Growth
เติบใหญ่ไปพร้อมกัน
บุคลากรได้รับการพัฒนาตามแผนการพัฒนาบุคลากรพนักงานมีชั่วโมงการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 6 ชม./คน
Integrity
ซื่อสัตย์สุจริต
พนักงานดำเนินงานตามแนวปฏิบัติจรรยาบรรณธุรกิจพนักงานในทุกระดับได้ปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ และบริษัทฯ ไม่พบข้อร้องเรียนด้านจรรยาบรรณธุรกิจ
Neat
ร่วมกันคิดประณีตในงาน
โครงการที่ได้การรับรองมาตรฐาน ด้านสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึง ผลกระทบทางสังคม และสิ่งแวดล้อมโครงการที่ออกแบบเพื่อลดการใช้พลังงาน
Service Excellence
เต็มที่ในการบริการ
ความพึงพอใจของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ในแต่ละปีข้อชมเชยที่เพิ่มขึ้น และข้อร้องเรียนลดลง
Teamwork
ร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว
อัตราความผูกพันของพนักงาน ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีการประเมินความผูกพนักงานและอัตรา การลาออกที่ลดลงในแต่ละปี

แนวทางการพัฒนาด้านความยั่งยืน

บริษัทฯ ได้นำเป้าหมายการพัฒนาความยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) มาประยุกต์กับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมขององค์กร เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดขอบเขตของประเด็นหลักด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ และพัฒนาองค์กรไปสู่เป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ มิติเศรษฐกิจ มิติสังคม และมิติสิ่งแวดล้อม

ประเด็น SDGsมีส่วนได้ส่วนเสียแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน
มิติเศรษฐกิจมิติสังคมมิติสิ่งแวดล้อม
sdgs-03
การมีสุขภาวะ
ในการดำเรงชีวิต
และส่งเสริม
ความเป็นอยู่ที่ดี
ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร 
  • การดูแลสุขภาวะอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานและแรงงาน
  • การออกแบบโดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของลูกค้าที่พักอาศัย
 
sdgs-04
การได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาส
ในการเรียนรู้
ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร ชุมชน 
  • การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพในองค์กร
  • สนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้ด้อยโอกาส
 
sdgs-06
การบริหารจัดการใน
การใช้ทรัพยากรและสุขอนามัยที่ดี
ลูกค้า พันธมิตร ชุมชน  
  • การบริหารจัดการทรัพยากรสิ่งแวดล้อม
sdgs-08
การเติบโต
ทางเศรษฐกิจ
ที่ครอบคลุมการ
จ้างงานที่มีผลิตภาพ
ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร ชุมชน
  • ส่งเสริมการจ้างงาน และสนับสนุนผลตอบแทนที่เป็นธรรม
  • ผลตอบแทนจากการเติบโตของบริษัทฯ
  
sdgs-09
โครงสร้างพื้นฐาน
ที่ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร
  • การพัฒนาสินค้า บริการ และนวัตกรรม
 
  • การใช้ทรัพยากร ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
sdgs-11
ทำให้เมืองและการ
ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัย และพัฒนาอย่างยั่งยืน
ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร ชุมชน 
  • การพัฒนาโครงการโดยคำนึงถึงพื้นที่สีเขียวให้แก่ชุมชน
  • การพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน
  • การจัดการมลพิษและของเสียในชุมชน
sdgs-12
การผลิตและ
การบริโภคที่ยั่งยืน
ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร ชุมชน
  • การจัดซื้อจัดจ้าง
  • การบริหารห่วงโซ่คุณค่า
  
sdgs-16
ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและเข้าถึงความยุติธรรมได้ในทุกระดับ
ลูกค้า พนักงาน พันธมิตร ชุมชน ผู้ถือหุ้น 
  • การต่อต้านทุจริตคอรัปชั่น
  • การปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม
 

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

บริษัทฯ รวบรวมและกำหนดประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มีความสัมพันธ์กับการดำเนินธุรกิจ ประกอบกับ การพิจารณาบริบทด้านการ มีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ โดยการสำรวจความคิดเห็น เพื่อนำผลจากข้อเสนอแนะ มาวิเคราะห์ การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ขั้นตอนการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

ขั้นที่ 1 ระบุประเด็นความยั่งยืน

พิจารณาจากกรอบรายงานมาตรฐานสากล GRI ร่วมกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจประเภทอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างของบริษัทฯ และรวบรวมประเด็นจากการดำเนินงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ

ขั้นที่ 2 การจัดลำดับประเด็นที่สำคัญ

ระบุประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่ได้จากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และจัดลำดับความสำคัญในแต่ละประเด็น โดยพิจารณาจากประเด็นที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ

ขั้นที่ 3 การตรวจสอบประเด็น

นำเสนอผลการจัดลำดับประเด็นที่มีความสำคัญต่อคณะกรรมการด้านความยั่งยืน ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ เพื่อพิจารณาตรวจสอบประเด็นที่มีความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มีความน่าเชื่อถือ และเป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร

ขั้นที่ 4 การทบทวน

ทบทวนเนื้อหาการรายงานด้านความยั่งยืน หลังการเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของเนื้อหาที่เปิดเผย และปรับปรุงนโยบาย ประเด็นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

การจัดการผลกระทบต่อ ผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่ คุณค่าของธุรกิจ

ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจทางด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร โดยมีห่วงโซ่คุณค่า ของธุรกิจ ดังนี้

ห่วงโซ่คุณค่ากระบวนการผู้เกี่ยวข้อง
1. การจัดหาที่ดิน
และแหล่งเงินทุน
  • จัดหาทำเลที่มีศักยภาพ ไม่มีปัญหาด้านคดีความ
  • จัดซื้อจัดจ้าง เจรจาซื้อขายโปร่งใส
  • กำหนดกลุ่มลูกค้า และวิเคราะห์คู่แข่ง
  • จัดเตรียมแหล่งเงินทุน
  • พนักงาน
  • เจ้าของที่ดิน
  • ชุมชน
2. การออกแบบโครงการ
  • การออกแบบพื้นที่โครงการ
  • การออกแบบอาคารให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค โดยยึดหลัก Human Centric
  • การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและทิวทัศน์โดยรอบ
  • การคัดสรรวัสดุในการก่อสร้างที่มีคุณภาพ
  • การขออนุญาตก่อสร้างที่ถูกต้องตามกฏหมาย
  • พนักงาน
  • คู่ค้า
  • หน่วยงานภาครัฐ
3. การจัดซื้อจัดจ้าง
  • คัดเลือกผู้รับเหมาอย่างเป็นธรรม
  • จัดหาสินค้าที่มีคุณภาพสูงจากผู้ผลิตหลายราย
  • พนักงาน
  • คู่ค้า
4. การขายและการตลาด
  • การให้ข้อมูลชัดเจนแก่ลูกค้า
  • การดูแลรักษาข้อมูลของลูกค้า
  • การสำรวจความพึงพอใจ
  • เครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารการตลาด
  • กิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาด
  • ลูกค้า
  • พนักงาน
  • สถาบันการเงิน
  • คู่ค้า
5. การก่อสร้าง
  • มีเกณฑ์คัดเลือกผู้รับเหมา มีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ที่เป็นธรรม
  • คัดสรรวัสดุในการก่อสร้างที่มีคุณภาพ
  • ดูแลด้านสภาวะแวดล้อมให้แก่ชุมชน ไม่กระทบต่อชุมชนรอบข้าง
  • การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณการปล่อยมลภาวะ การทิ้งของเสียจากการก่อสร้างทั้งทางตรงทางอ้อม
  • ปฏิบัติตามระเบียบราชการ
  • ดูแลรับเรื่องร้องเรียน
  • พนักงาน
  • คู่ค้า
  • ชุมชน
  • หน่วยงานภาครัฐ
6. การส่งมอบ และการโอนกรรมสิทธิ์
  • อำนวยความสะดวกด้านการซื้อขาย ขอสินเชื่อ
  • การตรวจรับ และแก้ไขงาน การโอนกรรมสิทธิ์
  • ลูกค้า
  • พนักงาน
  • หน่วยงานภาครัฐ
  • สถาบันการเงิน
7. บริการหลังการขาย
  • นิติบุคคล
  • การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM)
  • ดูแลรับเรื่องร้องเรียนผ่านทางออฟไลน์ และออนไลน์ (Call Center)
  • ลูกบ้าน
  • พนักงาน
 
 

การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ

จากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการในการดำเนินงานของบริษัทฯ บริษัทฯ ได้จัดกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอก เพื่อพิจารณาประเมินระดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสีย และผลกระทบต่อบริษัทฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อม และกำหนดเป็นแนวปฏิบัติในการตอบสนองความคาดหวังและสร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละกลุ่ม ดังนี้

ผู้มีส่วนได้
ส่วนเสีย
ความคาดหวัง ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียช่องทางการสื่อสารการตอบสนองความคาดหวัง ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ผู้ถือหุ้น
  • ผลการดำเนินงานที่เติบโต อย่างต่อเนื่อง
  • ผลตอบแทนจากการลงทุน
  • บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล สามารถตรวจสอบได้
  • รายงานประจำปี
  • การประชุมผู้ถือหุ้น
  • การพบนักวิเคราะห์และนักลงทุน
  • การจ่ายผลตอบแทนที่เหมาะสม
  • เปิดเผยข้อมูลทางธุรกิจอย่างครบถ้วนโปร่งใส
  • ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม
  • ยึดหลักธรรมาภิบาล
ลูกค้า
  • ผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
  • สร้างความพึงพอใจ บริหารจัดการข้อร้องเรียนอย่างรวดเร็ว และมีคุณภาพ
  • เคารพสิทธิของผู้บริโภค
  • www.origin.co.th
  • FB : Origin Property
  • Call Center: 02 0300000
  • App : Origin Connect
  • CRM และแบบสำรวจ ความคิดเห็น
  • ให้ความสำคัญและรับผิดชอบต่อการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีมาตรฐาน ด้วยการพัฒนาคุณภาพและปรับปรุงปริการด้วยความรวดเร็ว
  • รักษาความลับของลูกค้า
พนักงาน
  • ความเท่าเทียมและสิทธิ ขั้นพื้นฐาน
  • สวัสดิการและค่าตอบแทน ที่เหมาะสม
  • ความมั่นคงและความก้าวหน้า ในอาชีพ
  • www.origin.co.th
  • FB : Origin Careers
  • ระบบ MyOrigin
  • แบบสำรวจความคิดเห็นพนักงาน
  • กิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม
  • ดูแลและปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
  • สนับสนุนศักยภาพการทำงาน อัตรา ค่าตอบแทน สวัสดิการ การแต่งตั้ง และโยกย้ายอย่างเป็นธรรม
  • กำกับดูแลเรื่องความปลอดภัย และสุขอนามัยในสถานที่ทำงาน
คู่ค้า
  • การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นธรรม และการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
  • ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม ยุติธรรม
  • ปฏิบัติงานตรงตามสัญญา
  • สร้างความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจ
  • สุขอนามัย และความปลอดภัย ในการทำงาน
  • การเคารพในสิทธิมนุษยชน
  • การเปิดรับข้อร้องเรียน
  • ประเมินความพึงพอใจ
  • Supplier Engagement และกิจกรรมเสริมความสัมพันธ์
  • การอบรมและแบ่งปันความรู้
  • www.origin.co.th
  • Supplier’s code of conduct
  • ปฏิบัติตามกรอบการจัดซื้อจัดจ้าง และบริการอย่างสุจริต
  • ปฏิบัติต่อคู่ค้าตามหลักกการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • กำหนดแผนธุรกิจร่วมกัน
  • แบ่งปันองค์ความรู้
ชุมชน
  • มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม
  • การป้องกันผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ เช่น การก่อสร้าง เสียง ฝุ่น
  • กิจกรรมชุมชนสัมพันธ์
  • แบบสำรวจความคิดเห็น
  • www.origin.co.th
  • สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่เสริมสร้างคุณภาพ อาชีวอนามัยให้ กับสังคม และสิ่งแวดล้อม
  • เมีความรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อม ของชุมชนและสังคม
  • สำรวจความต้องการ ความพึงพอใจ และผลกระทบของชุมชน
คู่แข่ง
  • การแข่งขันที่เป็นธรรม
  • ประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี
  • ดำเนินการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
เจ้าหนี้
  • ชำระหนี้คืนตรงตามกำหนดเวลา
  • ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ อย่างเคร่งครัด
  • www.origin.co.th
  • FB : Origin Property
  • Call Center : 02 0300000
  • สัญญาและเงื่อนไขการชำระหนี้
  • ปฏิบัติตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในการชำระหนี้
  • ดำเนินการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
หน่วยงานราชการ
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • การเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้
  • รายงานประจำปี
  • รายงานมาตรการผลกระทบ สิ่งแวดล้อม
  • www.origin.co.th
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
 

