การจัดการด้านความยั่งยืนในมิติสังคม

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งมิติ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล เพื่อพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพและส่งมอบสินค้า และบริการที่ดีและตรงกับความต้องการของลูกค้าไปพร้อมกับการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้หลักบรรษัทภิบาล ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกฝ่าย

การจัดการด้านความยั่งยืนในมิติสังคม

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสังคม

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสังคมของบริษัทฯ ถูกออกแบบภายใต้กรอบมาตรฐานสากล อาทิ หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UNGPs) เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจในทุกมิติจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อผู้มีส่วนได้เสีย แต่จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสที่เท่าเทียม โดยบริษัทได้บูรณาการกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อระบุ ป้องกัน และบรรเทาความเสี่ยงทางสังคมเชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพ

นโยบายและแนวปฏิบัติดังต่อไปนี้ คือพันธสัญญาที่บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินการเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศด้านความยั่งยืนในระดับสากล และเพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงความรับผิดชอบที่บริษัทมีต่อพนักงาน พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคมไทยในระยะยาว

แนวปฏิบัติการดูแลและการพัฒนาสังคม

  • มุ่งมั่นประกอบธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
  • สนับสนุนการมีส่วนร่วมและพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชน และสังคม ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
  • ส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
  • สนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ

 

การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

นโยบายและความมุ่งมั่น

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ยึดถือการเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โดยกำหนดนโยบายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights – UNGPs) ซึ่งได้รับการรับรองโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในปี พ.ศ. 2554 โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

  1. เพื่อเปิดเผยข้อมูล แสดงความโปร่งใสในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
  2. เพื่อแสดงความมุ่งมั่น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักการ UNGPs
  3. เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ กำหนดกรอบและแนวทางในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนภายในองค์กร
  4. เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นเครื่องมือในการทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ

กรอบการดำเนินงาน

บริษัทฯ ได้นำกรอบการดำเนินงานตามหลักการ UNGPs และหลักการ HRDD มาประยุกต์ใช้ โดยประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

  1. การกำหนดขอบเขต การระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
  2. การประเมินความเสี่ยง การวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น
  3. การบรรเทาความเสี่ยง การกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
  4. การติดตามทบทวน การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

การเยียวยา การจัดให้มีกลไกรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

กลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการบุคลากร

กลยุทธ์

วิธีการ / แผนงาน

การกำหนดโครงสร้างที่ชัดเจน

·      วางแผนเส้นทางการเติบโตของพนักงานแต่ละสายงานที่ชัดเจน

·      ส่งเสริมและพัฒนาพนักงานที่มีศักยภาพให้เติบโตในเส้นทางอาชีพของตนอย่างสูงสุด

·      ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายในองค์กรให้สอดคล้องกับหน้าที่ของฝ่ายงาน

ค่าตอบแทนและสวัสดิการ

·      กำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

·      ค่าตอบแทนที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน โดยไม่เลือกเพศสภาพ ศาสนา หรือปัจจัยอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลงาน

การพัฒนาศักยภาพบุคลากร

·        การประเมินผลงานจาก KPI ที่ครอบคลุมทั้งผลงานในสายงาน ผลงานในด้าน ESG และผลงานจากการพัฒนาตนเอง

·        การออกแบบหลักสูตรอบรมที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละระดับบุคลากร และหลักสูตรเฉพาะทางตามสายงาน

·        ส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกันภายในองค์กรผ่านรูปแบบการแบ่งปันองค์ความรู้ (Knowledge Sharing) ระหว่างหน่วยงาน และเรื่อง ESG

การสร้างโอกาสทางการศึกษา

·        การสนับสนุนให้พนักงานได้ศึกษาในระดับปริญญาโทต่อทั้งในและต่างประเทศ ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับองค์กร

การเชิดชูเกียรติ

·        รางวัล Origin Star Award ประจำไตรมาส และ Employee of the Year เพื่อประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นแบบอย่างในการรักษามาตรฐาน

·        รางวัล Congratulations Ceremony มอบรางวัลให้กับพนักงานที่ได้รับคำชมเชยจากลูกค้า

·        รางวัล ORI Hero เพื่อยกย่องพนักงานที่มีจิตวิญญาณแห่งการบริการและทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ในภาวะวิกฤต

กิจกรรมเพื่อสร้างความผูกพันให้กับพนักงาน

·        กิจกรรมต่างๆ ตามประเพณีและเทศกาล อาทิ วาเลนไทน์ ตรุษจีน สงกรานต์ คริสต์มาส เป็นต้น

·        กิจกรรม Make it Better จัดการประกวดไอเดียนวัตกรรมและแนวคิดใหม่ๆ เพื่อยกระดับการทำงาน