การจัดการด้านความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ กระบวนการจัดหาที่ดิน กระบวนการออกแบบโครงการ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการก่อสร้างและพัฒนาโครงการ รวมถึง กระบวนการบริหารโครงการนิติบุคคลที่บริษัทฯให้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าในทุกกระบวนการมีการบริหารและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

แนวปฏิบัติการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน ของเสีย และสภาพแวดล้อม

  • ดำเนินการและบริหารจัดการทรัพยากร พลังงาน ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ ให้สอดคล้องตามกฎหมายและข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
  • กำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมายการบริหารจัดการทรัพยากร พลังงาน ของเสีย การดูแลสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ให้เหมาะสมกับปริมาณทีใช้ โดยมุ่งเน้นการลดปริมาณการใช้ทรัพยากรให้เกิดการใช้อย่างคุ้มค่า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • กำหนดให้การบริหารจัดการทรัพยากร พลังงาน สาธารณูปโภค และสิ่งแวดล้อม เป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ ทุกระดับ ที่จะให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด
  • สร้างความตระหนักรู้เรื่องการบริหารจัดการทรัพยากร พลังงาน สาธารณูปโภค และสิ่งแวดล้อม โดยสื่อสารให้พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความเข้าใจ และปฏิบัติได้อย่างถูกต้องการดูแล รักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • ให้การสนับสนุนที่จำเป็น ตลอดจนจัดสรรบุคลากร งบประมาณ เวลา การฝึกอบรม และสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการนำเสนอข้อคิดเห็นของพนักงานที่เป็นประโยชน์ เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการด้านทรัพยากร พลังงาน สาธารณูปโภค รวมไปถึงการดูแลสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม
  • มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

แนวปฏิบัติการจัดการระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

  • มีแนวทางในการจัดการระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ถูกต้องตามกฎหมาย ข้อบังคับ ตรงตามเจตจำนงค์ในการรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
  • มีการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และรายงานความเสี่ยงที่เกี่ยวกับระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยกระบวนการที่เหมาะสมก่อน ระหว่าง และหลังการพัฒนาโครงการตามที่กฎหมายกำหนด
  • มีการสำรวจและศึกษาระบบนิเวศวิทยา ดูแล อนุรักษ์พันธุ์ไม้ พันธุ์สัตว์ ในระบบนิเวศบริเวณพื้นที่โดยรอบของการก่อสร้าง และดำเนินการบริหารจัดการตามมาตรการ Mitigation Hierarchy ที่สนับสนุนการหลีกเลี่ยง ลดการเกิด ฟื้นฟูและชดเชย เมื่อดำเนินธุรกิจในบริเวณพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ
  • มีการเลือกใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ในการก่อสร้างที่มาจากแหล่งผลิตที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มาจากพื้นที่ที่มีประเด็นด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และลดการก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก
  • จัดให้มีมาตรการดูแลการจัดการสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศ เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการพัฒนาและดำเนินธุรกิจ
  • ส่งเสริมให้พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียตระหนักถึงผลกระทบด้านนิเวศวิทยา และความหลากหลายทางชีวภาพจากการดำเนินธุรกิจ และปลูกจิตสำนึกให้พนักงานมีส่วนร่วมแสดงความรับผิดชอบในขอบเขตที่พึงกระทำได้
  • เปิดเผย และสื่อสารเรื่องการจัดการระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมาตรการปฏิบัติ ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงสื่อสารช่องทางการแจ้งเบาะแสและการร้องเรียนให้กับชุมชน และสังคมอย่างชัดเจน ในกรณีพบเห็นการดำเนินงานที่อาจก่อให้เกิดการทำลายระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

แนวปฏิบัติการดูแลและการพัฒนาสังคม

  • มุ่งมั่นประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
  • สนับสนุนการมีส่วนร่วมและพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน และสังคม ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
  • ส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
  • สนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ

การจัดการพลังงาน

พลังงานไฟฟ้าเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อลดการใช้พลังงานในองค์กร และนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้ออกแบบอาคารและโครงการให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม โดยพึ่งพาแสงและลมจากธรรมชาติในพื้นที่ส่วนกลาง ของโครงการ และเลือกใช้วัสดุทดแทนพลังงาน เพื่อส่งเสริมการประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายในการลดการใช้พลังงานให้ได้ร้อยละ 5 ภายในปี 2565 เทียบกับปีฐานในปี 2563 ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวได้ครอบคลุมการดำเนินงานของสำนักงานใหญ่ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ สำนักงานบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด และสำนักงานขายที่เปิดบริการในปี 2563 จำนวน 21 แห่ง โดยบริษัทฯ บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบไฟแสงสว่าง และระบบปรับอากาศ โดยติดตั้งและบำรุงรักษาอุปกรณ์ควบคุมการทำงานของระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2563 บริษัทฯ ใช้พลังงานไฟฟ้ารวม 2,033,595.40 กิโลวัตต์-ชั่วโมง

หน่วยธุรกิจ2563
ปริมาณการใช้ไฟฟ้า
(กิโลวัตต์/ชั่วโมง/ปี)
ร้อยละ
ของการใช้พลังงานทั้งหมด
สำนักงานใหญ่บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้113,387.005.58
สำนักงานบ.พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น102,237.525.02
สำนักงานขาย 21 แห่ง1,817,970.8889.40
ปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด2,033,595.40100

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่บริษัทฯ ใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานขององค์กร โดยในปี 2563 บริษัทฯ ได้ทำการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงาน ใช้ในโครงการ เช่น เครื่องปรับอากาศที่ประหยัดพลังงานด้วยระบบอินเวอร์เตอร์ และใช้สารทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ทำลายโอโซน และลดภาวะเรือนกระจก จำนวนทั้งสิ้น 9,032 เครื่อง

การจัดการน้ำ

บริษัทฯ บริหารจัดการการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคำนึงถึงปริมาณ และผลกระทบที่มีต่อชุมชน โดยลดปริมาณการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการติดตั้งสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ หรือมีอุปกรณ์ควบคุมการเปิด ปิดน้ำอัตโนมัติให้แก่สุขภัณฑ์ภายในโครงการ เช่น โถสุขภัณฑ์แบบ Dual Flush ที่มีปริมาณการใช้น้ำไม่เกิน 6 ลิตรต่อการกด 1 ครั้ง ซึ่งทำให้ประหยัดได้ถึงร้อยละ 50 ต่อการใช้น้ำใน 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังทำการติดตั้งมาตรวัดน้ำย่อย เพื่อการบริหารจัดการการใช้น้ำ และตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำบริเวณพื้นที่หลัก และบริเวณโดยรอบอาคาร รวมถึงการสร้างบ่อหน่วงน้ำขนาดใหญ่บริเวณอาคาร สำหรับรองรับปริมาณน้ำฝนก่อนระบายสู่ระบบระบายน้ำสาธารณะ และบริษัทฯ มีการซ่อมบำรุงและตรวจสภาพของระบบการจ่ายน้ำภายในกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีการจัดการน้ำทิ้งอย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายในการบริหารจัดการน้ำ โดยการลดปริมาณการใช้น้ำต่อตารางเมตร ร้อยละ 5 ภายในปี 2565 ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวครอบคลุมการดำเนินงานของสำนักงานใหญ่บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ สำนักงานบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด และสำนักงานขายที่เปิดบริการในปี 2563 จำนวน 21 แห่ง ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการใช้น้ำประปารวม 47,629 ลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ในทุกโครงการก่อสร้าง และโครงการที่มีผู้พักอาศัย บริษัทฯ ได้กำหนดให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง และนิติบุคคลต้องจัดระบบจัดการน้ำเสียตามที่กฎหมายกำหนด โดยน้ำทิ้งที่ระบายออกจากโครงการก่อสร้างจะต้องมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำตามมาตรฐานน้ำเสีย และผ่านการบำบัดก่อนปล่อยออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น การติดตั้งถังดักไขมันบริเวณจุดล้างชำระ การจัดทำระบบระบายน้ำลงสู่ท่อสาธารณะ ซึ่งน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดจะนำกลับมาใช้ภายในโครงการได้ใหม่ โดยการนำไปรดต้นไม้ ล้างพื้นถนน และฉีดทำความสะอาด ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้น้ำ และยังเป็นการลดการระบายน้ำจากโครงการสู่ระบบระบายน้ำสาธารณะ

 

การจัดการขยะ ของเสีย และมลพิษ

การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ สร้างของเสียและขยะมูลฝอยที่มาจากกระบวนการต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายการลดปริมาณของเสีย และขยะมูลฝอยลงร้อยละ 5 ภายในปี 2565 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้สนับสนุนแนวทางเรื่อง Circular Living ลดการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ลดการเกิดของเสีย สนับสนุนการจัดการขยะพลาสติก และนำทรัพยากรมาหมุนเวียนใช้ซ้ำ หรือนำวัสดุที่ผ่านการผลิตซ้ำกลับมาใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เช่น การใช้วัสดุตกแต่งพื้นลวดลายใกล้เคียงวัสดุธรรมชาติประเภท PVC ที่มีความแข็งแรง ทนทาน และช่วยลดการใช้ทรัพยากร สามารถนำกลับไปรีไซเคิลใช้ประโยชน์ใหม่ได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งแตกต่างจากวัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ ที่ต้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ มีการจัดการขยะและของเสียในกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบตามหลักการ 3R (Reduce Reuse Recycle) และมีระบบการคัดแยกขยะตามประเภทที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มจากการส่งเสริมการคัดแยกขยะภายในอาคาร และรณรงค์การลดขวดน้ำพลาสติกในสำนักงานใหญ่ ซึ่งการคัดแยกประเภทขยะ จะสามารถนำขยะบางชนิดกลับมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นได้ใหม่ ทั้งนี้ เพื่อลดการกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบ นอกจากนี้ ในระหว่างปีบริษัทฯ ได้ทำการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสำนักงานและรอบสถานประกอบการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พบว่า ค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศ กลิ่น เสียง อยู่ในเกณฑ์ปกติตามที่กฎหมายกำหนด และ ไม่พบกรณีสารเคมีรั่วไหลจากการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแนวทางในการคัดแยกขยะและลดการผลิตขยะมูลฝอยในอาคาร เช่น ลดการใช้ขวดน้ำดื่มพลาสติกในสำนักงานใหญ่ และรณรงค์การคัดแยกขยะประเภทขวดแก้ว ขวดพลาสติกภายในโครงการที่พักอาศัย การนำขยะพลาสติกและกระดาษไปรีไซเคิล และการบริจาคขยะหลอดพลาสติกเพื่อทำเป็นหมอนให้ผู้ป่วย และให้ความรู้เรื่องการย่อยเศษอาหารในครัวเรือน เพื่อใช้เป็นสารบำรุงดิน เป็นต้น