เป้าหมายการพัฒนาศักยภาพและความยั่งยืนของบุคลากรปี 2568

ประเด็นสำคัญ

ตัวชี้วัด

เป้าหมาย

ผลการดำเนินงาน

การพัฒนาศักยภาพ

ชั่วโมงอบรมเฉลี่ย/คน/ปี

≥20 ชั่วโมง / คน / ปี

21.3 ชั่วโมง / คน / ปี

การพัฒนาศักยภาพ

พนักงานฝ่ายขายและฝ่ายสินเชื่อ หน้าด่านสำคัญที่ดูแลลูกค้าและสร้างรายได้ ต้องได้รับการอบรมในเรื่องบุคลิกภาพ การให้บริการ ผลิตภัณฑ์ และโปรแกรม

100%

100%

การพัฒนาศักยภาพ

พนักงานทุกคนได้ทำ KPI โดยต้องมี 1 หัวข้อเป็นเรื่องการพัฒนาตนเอง และ 1 หัวข้อเป็นเรื่อง ESG

694 คน (100%)

637 คน (91.78%)

แรงงานและสิทธิมนุษยชน

ข้อร้องเรียนด้านแรงงาน และสิทธิมนุษยชน

0 กรณี

0 กรณี

แรงงานและสิทธิมนุษยชน

การจ้างแรงงานผิดกฎหมาย

0 คน

0 คน

ความปลอดภัยของพนักงานและแรงงาน

อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงานของพนักงาน (LTIFR)

0

0

 

สวัสดิการพนักงาน

  1. ประกันสุขภาพกลุ่ม
  2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  3. ตรวจสุขภาพประจำปี
  4. สวัสดิการช่วยเหลือค่าทันตกรรม หรือ ตัดแว่นสายตา
  5. สวัสดิการของขวัญการมีบุตรของพนักงาน
  6. สวัสดิการของเยี่ยมผู้ป่วย (กรณีพนักงานเข้าโรงพยาบาล)
  7. สวัสดิการช่วยเหลือค่าจัดพิธีศพ
  8. สวัสดิการช่วยเหลือกรณีประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ (น้ำท่วม ไฟไหม้)
  9. งานกีฬาสีประจำปี
  10. ชุดฟอร์มพนักงาน
  11. ส่วนลดในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
  12. ค่าโทรศัพท์ (SIM สำหรับพนักงาน)
  13. ที่จอดรถสำหรับผู้บริหาร Band 6 ขึ้นไป
  14. วันหยุดพิเศษ (ในเดือนเกิด)

การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการจ้างงานในฐานะรากฐานของการสร้างองค์กรที่เข้มแข็งและยั่งยืน โดยเชื่อว่าพลังแห่งความสามัคคี ความร่วมมือ และความหลากหลายของบุคลากรคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวผ่านความท้าทายและเติบโตในระยะยาว บริษัทดำเนินกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรบนหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการไม่เลือกปฏิบัติ โดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ศักยภาพ และความเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ เชื้อชาติ ศาสนา หรือปัจจัยส่วนบุคคลอื่นใด รวมทั้งการสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่นที่โครงการจัดตั้งขึ้น อาทิ ภูเก็ต ขอนแก่น ระยอง ชลบุรี  และเปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกงานได้เข้าร่วมการทำงานเพื่อหาประสบการณ์และรายได้ ทั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีศักยภาพได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและเติบโตไปพร้อมกัน บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด ไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ และให้ความเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพนักงานทุกคน ควบคู่กับการจัดให้มีเงื่อนไขการจ้างงาน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อสร้างความมั่นคง ความเชื่อมั่น และความผูกพันของพนักงาน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรและความยั่งยืนในระยะยาว

ในปี 2568 บริษัทมีพนักงานรวมทั้งสิ้น 694 คน โดยมีพนักงานเข้าใหม่จำนวน 120 คน คิดเป็นร้อยละ 17.29 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด มีพนักงานชั่วคราว 2 คน คิดเป็น 0.28% และมีพนักงานที่เป็นผู้สูงอายุ 10 คน ขณะที่มีอัตราการลาออกโดยสมัครใจอยู่ที่ร้อยละ 29.16 โดยแยกเป็นชาย 74 คน หญิง 128 คน รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 202 คน แบ่งตามระดับปฏิบัติงาน ดังนี้

ระดับของพนักงาน

ชาย (คน)

หญิง (คน)

รวม (ร้อยละ (%))

ระดับปฏิบัติการ

205

263

468 (67.43%)

ระดับบริหาร

80

92

172 (24.78%)

ผู้บริหารระดับสูง

29

25

54 (7.78%)

รวม

314

380

694 (100%)

 