การบริหารจัดการของเสียในโครงการก่อสร้าง

 

บริษัทฯ กำหนดให้ผู้รับเหมาต้องจัดให้มีถังขยะขนาดใหญ่ ที่มีฝาปิดมิดชิด จัดตั้งอยู่ในบริเวณอาคารสำนักงานควบคุมการก่อสร้าง และบริเวณบ้านพักของคนงาน โดยขยะในพื้นที่ก่อสร้างมี 2 ประเภท คือ ขยะที่เกิดจากการก่อสร้าง และขยะที่เกิดจากคนงาน โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด ด้วยการนำขยะบางส่วนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น เศษเหล็ก เศษไม้ ซึ่งขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ที่อยู่ในส่วนความรับผิดชอบของผู้รับเหมาจะต้องนำออกจากพื้นที่ทั้งหมดเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้รับเหมาจะต้องควบคุมคนงานให้ทิ้งขยะมูลฝอยลงในถังขยะที่จัดเตรียมไว้เท่านั้น และให้หน่วยงานความปลอดภัยสุ่มตรวจเช็คการปฏิบัติตามมาตรการที่บริษัทฯ กำหนดอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการติดตามผลในการปฏิบัติงานของผู้รับเหมาอย่างต่อเนื่อง

การบริหารจัดการของเสียในโครงการพักอาศัย

 

บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงผลกระทบจากปัญหาขยะที่เกิดขึ้น จึงได้จัดให้มีโครงการต้นแบบในด้านการจัดการขยะ โดยเริ่มต้นที่สำนักงานใหญ่ โดยมีการจัดให้คัดแยกขยะ รับบริจาคขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้ เช่น ฝาขวดน้ำพลาสติก หลอด ปฏิทิน และได้ขยายผลไปยังโครงการของบริษัทฯ โดยได้จัดให้มีการคัดแยกขยะภายในโครงการที่พักอาศัย เพื่อสร้างจิตสำนึกของพนักงานและลูกบ้านในเรื่องการคัดแยกขยะ

การจัดการเพื่อลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการเพื่อลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก โดยพบว่ากิจกรรมของการดำเนินธุรกิจที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด คือ การใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศในสำนักงาน และการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงจากยานพาหนะ ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดขอบเขตการใช้ทรัพยากร พลังงาน ที่สร้างปฏิกิริยาในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามรายละเอียด ดังนี้

  1. ก๊าซเรือนกระจกทางตรง ขอบเขตที่ 1 เป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีการเผาไหม้เคลื่อนที่ โดยคำนวณจากการใช้น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ที่มาจากปริมาณการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงในยานพาหนะที่เป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ จำนวน 6 คัน
  2. ก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขตที่ 2 เป็นก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากไฟฟ้าที่ถูกนำเข้าจากภายนอกเข้ามาใช้ภายในบริษัทฯ โดยคำนวณจากปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้า ครอบคลุมสำนักงานใหญ่ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ สำนักงานบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด และสำนักงานขายที่เปิดบริการในปี 2563 จำนวน 21 แห่ง
  3. ก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขตที่ 3 เป็นก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการใช้น้ำประปา และกระดาษ A4 ภายในสำนักงานใหญ่ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ตลอดทั้งปี 2563 จำนวน 1,070,867 แผ่น

ในปี 2563 บริษัทฯ มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง 94 ตัน (หรือกิโลกรัม) คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ร้อยละ 8.10 และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม 1,067 ตัน (หรือกิโลกรัม) คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ร้อยละ 91.90 รวม 1,161 ตัน (หรือกิโลกรัม) คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยผู้ทวนสอบ คือ บริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

ก๊าซเรือนกระจกทางตรง ขอบเขต 1ก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขต 2ก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ขอบเขต 2
941,01750
รวมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก = 1,161 ตันคาร์บอนไดออกไซด์

การบริหารจัดการรักษาสิ่งแวดล้อมในงานก่อสร้าง

บริษัทฯ ได้ดำเนินงานตามหลักเกณฑ์เพื่อตอบรับนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ มีนโยบายว่าจ้างบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม วิศวกรรมโครงสร้าง และวิศวกรรมงานระบบประกอบอาคารที่มีความรู้ความสามารถในการออกแบบ ทำให้โครงการสามารถผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับมาตรการ นโยบาย และแผนงานแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  1. ด้านความปลอดภัยโครงการ (SAFETY PLAN) บริษัทฯ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการดำเนินงานในทุกๆขั้นตอนของการพัฒนาโครงการ ดังนั้นจึงมีการการกำหนดแผนงานที่เน้นด้านความปลอดภัยในพัฒนาโครงการตั้งแต่ขั้นตอนในการจัดเตรียมพื้นที่ก่อนการก่อสร้าง ขณะก่อสร้าง และภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยปรากฎอยู่ในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ รวมถึงระบุอยู่ในสัญญาระหว่างบริษัทกับผู้รับเหมาทุกราย ในเรื่องของมาตรการความปลอดภัย ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ก่อสร้าง พื้นที่ข้างเคียง และพนักงานก่อสร้างที่จะต้องมีเครื่องมือ และอุปกรณ์ป้องกันในขณะทำงาน หรือสำหรับบุคคลภายนอกที่รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ นอกจากนี้ยังกำหนดให้ ทุกโครงการต้องมีแผนป้องกันกรณีเหตุฉุกเฉิน หรืออุบัติเหตเพื่อเตรียมความพร้อมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
  2. ด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งภายในพื้นที่โครงการและพื้นที่โดยรอบบริษัทมีการกำหนดมาตรในการดูแลสิ่งแวดล้อม เช่น มาตรการเกี่ยวกับน้ำ ฝุ่นละออง และต้นไม้ สำหรับพื้นที่โครงการที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ บริษัทฯ จะทำการออกแบบโครงการให้นำเอาต้นไม้มาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ และให้ทางรุกขกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบและแนะนำวิธีการตกแต่ง ดูแลต้นไม้ แทนการตัดหรือโค่นต้นไม้ออกจากพื้นที่ โดยมีการนำผลการตรวจสอบมาประชุม Site Meeting ทุกสัปดาห์เพื่อหาแนวทางควบคุม แก้ไข ป้องกัน ตามหลักการดูแลสิ่งแวดล้อมภายใต้ข้อกำหนดของ EIA หรือมากกว่าข้อกำหนด
 

ข้อร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและหลีกเลี่ยงการดำเนินงานที่อาจสร้างผลกระทบเชิงลบต่อคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบสถานประกอบการ โดยเปิดช่องทางสื่อสารและหน่วยงานที่รับเรื่องร้องเรียนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถร้องเรียนได้สะดวกที่สุด บริษัทฯ ได้จัดให้มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและจัดการข้อร้องเรียน ตลอดจนสื่อสารผลการจัดการข้อร้องเรียนกลับไปยังผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางร้องเรียน

  • Call Center : 020 300 000
  • เว็บไซต์ www.origin.co.th
  • FB : Origin Property

การจัดการด้านความยั่งยืนในมิติสังคม

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสังคม

 

บริษัทฯ มีนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน (ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์บริษัท www.origin.co.th) โดยยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) และหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (The United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: “UNGPs”) โดยให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติด้านแรงงานและการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นธรรม เท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งในด้านการจ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเลื่อนตำแหน่ง การฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน โดยไม่แบ่งแยกความแตกต่างทางเพศ อายุ สถาบันการศึกษา เชื้อชาติ และศาสนา รวมทั้งสนับสนุนการจ้างงานแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาส ได้แก่ ผู้พิการ เพื่อสร้างโอกาส สร้างอาชีพ และรายได้ที่มั่นคง และเป็นส่วนหนึ่งของการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของประเทศและโลก นอกจากนั้น เพื่อให้พนักงานและบุคลากรทุกคนเกิดความรู้สึกผูกพันเป็นครอบครัวเดียวกับองค์กร

การเคารพสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ยึดมั่น และให้ความสำคัญกับการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนในทุกๆ ด้าน เนื่องจากบริษัทฯ คำนึงถึงความสำคัญของการให้คุณค่ากับอัตลักษณ์ของบุคลลแต่ละคน โดยมีการส่งเสริมและคุ้มครอบสิทธิเสรีภาพ ตลอดจนปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอภาค และต่อต้านการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครงาน การสร้างจิตสำนึกให้กับพนักงานในการเคารพสิทธิมุนษยชนของเพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงการไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานหลังจากพ้นสภาพการเป็นพนักงานไปแล้ว

การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม

บริษัทฯ มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นในด้านรายได้ และขนาดขององค์กร แต่ก็ไม่ละเลยที่จะคำนึงถึงความสำคัญของบุคลากร การปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมในทุกๆด้าน เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นโดยอิสระ ปราศจากการแทรกแซง มีการกำหนดแนวปฏิบัติการจ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิแรงงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยกำหนดหลักการในการสรรหา คัดเลือกเพื่อว่าจ้างพนักงานอย่างเป็นธรรม

 

บริษัทฯ มีการว่าจ้างพนักงานโดยพิจารณาถึงคุณสมบัติที่เหมาะสมกับองค์กรและตำแหน่งงาน ภายใต้แนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ทั้งนี้บริษัทฯ สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานอย่างเป็นธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติอันมีเหตุมาจากความแตกต่าง ด้วยการไม่กำหนดคุณสมบัติ ของผู้สมัครงานว่าจะเป็นเพศใด เชื้อชาติใด ศาสนาใด และไม่สนับสนุนการบังคับใช้แรงงาน (Forced Labor) ต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก (Child Labor) และไม่ทำธุรกรรมใดๆ กับคู่ค้าหรือผู้ผลิตที่กระทำการดังกล่าว และเก็บข้อมูลเฉพาะบุคคลทุกอย่างในการสมัครงานเป็นความลับ

การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงาน และพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานปัจจุบัน หรือพ้นสภาพการเป็นพนักงานไปแล้ว โดยการออกระเบียบและควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงและเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน รวมไปถึงการต้องได้รับความยินยอมจากพนักงานในการให้บริษัทเข้าถึงข้อมูลและความเป็นส่วนตัวต่างๆ ที่เป็นสิทธิส่วนบุคคลของพนักงาน

การดูแลพนักงานด้วยความเคารพในสิทธิมนุษยชน และสร้างจิตสำนึกให้พนักงานทุกคนเคารพในสิทธิมนุษยชน ของกันและกัน