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนคุณภาพชีวิตของคนพิการในสังคมไทย แม้ว่าในปัจจุบัน บริษัทฯ ยังไม่มีการจ้างงานคนพิการโดยตรง (จำนวนการจ้างงานผู้พิการเป็นศูนย์) แต่บริษัทฯ ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในอัตราส่วน 100:1  (จำนวน 615,025 บาท) อย่างเคร่งครัด

 

 

 

 

การกำหนดและบริหารค่าตอบแทน

บริษัทฯ กำหนดนโยบายการบริหารค่าตอบแทนที่มุ่งเน้นความยุติธรรม โปร่งใส และแข่งขันได้ในระดับอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ ตลอดจนสร้างแรงจูงใจในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ภายใต้หลักการบริหารจัดการดังนี้

  1. ค่าตอบแทนทางตรงที่เป็นตัวเงิน บริษัทฯ ยึดถือหลักการ “ค่าตอบแทนที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน” (Equal Pay for Equal Work) โดยกำหนดโครงสร้างเงินเดือนตามฐานตำแหน่งงาน ทักษะ และประสบการณ์อย่างเป็นธรรม ปราศจากการเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากความแตกต่างทางเพศ เชื้อชาติ ศาสนา อายุ หรือความพิการ โดยมีโครงสร้างค่าตอบแทนที่อ้างอิงตามทักษะและมาตรฐานอุตสาหกรรม
  • การเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานและความยั่งยืน: นอกจากการใช้ KPI เชิงธุรกิจ บริษัทฯ ได้บูรณาการ “ตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน (ESG KPI) มาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปี เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานได้รับผลตอบแทนที่สอดคล้องกับความทุ่มเทและเป้าหมายระยะยาวของบริษัทฯ
  • ค่าตอบแทนพิเศษ จัดให้มีค่าคอมมิชชั่นและเงินจูงใจ (Incentives) สำหรับสายงานปฏิบัติการและสายงานขาย เพื่อส่งเสริมศักยภาพการทำงานอย่างเต็มกำลัง
  1. ค่าตอบแทนทางอ้อมที่เป็นตัวเงินและสวัสดิการ บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พนักงานผ่านระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมเหนือกว่าที่กฎหมายกำหนด อาทิ การประกันสุขภาพและประกันชีวิตสำรองเลี้ยงชีพเพื่อการออมระยะยาว และสวัสดิการลาประเภทต่างๆ โดยได้รับค่าจ้าง
  2. ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงินและการเชิดชูเกียรติ บริษัทฯ ได้จัดงานเชิดชูเกียรติและการมอบรางวัลเพื่อสร้างขวัญ

และกำลังใจให้กับพนักงานที่ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เชื่อมั่นว่าความสำเร็จอย่างยั่งยืนท่ามกลางบริบทของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูงและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว เกิดจากการมีทุนมนุษย์ (Human Capital) ที่มีความรู้ ความสามารถ และความพร้อมในการปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บริษัทจึงกำหนดให้การพัฒนาศักยภาพบุคลากรเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กร โดยมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงานในทุกระดับให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจและเป้าหมายระยะยาวขององค์กร

ในปีที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญกับการออกแบบหลักสูตรอบรมที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มบุคลากร โดยพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมกับระดับตำแหน่งและบทบาทหน้าที่ ตลอดจนหลักสูตรเฉพาะทางตามสายงาน เพื่อให้พนักงานสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ

นอกจากนี้ บริษัทยังส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกันภายในองค์กรผ่านรูปแบบการแบ่งปันองค์ความรู้ (Knowledge Sharing) ระหว่างหน่วยงาน แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยยกระดับทักษะการทำงานของพนักงานเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้แต่ละหน่วยงานได้แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างความเข้าใจในกระบวนการทำงานซึ่งกันและกัน ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงาน อีกทั้งยังเสริมสร้างความภาคภูมิใจของผู้ถ่ายทอดความรู้และความผูกพันระหว่างพนักงาน อันเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือและความเข้มแข็งขององค์กรในระยะยาว

โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีตัวเลขชั่วโมงการอบรมเฉลี่ยต่อพนักงานอยู่ที่ 21.3 ชั่วโมงต่อคนต่อปี จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20 ชั่วโมงต่อคนต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างทั่วถึง เจาะลึก และต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว  และบริษัทได้จัดอบรมให้กับพนักงานจำนวน 50 หลักสูตร โดยใช้งบประมาณในการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานจำนวนเงิน 3,292,700 บาท และในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าการอบรมที่ 22.5 ชั่วโมงต่อคนต่อปี โดยเน้นการพัฒนาตามทักษะวิชาชีพและการมีหัวใจบริการเพื่อลูกค้าให้มากขึ้นในส่วนของพนักงาน Front Office  และการทำงานเพื่อพัฒนาตนเองและสุขภาวะ และด้านทักษะการทำงานพื้นฐานและเทคนิคต่างๆ ในส่วนของพนักงาน Back Office

 

สรุปข้อมูลการพัฒนาบุคลากรในช่วง 3 ปี

                                                                                                              หน่วย : ชั่วโมงต่อคนต่อปี

ปี

จำนวนพนักงาน / คน

จำนวนการอบรมรวม (ชม.)