บริษัทฯ เคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของพนักงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการมีอิสระในการแสดงความเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง การได้รับข้อมูลหรือความคิดเห็นผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งจัดให้มีช่องทางการสื่อสารเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเสรี รวมทั้งการเลื่อนตำแหน่ง การมอบหมายงาน ซึ่งบริษัทฯ จะคัดเลือกด้วยความสามารถที่แท้จริง ไม่เลือกปฏิบัติอันมีเหตุมาจากความแตกต่างทางด้าน เพศ เชื้อชาติ ศาสนา ฐานะทางเศรษฐกิจ และสังคม

กระบวนการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในสถานประกอบการ

บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญต่อการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการบริหารจัดการด้านทรัพยากรบุคคลเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนพึงจะได้รับอย่างเท่าเทียมกัน กล่าวคือบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานและการปฏิบัติต่อพนักงานตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่ง รวมทั้งการพิจารณาในประเด็นต่างๆที่อาจจะส่งผลต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ เช่น การไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเพศในการว่าจ้างพนักงาน โดยบริษัทฯ จะพิจารณาที่ความสามารถและความเหมาะสมของผู้สมัครงานเป็นหลัก เป็นต้น

บริษัทฯ มีการสรรหาการว่าจ้างพนักงานโดยพิจารณาถึงคุณสมบัติที่เหมาะสมกับองค์กรและตำแหน่งงานภายใต้แนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในแบบ Origin Culture ที่มุ่งเน้นความเป็น Ownership , Professional & Friendly โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเพศ อายุ เชื้อชาติ หรือศาสนา แต่ให้ความสำคัญกับศักยภาพในการทำงานของคน โดยบริษัทฯ ยังคงไว้ซึ่งกระบวนการในการคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน ซึ่งได้แก่ การจัดให้มีการทดสอบความรู้ตามตำแหน่งงานเพื่อวัดความรู้ความสามารถของผู้สมัคร การวัดทัศนคติในการทำงาน การวัดความถนัดในการทำงานในแต่ละตำแหน่งงาน เพื่อมุ่งเน้นให้พนักงานทำงานอย่างประสบความสำเร็จและมีความสุข กล่าวคือได้ทำงานที่อยากทำและทำได้ดีบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับกระบวนการสัมภาษณ์คัดเลือกเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับบุคลากรที่เหมาะสมกับองค์กรมาทำร่วมเป็นทีมงาน โดยการใช้เครื่องมือ Competency Based Interview มาเป็นแนวทางในการสัมภาษณ์เพื่อค้นหาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด โดยบริษัทฯ เชื่อว่าการคัดเลือกผู้สมัครที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่เป็นผลดีกับบริษัทฯ เท่านั้น แต่เป็นการไม่ทำให้ผู้สมัครที่คุณสมบัติไม่ตรงต้องเสียเวลากับการได้ทำงานที่ไม่ตรงกับความสามารถของตนเองอีกด้วย

ในปี 2563 บริษัทฯ มีการจ้างพนักงานประจำ และพนักงานสัญญาจ้างทั้งหมด 1,345 คน ในจำนวนนี้เป็นพนักงานหญิง 793 คน พนักงานชาย 552 คน โดยมีช่วงอายุต่ำกว่า 30 ปี จำนวน 694 คน อายุ 31-50 ปี จำนวน 615 คน และอายุ 51 ปี ขึ้นไป จำนวน 36 คน โดยแบ่งตามระดับปฏิบัติงาน ดังนี้

บริษัทฯ ส่งเสริมการฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของพนักงานในแต่ละกลุ่ม ให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามเป้าหมายเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันแบบ Win – Win ทั้งองค์กรและพนักงาน ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้พัฒนาโปรแกรม E-Learning เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาความสามารถในการทำงานได้แบบ Anytime, Anywhere โดยบริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้

  • การฝึกอบรมสำหรับพนักงานใหม่ บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการอบรมสำหรับพนักงานใหม่ เพื่อให้พนักงานใหม่ได้เข้าใจถึงวัฒนธรรมองค์กร ข้อมูลพื้นฐานขององค์กร และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าใจในธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงได้ทราบข้อมูลทางด้านสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ ที่พนักงานจะได้รับ เพื่อให้พนักงานสามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในหลักสูตร Onboard Training Program และจัดให้พนักงานใหม่เข้าร่วมโครงการ Origin School ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพาพนักงานเข้าใหม่ไปศึกษาดูงานในโครงการต่างๆของบริษัทฯ โดยตลอดระยะเวลาในการศึกษาดูงาน พนักงานจะได้รับคำแนะนำจากทีมผู้จัดโครงการ และทีมผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้พนักงานเข้าใจถึงธุรกิจ และสภาพแวดล้อมในการทำงานทั้งในฝ่ายของตนเอง และฝ่ายอื่นๆ มากขึ้น
  • การฝึกอบรมสำหรับพนักงานทุกคน บริษัทฯ จัดให้มีการสำรวจความจำเป็นในการฝึกอบรมและพัฒนา เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ได้มาจัดทำแผนการพัฒนาสู่ความเป็นมืออาชีพในงาน (Professional Development Program) เพื่อนำไปใช้ในการอบรมพนักงานรายบุคคล (Individual Development Program) ให้สามารถมีโอกาสสร้างผลงานให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายได้อย่างเท่าเทียมกัน ตามแต่ความมุ่งมั่นและทุ่มเทที่แต่ละคนมีในการทำงาน
  • การฝึกอบรมสำหรับพนักงานในระดับบริหาร บริษัทฯ คำนึงถึงความสำคัญของบทบาทความรับผิดชอบของพนักงานในระดับบริหาร ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง จึงได้มีการกำหนดแผนการพัฒนาภายใต้โปรแกรม Origin Leadership Development โดยได้จัดทำโปรแกรมสำหรับผู้บริหาร 3 ระดับ ดังนี้
    • หลักสูตร Coach / Mentor & Situational Leadership สำหรับผู้บริหารระดับต้น ซึ่งได้แก่ ระดับ Manager ถึง Assistant Vice President
    • หลักสูตร Leadership as a Change Agent สำหรับผู้บริหารระดับกลาง ซึ่งได้แก่ ระดับ Vice President ถึง Senior Vice President
    • หลักสูตร Visionary Leadership สำหรับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งได้แก่ ระดับ Executive Vice President ขึ้นไป
  • พนักงานกลุ่ม Talent & Successor บริษัทฯ ได้กำหนดแผนในการพัฒนาพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานและพฤติกรรมในการทำงานในระดับดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง จะได้รับการพิจารณาเข้าร่วมหลักสูตรการพัฒนาเพื่อเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูงต่อไปในอนาคต
  • การฝึกปฎิบัติพร้อมการทำงานจริง On The Job Training บริษัทฯ ได้กำหนดลักษณะงานให้พนักงานได้ทำงานจริงไปพร้อมกับการเรียนรู้ โดยใช้ประสบการณ์เป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการทำงาน

ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทฯ จัดหลักสูตรอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มทักษะและศักยภาพในการทำงาน ให้แก่พนักงานจำนวน 1,345 คน ทั้งหมด รวม 772 ชั่วโมง โดยมีจำนวนชั่วโมงอบรมหรือกิจกรรมพัฒนาความรู้เฉลี่ยของพนักงาน 1.74 ชั่วโมงต่อคนต่อปี

บริษัทฯ ได้มีการกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานและได้บังคับใช้กับพนักงานรวมทั้งผู้รับเหมาในงานต่างๆ อย่างเคร่งครัด เนื่องจากบริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการสร้างให้จิตสำนึกด้านความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในงาน (Safety in Process) และยังเป็นสิ่งที่ต้องกระทำเพื่อให้เกิดการทำงานที่ปลอดภัยที่ยั่งยืนอีกด้วย รวมถึงแทรกอยู่ในระบบความคิดของการทำงานเสมอ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ ในการดูแลความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานในสำนักงานและหน้างาน รวมทั้งจัดให้มีการปลูกฝังทัศนคติและความเข้าใจในการบริหารและดูแลงานความปลอดภัยให้กับพนักงานทุกระดับ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความรู้ความเข้าใจในการทำงาน และรับทราบถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมทั้งจากหน่วยงานของตนเองและหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง

การสื่อสารเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน มีการสื่อสารผ่านหลายช่องทางเช่น เสียงตามสาย , บอร์ดประชาสัมพันธ์ , Website , Facebook และ Line เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานได้ตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติงาน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเป็นการสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และยังได้จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและต่อต้านยาเสพติด โดยการสุ่มตรวจสารเสพติดในผู้ปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย  อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดีอีกด้วย และบริษัทฯ ยังคงเข้าร่วมโครงการโรงงานสีขาวกับกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการทำให้สำนักงานเป็นสำนักงานปลอดยาเสพติดอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

บริษัทฯ ได้กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดูแลรับผิดชอบด้านความปลอดภัยของโครงการก่อสร้างต่างๆ จัดทำรายงานด้านความปลอดภัยประจำโครงการ เพื่อนำเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบและประเมินความปลอดภัยในด้านต่างๆ เช่น ความปลอดภัยในการก่อสร้างอาคาร ความสะอาดและสุขอนามัยภายในโครงการและชุมชนข้างเคียง ซึ่งจะมีการประเมินอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โดยให้คุณและโทษกับผู้รับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ผ่านและไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้รวมรวมผลการประเมิน เพื่อนำผลการประเมินที่ได้ไปพัฒนา แก้ไข และปรับปรุงนโยบายด้านความปลอดภัยในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีการกำหนดนโยบายการจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้พนักงาน โดยมุ่งเน้นให้พนักงานได้มีความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 โดยบริษัท ฯได้ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ภายในสำนักงาน ภายใต้ชื่อ Origin Heart Office (OHO) เพื่อให้บริเวณสถานที่ทำงานและสภาพแวดล้อมมีบรรยากาศที่ดีเหมาะต่อการปฏิบัติงาน อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้คำนึงถึงสุขภาพอนามัย ความสะอาดและความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน รวมถึงสวัสดิภาพที่ดีของพนักงาน และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งบริษัทฯ ได้มีแนวทางในการจัดการภายในสำนักงานใหญ่รวมถึงจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสุขภาพและความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยบริษัทฯ จัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยมากที่สุด ได้แก่ การควบคุมแสงสว่างให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานของพนักงาน ออกนโยบายห้ามวางสิ่งกีดขวางบริเวณทางหนีไฟเพื่อความปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นภายในอาคาร การจัดโซนสำหรับรับประทานอาหาร และจัดเก็บอาหารเพื่อสุขอนามัยที่ดี นอกจากนี้ยังสนับสนุนการจัดการด้านความสะอาด โดย มีการจัดให้ทำความสะอาดบริเวณสำนักงานทุกวันทำงานช่วงเช้า และเย็น รวมถึงการจัดการขยะ ไม่ให้มีขยะที่สามารถเน่าเสียค้างอยู่ในบริเวณสำนักงานเกิน 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทฯ ได้พัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต และดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างเหมาะสม โดยบริษัทฯ ได้มีการจัดอบรมหลักสูตรส่งเสริมทักษะความรู้ในเรื่องความปลอดภัย และอาชีวอนามัย ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ให้แก่พนักงาน แรงงาน ร่วมกับคู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างมาตรฐานและยกระดับการบริหารงานด้านความปลอดภัย และอาชีว อนามัยของผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้

บริษัทฯ มีการจัดอบรม ฝึกซ้อม และอพยพหนีไฟประจำโครงการก่อสร้างปีละ 1 ครั้ง โดยมีหัวข้อบรรยายในการอบรมและซ้อมอัคคีภัยในเรื่องแผนการดับเพลิงและวิธีการดับเพลิง แผนการอพยพหนีไฟและวิธีการอพยพหนีไฟ การค้นหาและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งในปีนี้มีจำนวนโครงการที่จัดการฝึกอบรมและซ้อมอัคคีภัยประจำปี ทั้งหมด 6 โครงการ รวม 300 คน ได้แก่

  • โครงการ Park Origin ทองหล่อ
  • โครงการ Park Origin พญาไท
  • โครงการ Park Origin พระราม 9
  • โครงการ Knightsbridge เกษตร โซไซตี้
  • โครงการ Knightsbridge เทพารักษ์
  • โครงการ The Origin รามอินทรา 83

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีการจัดการประชุม อบรมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และจัดกิจกรรมการตรวจสอบการทำงานที่ไม่ปลอดภัย (Site Walk) ในทุกโครงการเป็นประจำสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยมีหัวข้อการอบรมในเรื่องกฏระเบียบ ข้อบังคับ ของโครงการ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลขณะทำงาน การทำงานที่เกิดความร้อนและประกายไฟ การรักษาความสะอาดในพื้นที่ทำงานและภายในโครงการ การทำงานที่ทำให้เกิดเสียงดัง การทำงานที่เกิดฝุ่นละอองฝุ้งกระจาย การทำงานบนที่สูง การสูบบุหรี่ในพื้นที่กำหนด การรักษาสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล และการกำกับดูแล ตรวจสอบการทำงานที่ไม่ปลอดภัยในโครงการ เช่น การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันนิรภัยส่วนบุคคล (PPE) การตรวจสอบระบบไฟฟ้าของโครงการ และการทำงานของ Tower Crane เป็นต้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามีโครงการที่จัดการประชุม อบรมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และจัดกิจกรรมการตรวจสอบการทำงานที่ไม่ปลอดภัย (Site Walk) รวมทั้งสิ้น 14 โครงการ ได้แก่

  • โครงการ Park Origin ทองหล่อ
  • โครงการ Park Origin พญาไท
  • โครงการ Park Origin ราชเทวี
  • โครงการ Park Origin จุฬา-สามย่าน 
  • โครงการ Park Origin พระราม 9
  • โครงการ Knightsbridge เกษตร โซไซตี้
  • โครงการ Knightsbridge Space รัชโยธิน
  • โครงการ Knightsbridge Collage 107
  • โครงการ Knightsbridge เทพารักษ์
  • โครงการ The Origin ลาดพร้าว 23
  • โครงการ The Origin รามอินทรา 83
  • โครงการ The Origin รามคำแหง 209
  • โครงการ The Origin สุขุมวิท 105
  • โครงการ Tropicana แบริ่ง 4

จากการดำเนินงานด้านการสร้างมาตรฐาน และยกระดับการบริหารงานด้านความปลอดภัย และอาชีว อนามัยของผู้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี พบว่า ใน 365 วัน จาก 14 โครงการก่อสร้าง บริษัทฯ พบกรณีพนักงานและแรงงานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่ถึงขั้นหยุดงานจำนวน 14 ครั้ง และไม่พบกรณีการบาดเจ็บจากการทำงานจนถึงขั้นหยุดงานเกิน 3 วัน และ 7 วัน

นอกจากนี้ในปี 2563 ยังมีวิกฤตการณ์ในเรื่องการแพร่ระบาดของโรค COVID 19 ซึ่งบริษัทฯ มีการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น โดยการกำหนดมาตรการในการป้องกันดูแลความปลอดภัยของพนักงานทุกคนในองค์กร และมีมาตรการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับพนักงานในการปฏิบัติงานกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ และสอดคล้องกับการดำเนินงานตามลักษณะการดำเนินธุรกิจ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของบริษัทฯ

  • จัดกลุ่มพนักงานที่มีความจำเป็นต้องทำงานที่บ้าน (Work From Home) หรือสถานที่สำรองในการปฏิบัติงาน(Remote Site) เช่น ตามโครงการของบริษัทฯ ที่อยู่ใกล้กับที่พักของพนักงาน เพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทาง
  • การสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยมีเป้าหมาย “องค์กรปลอดโควิด” ( Zero COVID 19)  เพื่อให้พนักงานและลูกบ้านทุกคนปลอดภัยจากโรคระบาด ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนและสังคมปลอดภัย ลดการแพร่ระบาดของโรค นอกจากนี้ยังช่วยให้การดำเนินธุรกิจและการบริการลูกค้าสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่หยุดชะงัก รวมทั้งลดผลกระทบกับความเป็นอยู่ของลูกบ้านในโครงการนิติบุคคลต่างๆ ที่บริษัทฯ ให้บริการในการบริหารโครงการให้น้อยที่สุด
  • มีการเตรียมความพร้อมของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ( IT Infrastructure ) และขั้นตอนการสำรองข้อมูล (Computer backup system and procedure) รวมทั้งทดสอบการปฏิบัติจริงเพื่อให้มั่นใจว่าถ้าเกิดปัญหาในกรณีฉุกเฉิน พนักงานและบริษัทฯ สามารถนำข้อมูลจาก ศูนย์สำรองมาใช้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • จัดการประชุม Online เพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางมาปฏิบัติงานของพนักงาน ผ่านทางโปรแกรม MS. Team หรือ Line หรือ Zoom ประจำวัน เวลา 9:00 น. เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการทำงาน สถานที่ปฏิบัติงาน และในช่วงเย็นให้แต่ละทีมสรุปงาน ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน รวมถึงติดตามการทำงานของพนักงานผ่านระบบ my origin
  • การฝึกอบรมสำหรับพนักงานใหม่ บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการอบรมสำหรับพนักงานใหม่ เพื่อให้พนักงานใหม่ได้เข้าใจถึงวัฒนธรรมองค์กร ข้อมูลพื้นฐานขององค์กร และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าใจในธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงได้ทราบข้อมูลทางด้านสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆ ที่พนักงานจะได้รับ เพื่อให้พนักงานสามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในหลักสูตร Onboard Training Program และจัดให้พนักงานใหม่เข้าร่วมโครงการ Origin School ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพาพนักงานเข้าใหม่ไปศึกษาดูงานในโครงการต่างๆของบริษัทฯ โดยตลอดระยะเวลาในการศึกษาดูงาน พนักงานจะได้รับคำแนะนำจากทีมผู้จัดโครงการ และทีมผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้พนักงานเข้าใจถึงธุรกิจ และสภาพแวดล้อมในการทำงานทั้งในฝ่ายของตนเอง และฝ่ายอื่นๆ มากขึ้น
  • การฝึกอบรมสำหรับพนักงานทุกคน บริษัทฯ จัดให้มีการสำรวจความจำเป็นในการฝึกอบรมและพัฒนา เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ได้มาจัดทำแผนการพัฒนาสู่ความเป็นมืออาชีพในงาน (Professional Development Program) เพื่อนำไปใช้ในการอบรมพนักงานรายบุคคล (Individual Development Program) ให้สามารถมีโอกาสสร้างผลงานให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายได้อย่างเท่าเทียมกัน ตามแต่ความมุ่งมั่นและทุ่มเทที่แต่ละคนมีในการทำงาน
  • การฝึกอบรมสำหรับพนักงานในระดับบริหาร บริษัทฯ คำนึงถึงความสำคัญของบทบาทความรับผิดชอบของพนักงานในระดับบริหาร ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง จึงได้มีการกำหนดแผนการพัฒนาภายใต้โปรแกรม Origin Leadership Development โดยได้จัดทำโปรแกรมสำหรับผู้บริหาร 3 ระดับ ดังนี้
    • หลักสูตร Coach / Mentor & Situational Leadership สำหรับผู้บริหารระดับต้น ซึ่งได้แก่ ระดับ Manager ถึง Assistant Vice President
    • หลักสูตร Leadership as a Change Agent สำหรับผู้บริหารระดับกลาง ซึ่งได้แก่ ระดับ Vice President ถึง Senior Vice President
    • หลักสูตร Visionary Leadership สำหรับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งได้แก่ ระดับ Executive Vice President ขึ้นไป
  • พนักงานกลุ่ม Talent & Successor บริษัทฯ ได้กำหนดแผนในการพัฒนาพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานและพฤติกรรมในการทำงานในระดับดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง จะได้รับการพิจารณาเข้าร่วมหลักสูตรการพัฒนาเพื่อเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูงต่อไปในอนาคต
  • การฝึกปฎิบัติพร้อมการทำงานจริง On The Job Training บริษัทฯ ได้กำหนดลักษณะงานให้พนักงานได้ทำงานจริงไปพร้อมกับการเรียนรู้ โดยใช้ประสบการณ์เป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการทำงาน

ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทฯ จัดหลักสูตรอบรมพนักงานเพื่อเพิ่มทักษะและศักยภาพในการทำงาน ให้แก่พนักงานจำนวน 1,345 คน ทั้งหมด รวม 772 ชั่วโมง โดยมีจำนวนชั่วโมงอบรมหรือกิจกรรมพัฒนาความรู้เฉลี่ยของพนักงาน 1.74 ชั่วโมงต่อคนต่อปี

ค่านิยมของบริษัทฯ ถือเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร ในการนำพาบุคลากรที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จ ด้วยการสร้างทัศนคติและพฤติกรรมของพนักงานให้มีเป้าหมายเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งองค์กร

Ownership พนักงานมีส่วนร่วมในความสำเร็จ และการเป็นเจ้าของออริจิ้นฯ ร่วมกัน ผ่านการสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีในรูปแบบความร่วมมือในกิจกรรมโครงการต่างๆ

Professional & Friendlyการทำงานอย่างมืออาชีพ ที่มีความเป็นมิตร และสร้างเครือข่ายการทำงาน รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อเป้าหมายองค์กร

บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการสร้างความผูกพันในองค์กร และรักษาพนักงาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยการส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน รวมถึงการกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทน และสวัสดิการที่สร้างแรงจูงใจต่อพนักงาน และมีการจ่ายผลตอบแทนในการทำงานที่เหมาะสมกับผลงานและความสามารถ โดยเริ่มต้นไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนด รวมทั้งมีการกำหนดโครงสร้างเงินเดือนเพื่อให้สอดคล้องกับความรู้ความสามารถ และผลการปฏิบัติงานของพนักงานอีกด้วย นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ร่วมกับสถาบันที่ทำการสำรวจอัตราค่าจ้างค่าตอบแทนเป็นประจำทุกปีเพื่อให้แน่ใจว่าโครงสร้างเงินเดือนเหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ในตลาดแรงงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดให้มีการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนประจำปีและโบนัสให้แก่พนักงานปีละ 2 ครั้ง (ในเดือนธันวาคมและมีนาคม) โดยนำระบบ Balanced Scorecard และ Key Performance Indicator (KPI) เพื่อความชัดเจนในเป้าหมายและผลงานของพนักงานแต่ละคน รวมถึงการประเมินผล 360 องศาตาม Core Competency ซึ่งเป็นวัฒนธรรมหลักขององค์กร มาใช้เป็นเครื่องมือในการพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานของพนักงาน หน่วยงานและผลประกอบการของบริษัทฯ ตามหลักการจ่ายผลตอบแทนแบบ Performance Based Pay เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมอีกด้วย นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน จึงได้จัดให้มีสวัสดิการพื้นฐาน และสวัสดิการเพิ่มเติมให้กับพนักงาน ดังนี้