จำนวน ชม./คน

2566

1,328

26,946 ชั่วโมง

20.2 ชั่วโมงต่อคน

2567

1,330

27,058 ชั่วโมง

20.3 ชั่วโมงต่อคน

2568

694

14,839 ชั่วโมง

21.3 ชั่วโมงต่อคน

*หมายเหตุ ปี 2566-2567 นับรวมพนักงานบริษัท พรีโม่ เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)

บริษัทฯ มีการบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานขององค์กร อย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ โดยการกำหนดมาตรการในการป้องกันดูแลความปลอดภัยของพนักงานทุกคนในองค์กร และมีมาตรการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับพนักงานในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ และสอดคล้องกับการดำเนินงานตามลักษณะการดำเนินตามลักษณะการดำเนินธุรกิจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและธุรกิจ เช่นป้องกันการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดจากการทำงาน รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายอันเกิดมาจากการหยุดชะงักจากการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน บริษัทฯ จึงมุ่งสร้างและให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานในด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี เพื่อสร้างความเป็นอยู่ดีที่ให้กับพนักงานและผู้รับเหมา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องให้ได้รับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีในระหว่างการทำงาน รวมถึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมี HR Director เป็นประธานของคณะกรรมการ และมีสมาชิกจากแผนกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีนโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อเป็นกรอบการดำเนินงาน

        ข้อปฏิบัติด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

  • พัฒนาการดำเนินงานในกระบวนการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้สอดคล้องตามกฎหมาย กฎระเบียบ แนวปฏิบัติและข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ส่งเสริมให้พนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา และผู้เกี่ยวข้อง ให้ตระหนักรู้และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานตามที่ได้กำหนดไว้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติงาน
  • มีการติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอรวมถึงกำหนดในแผนประจำปีให้มีการจัดการอบรม ให้ความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
  • ตรวจสอบข้อบกพร่องในกระบวนการปฏิบัติงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้และประเมินความเสี่ยงความอันตรายต่างๆ เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติภัยในสถานที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • จัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีให้แก่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ เช่น การจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี
  • เปิดเผยและสื่อสารนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทุกระดับภายในองค์กรได้รับทราบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 

 

การดูแลสุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงานของพนักงาน

            บริษัทตระหนักดีว่าพนักงานคือทรัพยากรที่มีคุณค่าและเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานในทุกมิติ ไม่เพียงในฐานะผู้ปฏิบัติงาน หากแต่ในฐานะสมาชิกขององค์กรที่มีชีวิต ครอบครัว และบริบทการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน บริษัทเชื่อว่าการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาวะ ความมั่นคง และความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว จะช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ความผูกพัน และพลังความร่วมมือของพนักงานทุกคน อันเป็นรากฐานสำคัญของความเข้มแข็งและความยั่งยืนขององค์กร

            บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการด้านสวัสดิการในสถานประกอบการ ซึ่งมาจากตัวแทนพนักงานครอบคลุมทุกฝ่ายงาน โดยได้จัดการประชุมหารือร่วมกันร่วมกันระหว่างคณะกรรมการฯ และผู้บริหารระดับสูงเรื่องสวัสดิการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานเป็นประจำทุกไตรมาส

            จากแนวคิดดังกล่าว บริษัทจึงจัดให้มีสวัสดิการและการดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ คุณภาพชีวิต และความมั่นคงของครอบครัว ดังนี้

การดูแลสุขภาพเชิงรุกและสวัสดิการด้านสุขภาพที่ยืดหยุ่น

            บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันผ่านโครงการตรวจสุขภาพประจำปีสำหรับพนักงานทุกระดับ นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบสวัสดิการที่ยืดหยุ่น (Flexible Benefit) เพื่อให้พนักงานสามารถเลือกรับการดูแลตามความต้องการเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการด้านทันตกรรมหรือการตัดแว่นสายตา ภายใต้วงเงินที่กำหนดตามลำดับขั้นของตำแหน่งงาน

การส่งเสริมสมดุลชีวิตและคุณค่าของสถาบันครอบครัว

            บริษัทฯ เชื่อว่าความสุขจากการมีเวลาคุณภาพกับครอบครัวคือพลังงานที่ดีในการทำงาน จึงมอบสวัสดิการ “วันหยุดในเดือนเกิด” (Birthday Leave) จำนวน 1 วัน เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสใช้ชีวิตในรูปแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล หรือการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนร่วมกับครอบครัว นอกจากนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนบทบาทของคุณพ่อในการสร้างรากฐานครอบครัวที่แข็งแกร่ง บริษัทฯ ได้กำหนดสวัสดิการ “คุณพ่อลาคลอด” เพื่อช่วยดูแลบุตรและภรรยาหลังคลอดได้เป็นเวลา 10 วันทำการ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมในสถาบันครอบครัวอย่างแท้จริง

การดูแลและสนับสนุนพนักงานในทุกช่วงเวลาของชีวิต

            บริษัทฯ พร้อมเคียงข้างพนักงานในทุกสถานการณ์ของชีวิต ผ่านโครงการเยี่ยมไข้พนักงานที่เจ็บป่วย การให้เงินช่วยเหลือกรณีญาติพนักงานเสียชีวิต และการร่วมยินดีในโอกาสคลอดบุตร อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สะท้อนความเป็นครอบครัวออริจิ้นได้ชัดเจนที่สุดคือการดูแลพนักงานที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งอัคคีภัยและอุทกภัย

           

 

ผลการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

            บริษัทกำหนดให้ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นประเด็นสำคัญภายใต้กรอบการกำกับดูแลขององค์กร โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อกำหนดทิศทาง กลั่นกรองความเสี่ยง และติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศใช้นโยบายความปลอดภัยซึ่งดำเนินการตามแนวทางของระบบบริหารความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลที่ลงนามโดยผู้บริหารสูงสุด เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทั่วทั้งองค์กร ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานและประเด็นความเสี่ยงได้รับการรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัทในทุกไตรมาส

            ในปี 2568 บริษัทสามารถรักษาอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน (Incident Rate) และจำนวนวันหยุดงานจากการบาดเจ็บ (Lost Time Injury) อยู่ในระดับศูนย์ ไม่มีเหตุการณ์ที่นำไปสู่การบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตเกิดขึ้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารเชิงป้องกัน (Preventive Approach) มากกว่าการมุ่งเน้นผลลัพธ์ปลายทาง โดยดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในแต่ละหน่วยงานอย่างเป็นระบบ มีการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ด้านความปลอดภัย และกำหนดเป้าหมายด้านความปลอดภัยประจำปี เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และในปี 2569 บริษัทฯ มีเป้าหมายในเรื่องของความปลอดภัย และอุบัติเหตุทั้งพนักงานและคู่ค้า ให้อยู่ในระดับ ศูนย์ เพื่อสะท้อนถึงมาตรการความปลอดภัย และควบคุมการเกิดอุบัติเหตุอย่างเคร่งครัด

 

เป้าหมายและผลการดำเนินงานปี 2568

เป้าหมาย

ผลการดำเนินงานปี 2568

จำนวนผู้บาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตของพนักงานและผู้รับเหมา เป็น 0

0

อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นสูญเสียวันทำงานของพนักงานและผู้รับเหมา (LTIFR) เป็น 0/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน

0

อัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานที่มีการบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตของพนักงานและคู่ค้า เป็น 0

0

พนักงานที่มีหน้าที่ด้านการควบคุมการก่อสร้างและผู้รับเหมาต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงานในระดับต่างๆ 100%

100%

หมายเหตุ: LTIFR คือ อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานที่แสดงอัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน 1 วันขึ้นไป  โดยมีสูตรคำนวณคือ (จำนวนผู้บาดเจ็บ / จำนวนชั่วโมงการทำงานทั้งหมด) x 1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน

 

สถิติการบาดเจ็บและเสียชีวิตในสถานที่ทำงาน พ.ศ. 2566-2568

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

 

พ.ศ. 2566

พ.ศ. 2567

พ.ศ.2568

จำนวนพนักงาน

1,328

1,330

694

บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่มีการหยุดงาน

0

0

0

บาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน

0

0

0

เสียชีวิต

0

0

0

การคำนวณอัตราความปลอดภัย

 

พ.ศ. 2566

พ.ศ. 2567

พ.ศ.2568

อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงาน (Injury Rate: IR = ราย x 200,000 / ชั่วโมงการทำงาน

0%

0%

0%

อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน

(Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR = จำนวนการบาดเจ็บ / ชั่วโมงการทำงานทั้งหมด) x 200,000)

0%

0%

0%

จำนวนการเสียชีวิตจากการทำงานของพนักงาน

0%

0%

0%

 