กลุ่มที่ 1 สวัสดิการที่เป็นตัวเงิน

– กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีวัตถุประสงค์เพื่อการออมและสร้างหลักประกันให้แก่พนักงานและครอบครัว โดยเงินสะสมในส่วนของพนักงานจะขึ้นอยู่กับความสมัครใจและอายุงานของพนักงาน มีอัตราเงินสะสมของพนักงานสูงสุดไม่เกิน 15% และอัตราเงินสมทบของบริษัทฯ อยู่ระหว่าง 3% – 7%

– การจัดสรรหุ้น Employee Stock Ownership Plan หรือ ESOP ให้กับพนักงานแต่ละกลุ่มตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อเป็นการตอบแทนพนักงานที่ปฏิบัติเพื่อความสำเร็จขององค์กร และเพื่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนของพนักงานอีกด้วย

– ประกันภัยกลุ่มของพนักงาน ประกอบด้วยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ พนักงานทุกคนจะได้รับสิทธินี้เมื่อผ่านทดลองงานแล้ว โดยพนักงานจะได้รับสิทธิประกันชีวิตและประกันสุขภาพตามแผนที่บริษัทฯ กำหนด และพนักงานจะได้รับวงเงินที่สูงขึ้นตามระดับตำแหน่งของพนักงาน

– สิทธิในการเบิกค่าทันตกรรมประจำปี ในแต่ละปีพนักงานสามารถเบิกค่าทันตกรรมซึ่งเป็นความคุ้มครองพิเศษที่บริษัทฯ จ่ายให้พนักงานเอง โดยไม่เกี่ยวกับบริษัทประกันใดๆ ซึ่งพนักงานสามารถเบิกค่าทันตกรรมได้โดยมีวงเงินเริ่มต้นปีละ 3,000 – 6,000 บาท

– บริษัทฯ จัดสรรงบประมาณสำหรับท่องเที่ยวประจำปี ปีละ 1 ครั้ง เพื่อสร้างความสนุกสนาน สร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ดีให้กับพนักงาน รวมทั้งให้พนักงานได้ผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน

– บริษัทฯ จัดสรรงบประมาณสำหรับการเลี้ยงสังสรรค์ประจำไตรมาส โดยพนักงานทุกคนสามารถเบิกเงินสำหรับการเลี้ยงสังสรรค์ได้ไตรมาสละ 1 ครั้ง และการมอบเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจสำหรับพนักงานที่สามารถปฏิบัติงานได้บรรลุตามเป้าหมาย รวมทั้งมีการมอบเงินรางวัลพิเศษอื่นๆ

– บริษัทฯ จัดให้มีทุนการศึกษาระดับปริญญาโทสำหรับพนักงานที่สนใจศึกษาต่อ โดยทางบริษัทฯ จะมีคณะกรรมการสำหรับคัดเลือกพนักงานเพื่อรับทุนการศึกษาระดับปริญญาโทตามเงื่อนไขของบริษัทฯ

– สิทธิพิเศษสำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ พนักงานทุกคนจะได้รับสิทธิพิเศษสำหรับการซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นโครงการของบริษัทฯ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของพนักงานและสนับสนุนให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

กลุ่มที่ 2 สวัสดิการที่เป็นตัวเงิน

– ตรวจสุขภาพประจำปี เนื่องด้วยบริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพที่ดี จึงได้ร่วมกับโรงพยาบาล หรือคลินิกสุขภาพชั้นนำ จัดโปรแกรมตรวจสุภาพประจำปีให้กับพนักงาน

– บริษัทฯ ได้จัดให้มีงานเลี้ยงประจำปี ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงต้นปีและกลางปี เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและความสนุกสนาน ให้พนักงานได้ผ่อนคลาย

– บริษัทฯ ได้จัดเตรียม Sim Card สำหรับพนักงานทุกคน เพื่ออำนวยความสะดวกให้พนักงานในการติดต่องานทั้งภายนอกและภายใน โดยบริษัทฯเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

– บริษัทฯ ได้จัดให้มีการช่วยเหลือพนักงานในวาระต่างๆ เช่น ช่วยเหลือกรณีคลอดบุตร, กระเช้าเยี่ยมผู้ป่วยกรณีเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ช่วยเหลือกรณีบุคคลในครอบครัวเสียชีวิต

นอกจากบริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับบุคลากรในเรื่องการให้สวัสดิการ และการสร้างวัฒนธรรมในการทำงานแบบ Professional & Friendly แล้ว บริษัทฯ ยังมีแนวทางในการสื่อสาร ทำความเข้าใจ และรับฟังความต้องการของพนักงานผ่านกิจกรรมและช่องทางต่างๆ

  • การจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการตาม พรบ. คุ้มครองแรงงาน ปี 2541 มาตรา 96 ที่ได้กำหนดให้สถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปจะต้องมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการในการสรรหา คัดเลือกคณะกรรมการสวัสดิการ รวมไปถึงบทบาทหน้าที่ในการเป็นตัวแทนของพนักงานในการแจ้งความต้องการ และความคิดเห็นที่มีต่อการบริหารงาน นโยบาย สวัสดิการ และการดูแลความเป็นอยู่ของพนักงานผ่านการประชุมคณะกรรมการเป็นประจำทุกไตรมาส
  • การทำแบบสอบถามความพึงพอใจและความผูกพันต่อองค์กร เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของพนักงานในทุกระดับ ด้วยการเปิดโอกาสให้พนักงานตอบแบบสอบถามออนไลน์ซึ่งเป็นความลับระหว่างพนักงานแต่ละคนกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล โดยหลังจากที่ได้รับผลการสำรวจแล้ว บริษัทฯได้มีการดำเนินการปรับปรุงในประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม สวัสดิการ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของพนักงาน
  • การกำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการร้องทุกข์ในกรณีที่พนักงานมีความไม่พอใจหรือมีความทุกข์อันเกิดขึ้น เนื่องจากการทำงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพการทำงาน สภาพการจ้าง การบังคับบัญชา การสั่งหรือมอบหมายงาน การจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานหรือประโยชน์อื่น หรือการปฏิบัติใดที่ไม่เหมาะสมระหว่างบริษัทฯ หรือผู้บังคับบัญชาต่อพนักงานหรือระหว่างพนักงานด้วยกัน และพนักงานได้เสนอความไม่พอใจหรือความทุกข์นั้นต่อบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ จ้างได้ดำเนินการแก้ไขหรือยุติเหตุการณ์นั้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ และพนักงาน และเพื่อให้พนักงานได้ทำงานอย่างมีความสุข
  • การจัดกิจกรรม Origin Day ประจำทุกไตรมาส เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ เป้าหมายการดำเนินงานทางธุรกิจ ผลประกอบการประจำไตรมาส และสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันกับพนักงาน เพื่อให้พนักงานรับทราบทิศทางการดำเนินงานขององค์กร

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเปิดโอกาสให้พนักงานกลุ่มที่ไม่ใช่พนักงานขาย ได้มีส่วนร่วมในการขาย ภายใต้โครงการ Everyone Can Sell ที่เปิดโอกาสพนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการหาลูกค้าเพื่อขายสินค้าของบริษัทฯได้ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่สร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์เรื่อง Employee Engagement ได้อย่างชัดเจน ภายใต้แนวคิดแบบ Win –Win กล่าวคือ เป็นโครงการที่นอกจากจะสร้างรายได้เพิ่มให้พนักงานแล้ว ยังช่วยให้บริษัทฯประสบความสำเร็จในการสร้างยอดขายจากกลุ่มเป้าหมายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งโครงการนี้ยังส่งผลให้พนักงานในองค์กรมีความเข้าใจสินค้าและบริการของบริษัทฯฯมากขึ้น จึงนับได้ว่าเป็นการพัฒนาพนักงานให้มีความสามารถที่หลากหลาย และสามารถสื่อสารและสร้างความมั่นใจสินค้าและบริการของบริษัทฯได้เป็นอย่างดี

ในปี 2563 บริษัทฯ ได้จัดทำแผนการสำรวจความคิดเห็นจากพนักงาน เพื่อให้ทราบถึงมุมมองของความต้องการและความคิดเห็นที่พนักงานคาดหวัง เพื่อนำผลการสำรวจมาวิเคราะห์และและสร้างสรรค์กระบวนการสร้างความผูกพันของพนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในปีนี้มีพนักงานลาออกจากงานโดยสมัครใจ (Turnover rate) จำนวน 670 คน คิดเป็นร้อยละ 49.62 โดยพนักงานที่ลาออกร้อยละ 63 เป็นกลุ่มพนักงานที่มีอายุงานต่ำกว่า 1 ปี และเป็นกลุ่มพนักงานบริการด้านแรงงานที่มีรายได้เป็นรายวัน ร้อยละ 22.53 ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการสร้างความเชื่อมั่นในองค์กร และปรับการดำเนินงานให้เหมาะสมกับช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โดยการจัดสรรสถานที่ทำงานให้เหมาะสมกับการเดินทางของพนักงาน เพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางโดยรถสาธารณะ และจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อปรับตำแหน่งงานให้สอดคล้องกับลักษณะบุคคล ความสามารถของพนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการปรับตำแหน่งความก้าวหน้าในหน้าที่การงานต่อไปในอนาคต

บริษัทฯ มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำทางด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร โดยส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ทั้งในด้านทำเล ฟังค์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัยใช้งานได้จริง มีความปลอดภัยและสะดวกสบายในการใช้ชีวิตในราคาที่คุ้มค่าและ เข้าถึงได้ ซึ่งทำให้บริษัทฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าและบริการให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงความต้องการของลูกค้าและเทคโนโลยี่ที่ทันสมัย

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้นำเสนอและส่งมอบสินค้าและบริการในรูปแบบที่มีความหลากหลายและโดดเด่นด้วยการออกแบบและการเลือกใช้นวตกรรมทางเทคโยโลยี่ที่เหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีความต้องการและไลฟสไตล์ในการใช้ชีวิตที่แตกต่าง อาทิ การสร้าง “Smart Platform” เน้นสังคมแห่งเทคโนโลยีอนาคตที่ช่วยให้ผู้พักอาศัยสามารถใช้ชีวิตสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ มาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการการพักอาศัย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ New Normal

ในปี 2563 บริษัทฯ ได้ขยายการพัฒนาโครงการออกไปยังพื้นที่ใน EEC Zone หรือ Eastern Economic Corridor เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งในอนาคตจะเป็น Hub อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของประเทศและจะเพิ่มการลงทุนและขีดความสามารถในการแข่งขันโดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐ และเอกชน บริษัทฯจึงได้พัฒนาโครงการ Origin Smart City Rayong ขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีด้าน IoT (Internet of Things) และ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ด้านเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานทางเลือกใหม่ มาใช้ในการจัดการอาคาร พัฒนาและบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากร มาทำให้ Origin Smart City Rayong เป็นเมืองอัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยนำระบบ AIoT Facility Management มาช่วยในการบริหารจัดการอาคาร ตรวจสอบ วิเคราะห์ และควบคุมอัตโนมัติ ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้พักอาศัยในโครงการ นอกจากนี้โครงการ Origin Smart City Rayong ยังได้รับมอบใบประกาศเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ จากคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ จัดโดย สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย (ดีป้า) ภายใต้สังกัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ซึ่งนับได้ว่าเป็นโครงการเมืองอัจฉริยะ 1 ใน 13 เมือง  ในงาน Thailand Smart City Week 2020 โดยยกระดับโครงการที่อยู่อาศัย ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ ทั้งความเป็น Smart Product ที่มีฟังก์ชันต่างๆ ควบคู่กับ Service Excellence ที่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนหนึ่งของเมืองอัจฉริยะระยองและเพื่อให้ลูกค้าที่พักอาศัยได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Origin Smart City Rayong ได้พัฒนานวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยยุคอนาคต Smart Platform ที่เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างมีประสิทธิภาพ ในโครงการ “Smart City” นี้มีการพัฒนานวัตกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบต่างๆ ดังนี้

ตอบสนองการใช้ชีวิตยุคใหม่โดยการใช้ “Home Automation” ที่ควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในห้องพัก ด้วย Application และ “Intelligence Facilities” เทคโนโลยีในพื้นที่ส่วนกลางที่ทันสมัย รองรับทุกไลฟ์สไตล์การชีวิตในยุค New Normal

Home Automation

– Digital Door lock ด้วยการควบคุมการล็อกประตู ผ่าน application
-Motion Sensor Nightlight ด้วยระบบเซนต์เซอร์เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ ช่วยให้พื้นที่ที่มีแสงน้อยปลอดภัย เพิ่มความสะดวกสบาย เพียงเดินผ่านจุดเซ็นเซอร์ ระบบไฟฟ้าจะทำงานทันที
– Lighting Control ด้วยระบบเปิด-ปิดไฟ  ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำ ผ่านสมาร์ทโฟนในมือคุณ
– Air Control ด้วยระบบการควบคุมและปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศผ่าน Application

Intelligence Facility

  • Smart Security ทำให้การอยู่อาศัยปลอดภัยอย่างสูงสุด ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ ได้แก่
    – VDO Door Phone ระบบรักษาความปลอดภัยอีกขั้น ที่มอบความอุ่นใจ และปลอดภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัย เพราะสามารถเห็นหน้าผู้มาติดต่อและสนทนาตอบโต้ได้โดยติดตั้งไว้บริเวณ Lobby
    – Auto Barrier Gate ระบบไม้กั้นอัตโนมัติ พร้อมระบบ Key card เข้า ออกโครงการ
    – Plate Recognition ระบบตรวจจับทะเบียนรถยนต์อิเลคโทรนิคส์ เพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้เข้า ออกโครงการ
    – ระบบ CCTV กล้องวงจรปิดทั่วทั้งโครงการ
  • VR Fitness เทคโนโลยีเสมือนจริง ช่วยให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ด้วย Virtual Reality เทคโนโลยีสร้างโลกเสมือนจริงอันทันสมัย ช่วยให้ผู้เล่นเสมือนได้ไปออกกำลังกายที่ใดๆ ก็ได้บนโลกนี้
  • Smart Locker ระบบล็อกเกอร์อัจฉริยะ รับฝากของ พร้อมใช้งาน 24 ชม. ปลอดภัยผ่าน application ในมือถือ
  • Wifi common Area พร้อมให้คุณเชื่อมต่ออินเตอร์เนท อย่างไร้ขีดจำกัด ในพื้นที่ส่วนกลาง
  • Smart Screen  กระจกอัจฉริยะติตดั้งในพื้นที่ส่วนกลาง  พร้อม Scene Setting Report สามารถรายงานข้อมูลต่างๆ ให้คุณเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์
    – Google Map Report : รายงานสภาพการจราจร
    – Screen Frash Air PM 2.5: รายงานค่าฝุ่น PM 2.5
    – Weather & Temperature forecast : รายงานอุณหภูมิ และสภาพอากาศ
    – Paperless Society Announcement : ป้ายประกาศอิเลคโทรนิคส์ ลดการใช้กระดาษ ลดโลกร้อน
  • Wireless Charging อุปกรณ์ชาร์ตแบตสมาร์ทโฟนไร้สาย ในบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง

เมืองแห่งพลังงานทดแทน ‘‘ENERGY Management System’’ ต้นแบบแนวคิดการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย และเกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ซึ่งบริษัทฯ พัฒนาและบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้าด้วยเทคโนลียีทันสมัยอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรม

  • Solar Cell พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานสะอาด ที่ใช้แล้วไม่มีวันหมด ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าส่วนกลาง ลดโลกร้อน
  • Smart Shelter  สเตชั่นอัจฉริยะ ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่าน  Solar Cell ติดตั้ง Smart Screen  จออัจฉริยะ ที่สามารถเช็คสภาพจราจร เช็คอุณหภูมิ และสภาพอากาศ  เช็คค่าฝุ่น PM 2.5  พร้อมจุด “Wireless Charger’’ สำหรับ Smart Phone พร้อม Bike Sharing พร้อมจุดจอดจักรยาน
  • EV Charger  สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ทำหน้าที่เป็นตัวชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ ภายในพื้นที่ “สมาร์ท ซิตี้”
  • Smart LAMP Censor ระบบเปิด ปิดไฟส่วนกลางอัตโนมัติ ผ่านระบบเซ็นเซอร์ ช่วยให้ประหยัดไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
  • PEA Hero Platform ระบบการจัดการพลังงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิ ภาพ รวมถึงการให้บริการด้านการตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าภายใน ‘‘สมาร์ท ซิตี้’’

การใช้ชีวิตแนวใหม่ เพื่อตรวจโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจร ออริจิ้นจึงนำแนวคิดการ “อาณาจักรมิกซ์ยูส (MIXED-USE)”  ที่มอบบริการครบวงจร (One-Stop Services) รองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ทันสมัย ด้วย Cashless Society ที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแทนการใช้เงินสด จ่ายเงินในระบบ Payment รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น E-Payment หรือ QR Code Payment สะดวกสบายมากกว่าที่เคย

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังร่วมกับ บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ยกระดับการบริหารงานนิติบุคคลภายในโครงการ     ออริจิ้น สมาร์ทซิตี้ ระยอง โดยการตรวจสอบและดูแลการทำงานของ AIoT Facility Management เพื่อแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายในอาคาร และลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็นจากการทำงานผิดปกติของระบบ เช่น ท่อน้ำรั่ว การรั่วของน้ำยาในระบบปรับอากาศ ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟฟ้า และค่าซ่อมแซมความเสียหายของอุปกรณ์ได้กว่าร้อยละ 20

ในช่วงสถาณการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 บริษัทฯ ได้ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจด้านการขายให้ตรงกับพฤติกรรมของผู้บริโภค และมาตรการทางสังคมที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ การพิจารณานำแพลทฟอร์มอีเวนท์การขายออนไลน์มาใช้ในการซื้อขายโครงการ จะช่วยแก้ปัญหาในการเข้าถึง หรือ Reaching Solution ให้กับผู้บริโภค และลดภาระที่ต้องมาต่อคิวซื้อโครงการในรูปแบบเดิมได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่กระบวนการจอง เลือกห้อง และชำระเงิน เนื่องจากการไม่มีต้นทุนพัฒนาสำนักงานขายและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง และเข้าถึงสินค้าได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น

บริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ ปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และสร้างความพึงพอใจในการให้บริการ เพิ่มความภักดีของลูกค้าที่มีต่อองค์กร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงมีช่องทางสำหรับการรับเรื่องร้องเรียน เพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้าด้วยกระบวนการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน ผ่านช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน 3 ช่องทาง ได้แก่ call center : 020 300 000 www.origin.co.th และ FB : Origin Property

โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ และมีจริยธรรม ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าผ่านการชมเชยทางระบบ Call Center จำนวน 169 กรณี และมีข้อร้องเรียนจากลูกค้าในเรื่องสำคัญ จำนวน 91 กรณี โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดการข้อร้องเรียนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากการพัฒนาสินค้าและบริการในปี 2563 พบว่า สัดส่วนการแสดงความคิดเห็นและข้อร้องเรียนทางระบบ Call Center มีจำนวนลดลงจากปี 2562 ที่มีสัดส่วนจากเดิม 148 ครั้ง เหลือเพียง 91 ครั้ง ในปี 2563

ปีชมเชย/ครั้งร้องเรียน/ครั้ง
2562266148
256316991

นอกจากบริหารจัดการข้อร้องเรียนจากลูกค้า บริษัทฯ ยังได้เตรียมวิธีการบริหารจัดการเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันไม่ให้ข้อร้องเรียนเดิมเกิดขึ้นซ้ำ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า โดยมีกำหนดระยะเวลาในการบริหารจัดการข้อร้องเรียน ดังนี้

  • ภายใน 1 ชั่วโมง เมื่อได้รับข้อร้องเรียน ต้องติดต่อกลับข้อร้องเรียนเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และแจ้งให้ฝ่าย CCM รับทราบเพื่อบันทึกข้อมูล
  • ภายใน 24 ชั่วโมง (1วัน) เมื่อได้รับข้อร้องเรียน ต้องสรุปข้อเท็จจริง และแนวทางการจัดการข้อร้องเรียนเบื้องต้น และแจ้งให้ฝ่าย CCM รับทราบเพื่อบันทึกข้อมูล
  • ภายใน 72 ชั่วโมง (3วัน) เมื่อได้รับข้อร้องเรียน ต้องสรุปการแก้ไขข้อร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร (MOU) เพื่อปิดข้อร้องเรียนตามแบบฟอร์มที่กำหนด และแจ้งให้ฝ่าย CCM รับทราบเพื่อบันทึกข้อมูล
  • ภายใน 24 ชั่วโมง (1วัน) เมื่อได้รับหลักฐานการปิดข้อร้องเรียน ฝ่าย CCM ต้องดำเนินการยืนยัน การปิดข้อร้องเรียนกับลูกค้า และแจ้งให้ฝ่าย CCM รับทราบเพื่อบันทึกข้อมูล
  • บริหารข้อร้องเรียนตามระดับผลกระทบของลูกค้า
  • นำข้อร้องเรียนมาจัดทำเป็น Q&A เพื่อสื่อสารในกรณีเกิดเหตุการณ์ครั้งต่อไป

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้ความถูกต้องตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักคุณธรรมและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมทั้งดูแลสิทธิตามที่กฎหมายกำหนดของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ (Stakeholders) และประสานประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสม โดยบริษัทฯเชื่อมั่นว่าการดำเนินงานอย่างถูกต้อง โปร่งใส ยุติธรรม เป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างยั่งยืน และเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนบริษัทฯจึงได้กำหนดแนวทางดำเนินการ ในเรื่องต่างๆ ดังนี้

ภายในองค์กร

การดูแลพนักงานให้มีสุขภาพร่างกาย และจิตใจที่ดี โดยมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม พัฒนาความรู้และทักษะของพนักงานทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ ยึดหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนและความเป็นปัจเจกชนของพนักงาน และส่งเสริมให้พนักงานมีจิตสาธารณะและมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม เยาวชนและผู้ด้อยโอกาส พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถ และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมได้มีโอกาสเข้าร่วมทำงานกับบริษัทฯ โดยปราศจากอคติด้านเชื้อชาติ ศาสนา เพศ และอายุ