สถิติสะสมอุบัติเหตุจากการทำงานในโครงการก่อสร้างของผู้รับเหมาย้อนหลัง 3 ปี

ระดับความร้ายแรง

2566

2567

2568

1

หยุดงานไม่เกิน 3 วัน

0

0

0

2

หยุดเกิน 7 วัน

0

0

0

3

สูญเสียอวัยวะ

0

0

0

4

เสียชีวิตจากการทำงาน

0

0

0

5

ทรัพย์สินเสียหาย

0

2

0

รวมทั้งหมด

0

2

0

 

 

บริษัทจัดให้มีการฝึกซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินครอบคลุมหลายสถานการณ์ อาทิ การอพยพหนีไฟ การรับมือเหตุแผ่นดินไหว และเหตุความไม่ปลอดภัยจากการกราดยิงในสถานที่ทำงาน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมและลดผลกระทบหากเกิดเหตุการณ์จริง  โดยมีพนักงานเข้าร่วมเป็นจำนวน 80 คน คิดเป็น 25% ของพนักงานประจำสำนักงานใหญ่ทั้งหมด

นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานตามหลักกายศาสตร์ (Ergonomics) เพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บสะสมและปัญหาสุขภาพระยะยาว รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เบื้องต้นของอาคารสำนักงาน และส่งเสริมการตระหนักรู้ด้านสุขภาวะทั้งทางกายและจิตใจ อันเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในมิติที่ครอบคลุมมากขึ้น

คู่ค้า ผู้รับเหมา

บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายร่วมกับทางคู่ค้าและผู้รับเหมาเรื่องมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานและได้บังคับใช้กับพนักงานรวมทั้งผู้รับเหมาในงานต่างๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง พนักงานและแรงงานทุกคนสามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึงลดอุบัติภัย มิให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัยของพนักงานและแรงงานผู้รับเหมา ด้วยเป้าหมายที่ต้องการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน โดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

  • มีการตรวจสอบสุขอนามัย และความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ ส่งเสริม และตรวจสอบการสวมใส่อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยต่างๆ ของพนักงานในพื้นที่ปฏิบัติงาน
  • ไม่ละเลย หรือ เพิกเฉย ต่อการกระทำ หรือ ข้อบกพร่องใดๆ ในสถานที่ทำงาน อันอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อพนักงาน
  • มีมาตรการ หรือ แผนงานที่จะตอบรับต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
  • จัดอบรม ให้ความรู้ ความเข้าใจแก่พนักงาน เกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย และแผนฉุกเฉินต่างๆเพื่อให้พนักงานได้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง และทันท่วงทีเมื่อเกิดอุบัติภัย หรือสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
  • การปฏิบัติในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ สถานการณ์ไม่ปกติ

– บันทึกเหตุการณ์ข้อร้องเรียนต่างๆ ด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานระหว่างคู่ค้ากับบริษัท ให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงทุกครั้ง และรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่ออย่างสม่ำเสมอ

– จัดเก็บสถิติอุบัติเหตุ จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บในการดำเนินงานกับบริษัทอย่างเป็นระบบ และพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับบริษัทเพื่อรายงานผลการดำเนินงานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

            บริษัทฯ ยังได้มีการกำหนดให้ทุกโครงการก่อสร้างดำเนินงานภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยมีการจัดทำแผนบริหารร่วมกับทางผู้รับเหมาเพื่อจัดการความปลอดภัยประจำโครงการ การตรวจสอบ (Inspection) และติดตามผลการดำเนินงาน (Monitoring) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายของบริษัทฯ อย่างครบถ้วน รวมถึงได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่างดำเนินงาน และภายหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ในทุกโครงการที่มีการก่อสร้างในปี พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการบริหารความเสี่ยงเสนอต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ เป็นรายไตรมาส เพื่อกำกับดูแลและติดตามประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมอย่างต่อเนื่อง

จากความร่วมมือดำเนินงานร่วมกันระหว่างบริษัทฯ และผู้รับเหมา ในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย และสุขอนามัยของพนักงานและแรงงาน ถือเป็นการดำเนินงานด้านการสร้างมาตรฐาน และยกระดับการบริหารงานด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัยของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกปี ทำให้ ใน 365 วัน บริษัทฯ ไม่พบกรณีพนักงานและแรงงานหยุดงานเกิน 3 วัน และ 7 วัน การหยุดงานเกินเป็น 0 และในทุกโครงการก่อสร้าง จำนวน 11 โครงการ ในปีนี้ได้มีการอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของผู้รับเหมา ครบ 100% รวม 1,852 คน

รวมถึงได้มีมาตรการเพิ่มเติม จากปรากฏการณ์การแผ่นดินไหว ทำให้เกิดความเสี่ยงและความเสียหาย เป็นภัยพิบัติต่อบ้านเมือง สิ่งก่อสร้าง และสิ่งมีชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าวทางบริษัทได้ร่วมมือกับทางผู้รับเหมาจัดทำแผนมาตรการป้องกันการเกิดแผ่นดินไหวและมาตรการบริหารจัดการความปลอดภัยการใช้งานปั้นจั่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินกิจกรรมสำรวจบรรยากาศและระดับความผูกพันของพนักงานในรูปแบบที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร โดยใช้คำถามเชิงสะท้อนมุมมองและความรู้สึกต่อการทำงานในปัจจุบัน ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นถึงระดับความรู้สึกเชิงบวกต่อองค์กรในภาพรวม โดยในปีนี้ผลคะแนนความพึงพอใจของพนักงานอยู่ที่ 87.4% จากการวางเป้าหมายความพึงพอใจที่ 80% ขึ้นไป โดยพนักงาน 70% ให้คะแนนความรู้สึกผูกพันต่อองค์กรในระดับสูงสุด (5 จาก 5) มีคะแนนเฉลี่ยภาพรวมอยู่ที่ 4.5 คะแนน สะท้อนระดับความผูกพันเชิงบวกและความรู้สึกมั่นคงต่อองค์กรในภาพรวม ขณะเดียวกัน สัดส่วนคะแนนระดับต่ำมีอยู่ในระดับจำกัด และไม่พบคะแนนต่ำสุด (0) ซึ่งแสดงถึงบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อความผูกพันระยะยาวของบุคลากร

การสร้างความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement)

            บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าความผูกพันของพนักงาน คือรากฐานของประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน แม้ในรอบปี 2568 บริษัทฯ จะอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการประเมินความผูกพันเชิงปริมาณให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น แต่บริษัทฯ ได้ดำเนินการสร้างสภาวะแวดล้อมที่ส่งเสริมความผูกพันผ่านกลยุทธ์การรับฟังและตอบสนอง ดังนี้

  • การสื่อสารสองทาง จัดให้มีช่องทางรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพนักงานทุกระดับผ่านระบบ Digital Platform และกิจกรรม Town Hall เพื่อให้ผู้บริหารได้รับทราบปัญหาและร่วมแก้ไขในทันที
  • การยกย่องและให้รางวัล มีการจัดตั้งรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่พนักงานที่มีผลงานโดดเด่นและมีพฤติกรรมสอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร (Core Values) เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน
  • เส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ ส่งเสริมให้พนักงานมีโอกาสเติบโตภายในกลุ่มบริษัทผ่านการโยกย้ายงานตามความถนัด และการเลื่อนตำแหน่งที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความผูกพันผ่านอัตราการรักษาบุคลากรที่อยู่ในระดับสูง

กิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความผูกพันในองค์กร

            บริษัทฯ เชื่อว่าความผูกพันของพนักงานไม่ได้เกิดขึ้นจากนโยบายเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากประสบการณ์ที่ดีในแต่ละวันทำงาน ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และความสัมพันธ์ที่อบอุ่นระหว่างเพื่อนร่วมงาน บริษัทฯ จึงออกแบบกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีชีวิตชีวา เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วม และสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกัน ดังนี้

การยกย่องและการให้รางวัล

  • รางวัล Origin Star Award (ประจำไตรมาส) และรางวัล Employee of the Year ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติใหญ่ที่สุด มอบแก่พนักงานที่มีผลงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง และเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษามาตรฐานการทำงานทั้งในด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และจริยธรรมในการปฏิบัติงาน
  • พิธีโปรโมทพนักงานที่ได้รับเลื่อนตำแหน่ง เป็นการแสดงความยินดีและภาคภูมิใจกับพนักงานที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

การสื่อสารนโยบายและทิศทางขององค์กร

            บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารเชิงกลยุทธ์อย่างโปร่งใสและสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน และสามารถขับเคลื่อนงานของตนให้สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้จัดกิจกรรม Townhall ภายใต้ชื่อ “Origin Day” สำหรับพนักงานในเครือทุกบริษัทเป็นประจำปีละ 3 ครั้ง ได้แก่ ช่วงต้นปี กลางปี และปลายปี

            เวทีดังกล่าวเป็นพื้นที่สำหรับผู้บริหารในการถ่ายทอดภาพรวมผลการดำเนินงาน เป้าหมาย กลยุทธ์สำคัญ และทิศทางการดำเนินธุรกิจในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้พนักงานรับทราบสถานการณ์ปัจจุบัน เข้าใจบทบาทของตนเองในภาพใหญ่ขององค์กร และสามารถปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