ภายนอกองค์กร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อคู่ค้า พันธมิตร ด้านลิขสิทธิ์ทางปัญญาและเจ้าหนี้สถาบันการเงิน โดยด้านพันธมิตรและคู่ค้า มีการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นธรรม ชัดเจน โปร่งใส โดยคัดเลือกผู้รับเหมาด้วยความเท่าเทียม เปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน อย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติหรือเอนเอียงเพราะความแตกต่างทางร่างกาย จิตใจ เชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ การศึกษา รวมทั้ง ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถือเป็นความลับในทางธุรกิจ อาทิเช่น เงื่อนไข ราคา ให้กับทางคู่ค้าของบริษัทฯ ด้านเจ้าหนี้สถาบันการเงินมีการให้ความซื่อสัตย์ในการชำระเงินตรงตามเวลาที่ตกลงตามสัญญา ด้านทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ บริษัทฯ มีนโยบายให้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบถูกลิขสิทธิ์เท่านั้น และรูปภาพที่เผยแพร่ในสื่อต่างๆ อาทิ อินเตอร์เน็ต ป้ายโฆษณา โบรชัวร์ เป็นภาพที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย หรือได้รับการอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วทั้งสิ้น

โดยบริษัทฯ ได้พัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ และมีจริยธรรม ซึ่งในปี 2563 บริษัทฯ ได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าผ่านการชมเชยทางระบบ Call Center จำนวน 169 กรณี และมีข้อร้องเรียนจากลูกค้าในเรื่องสำคัญ จำนวน 91 กรณี โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดการข้อร้องเรียนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากการพัฒนาสินค้าและบริการในปี 2563 พบว่า สัดส่วนการแสดงความคิดเห็นและข้อร้องเรียนทางระบบ Call Center มีจำนวนลดลงจากปี 2562 ที่มีสัดส่วนจากเดิม 148 ครั้ง เหลือเพียง 91 ครั้ง ในปี 2563

ปีชมเชย/ครั้งร้องเรียน/ครั้ง
2562266148
256316991

นอกจากบริหารจัดการข้อร้องเรียนจากลูกค้า บริษัทฯ ยังได้เตรียมวิธีการบริหารจัดการเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันไม่ให้ข้อร้องเรียนเดิมเกิดขึ้นซ้ำ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า โดยมีกำหนดระยะเวลาในการบริหารจัดการข้อร้องเรียน ดังนี้

  • ภายใน 1 ชั่วโมง เมื่อได้รับข้อร้องเรียน ต้องติดต่อกลับข้อร้องเรียนเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และแจ้งให้ฝ่าย CCM รับทราบเพื่อบันทึกข้อมูล
  • ภายใน 24 ชั่วโมง (1วัน) เมื่อได้รับข้อร้องเรียน ต้องสรุปข้อเท็จจริง และแนวทางการจัดการข้อร้องเรียนเบื้องต้น และแจ้งให้ฝ่าย CCM รับทราบเพื่อบันทึกข้อมูล
  • ภายใน 72 ชั่วโมง (3วัน) เมื่อได้รับข้อร้องเรียน ต้องสรุปการแก้ไขข้อร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร (MOU) เพื่อปิดข้อร้องเรียนตามแบบฟอร์มที่กำหนด และแจ้งให้ฝ่าย CCM รับทราบเพื่อบันทึกข้อมูล
  • ภายใน 24 ชั่วโมง (1วัน) เมื่อได้รับหลักฐานการปิดข้อร้องเรียน ฝ่าย CCM ต้องดำเนินการยืนยัน การปิดข้อร้องเรียนกับลูกค้า และแจ้งให้ฝ่าย CCM รับทราบเพื่อบันทึกข้อมูล
  • บริหารข้อร้องเรียนตามระดับผลกระทบของลูกค้า
  • นำข้อร้องเรียนมาจัดทำเป็น Q&A เพื่อสื่อสารในกรณีเกิดเหตุการณ์ครั้งต่อไป

การมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม

ในปี 2563 บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่านกิจกรรมร่วมกับชุมชนในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • งานวิ่ง “Origin Family Run 2020” สำหรับลูกบ้าน และบุคคลทั่วไป เพื่อส่งเสริมเรื่องการดูแลสุขภาพด้วยการวิ่งออกกำลังกาย และเสริมสร้างความสัมพันธ์ครอบครัว พร้อมคืนกำไรสู่สังคม โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจำนวน 100,000 บาท มอบให้แก่มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อมอบโอกาสแก่เด็กๆ ที่ยากจนให้ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
  • บริษัทฯ บริจาคเงิน 1,000,000 บาท ให้แก่ 9 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลระยอง โรงพยาบาลศิริราช  โรงพยาบาลสมุทรปราการ โรงพยาบาลบางปะกง  โรงพยาบาลนพรัตราชธานี โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อใช้จัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อบุคลากรทางการแพทย์ หน้ากากอนามัย ชุดป้องกัน COVID -19 ฯลฯ ตลอดจนใช้รักษาและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
  • พนักงานออริจิ้นฯ และ พรีโมฯ ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต นำไปใช้ในหมุนเวียนในคลังโลหิต ช่วยต่อชีวิตแก่เพื่อนมนุษย์ในสถานการณ์ต่างๆ ได้จำนวนโลหิตทั้งสิ้น 49 ยูนิต คิดเป็นปริมาณโลหิต 22,050 ซีซี
  • บริษัทฯ บริจาคหน้ากากอนามัย FIT Shield ซึ่งออกแบบพิเศษโดย ATOM DESIGN จำนวน 5,000 ชิ้น ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ตาม โรงพยาบาลต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ เพื่อใช้ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โควิด -19 รวมทั้งสิ้น 25 โรงพยาบาล
  • บริษัทฯ บริจาคต้นไทรเกาหลี จำนวน 600 ต้น เพื่อปรับภูมิทัศน์และเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบบริเวณพื้นที่โครงการศูนย์ปฏิบัติการศิลปกรรมดิจิทัล หรือ ฟ้าใหม่ (FAAMAI Digital Arts Hub) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเทียบเท่ากับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวน 14.52 ตัน/ปี

การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในการดำเนินธุรกิจ และยึดมั่นที่จะบริหารงานด้วยความโปร่งใส รับผิดชอบต่อสังคมและผู้ที่มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้เข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนไทย และแสดงเจตนารมย์ที่แน่วแน่ว่าบริษัทจะไม่ยอมรับการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ โดยมีการสื่อสารออกไปทั้งภายใน และภายนอกองค์กรผ่านการดำเนินการต่าง ๆ ตามแนวทางของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors หรือ IOD)

บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชัน และนโยบาย/ประกาศที่เกี่ยวข้อง เป็นลายลักษณ์อักษร อาทิ นโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด (Whistle Blowing Policy) นโยบายและแนวปฏิบัติการให้/รับของขวัญ คู่มือการปฏิบัติงานสำหรับกระบวนการที่มีความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน และได้มีการสื่อสารให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนรับทราบ เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคน ตระหนักถึงความสำคัญและนำไปปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเป็นส่วนสำคัญขับเคลื่อนให้องค์กรได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เกิดเป็นวัฒนธรรมอันดีงามขององค์กร อีกทั้งบริษัทฯ จัดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแสการทุจริตที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยต่อผู้ให้เบาะแส และมีการกำหนดขั้นตอน/มาตรการดำเนินการเมื่อได้รับแจ้งเบาะแส เพื่อให้การดำเนินการจัดการต่อข้อร้องเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

บริษัทฯ ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยใน วันที่ 8 สิงหาคม 2562 ซึ่งการได้รับการรับรองเป็นสมาชิกฯ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีความตั้งใจในการกำกับดูแลกิจการด้วยความโปร่งใส และพร้อมส่งเสริมการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในการดำเนินธุรกิจให้มีอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและสนับสนุนการต่อต้านการคอร์รัปชันและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีต่อไป

การบริหารจัดการคู่ค้า

การบริหารจัดการคู่ค้า

การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรและคู่ค้าทางธุรกิจที่หลากหลาย บริษัทฯจึงได้กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน ประเมินผลงาน และการคัดกรองคู่ค้า เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพสินค้าและบริการที่มีคุณภาพมอบให้แก่ลูกค้าได้อย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ จะทำการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของคู่ค้าประจำปี รวมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติในการประเมินคู่ค้าทั้งก่อนและภายหลังการซื้อขาย ให้สามารถวัดผลและจัดเกรดคู่ค้าในแต่ละหมวดหมู่ได้ โดยกำหนดให้ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างเป็นผู้ประเมินศักยภาพคู่ค้าก่อนการซื้อขายเพื่อคัดกรองคู่ค้าที่มีผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์ออกจาก Approved Vendor List

เกณฑ์การให้คะแนนผลการตัดสิน
เกรด A ได้คะแนนช่วง 80-100 คะแนนผ่านการประเมิน ให้คงอยู่ใน AVL ต่อไป
เกรด B ได้คะแนนช่วง 70-79 คะแนนผ่านการประเมิน ให้คงอยู่ใน AVL ต่อไป
เกรด C ได้คะแนนช่วง 60-69 คะแนนผ่านการประเมิน ให้คงอยู่ใน AVL ต่อไป
เกรด D ได้คะแนนช่วง 50-59 คะแนนแจ้งผู้ขายทางอีเมลหรือโทรศัพท์ เพื่อให้ทำการปรับปรุงแก้ไข
เกรด F ได้คะแนนต่ำกว่า 50 คะแนนนำเสนอคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อขอตัดออกจาก AVL

บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชัน และนโยบาย/ประกาศที่เกี่ยวข้อง เป็นลายลักษณ์อักษร อาทิ นโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำผิด (Whistle Blowing Policy) นโยบายและแนวปฏิบัติการให้/รับของขวัญ คู่มือการปฏิบัติงานสำหรับกระบวนการที่มีความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน และได้มีการสื่อสารให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนรับทราบ เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคน ตระหนักถึงความสำคัญและนำไปปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเป็นส่วนสำคัญขับเคลื่อนให้องค์กรได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เกิดเป็นวัฒนธรรมอันดีงามขององค์กร อีกทั้งบริษัทฯ จัดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแสการทุจริตที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยต่อผู้ให้เบาะแส และมีการกำหนดขั้นตอน/มาตรการดำเนินการเมื่อได้รับแจ้งเบาะแส เพื่อให้การดำเนินการจัดการต่อข้อร้องเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

บริษัทฯ ได้รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยใน วันที่ 8 สิงหาคม 2562 ซึ่งการได้รับการรับรองเป็นสมาชิกฯ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีความตั้งใจในการกำกับดูแลกิจการด้วยความโปร่งใส และพร้อมส่งเสริมการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในการดำเนินธุรกิจให้มีอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและสนับสนุนการต่อต้านการคอร์รัปชันและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีต่อไป

มาตรฐานและเกณฑ์การประเมินคู่ค้า

  • คุณภาพของสินค้า ตรวจสอบคุณภาพ ตรงตามมาตรฐานที่อยู่ในเกณฑ์กำหนด
  • การจัดส่งสินค้าและการส่งมอบงาน ตรงตามกำหนดเวลา และสถานที่ตามแผนงาน
  • ความพึงพอใจ ความรวดเร็วในการดำเนินงาน และการตอบสนองการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