            การสื่อสารอย่างต่อเนื่องในลักษณะนี้ไม่เพียงสร้างความชัดเจนเชิงนโยบาย แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

กิจกรรมพนักงาน

            บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและรอยยิ้มในสถานที่ทำงาน ผ่านการจัดกิจกรรมตามเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ อาทิ ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ วันตรุษจีน วันวาเลนไทน์ วันสงกรานต์ วันคริสต์มาส กิจกรรม Pride Month เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความสนุกสนาน แต่ยังเป็นพื้นที่ให้พนักงานได้แสดงออกถึงความหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ เสริมสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่เปิดกว้างและเคารพในความแตกต่าง

กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการรักษ์โลก

            บริษัทฯ จัดกิจกรรม “Origin Green Market” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยจัดขึ้นทุกไตรมาส เปิดโอกาสให้พนักงานนำเสื้อผ้ามือสองหรือสิ่งของที่ยังมีสภาพดีมาจำหน่าย เพื่อหมุนเวียนทรัพยากรและเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของเหล่านั้น อีกทั้งภายในงานมีการงดใช้ถุงพลาสติกและโฟม เพื่อลดปริมาณขยะ กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยสร้างรายได้เสริมและความร่วมมือระหว่างพนักงานในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

กิจกรรมด้าน CSR และการบริจาคต่างๆ

           บริษัทฯ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานในกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การซ่อมแซมหรือปรับปรุงโรงเรียนในพื้นที่รอบโครงการในทุกไตรมาส การบริจาคโลหิต และการบริจาคสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วให้แก่ มูลนิธิกระจกเงา เพื่อนำไปส่งต่อให้แก่ผู้ด้อยโอกาส กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนถึงจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม และเปิดโอกาสให้พนักงานได้ร่วมกันสร้างคุณค่าที่มากกว่าการดำเนินธุรกิจ

บริษัทฯ มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำทางด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร โดยส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ทั้งในด้านทำเล ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัยใช้งานได้จริง มีความปลอดภัยและสะดวกสบายในการใช้ชีวิตในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ ซึ่งทำให้บริษัทฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าและบริการให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงความต้องการของลูกค้าและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานของโครงการ บริษัทฯได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการให้บริการและคุณภาพของสินค้าอยู่เสมอเพื่อให้มีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยมีความมุ่งหวังการส่งมอบสินค้าและผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคภายใต้แนวคิด “Creative Living for All” สร้างสรรค์ชีวิต คิดเพื่อคุณ มุ่งพัฒนาคอนโดมิเนียมที่คำนึงถึงทุกมิติของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย ความปลอดภัย การปรับสมดุลชีวิต การพักผ่อน ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้น  โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบเพื่อทุกคน (Inclusive Design) โดยครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ไม่จำกัดเพศ วัย อายุ รวมถึงผู้พิการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคอย่างเท่าเทียมและยั่งยืนโดย ให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง ได้แก่

  1. Insight วิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าด้านต่างๆ อาทิ ทำเล การใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ การลงทุน อย่างจริงจัง เพื่อออกแบบสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะในทำเลนั้นๆ
  2. Initiative นำ Insight มาพัฒนาต่อยอด ริเริ่มฟังก์ชันใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างสร้างสรรค์ ตอบสนองทุกมิติของการใช้ชีวิต
  3. Implementation นำเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ มาช่วยยกระดับคุณภาพมาตรฐานของโครงการ ตลอดจนบริการต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตของผู้คน

            พร้อมกันนี้ทางบริษัทฯยังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาสินค้าและบริการ ตามหลักกลยุทธ์ด้านคุณภาพและการบริการ (Quality & Services) ของบริษัท 4 ด้าน ได้แก่

  1. People Development ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรด้าน

คุณภาพและบริการอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการ Upskill และ Reskill เช่น การจัดกิจกรรมอบรมแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) ร่วมกับเหล่าพันธมิตรชั้นนำที่มีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาทิเช่น หลักสูตรอบรมการติดตั้งแอร์และระบบแอร์ร่วมกับทาง Panasonic , อบรมระบบลิฟต์เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน , อบรมระบบกันซึม กระเบื้อง ร่วมกับผลิตภัณฑ์จระเข้ โดยในปี 2568 ได้มีการจัดอบรมเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถพนักงานร่วมกับพันธมิตรทางการค้า เพื่อให้พนักงานมีทักษะความรู้เบื้องต้น และพร้อมให้บริการต่อลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วมากขึ้น จำนวน 3 หลักสูตร รวม 65 ท่าน

  1. Product Design พัฒนาการออกแบบสินค้าอย่างมีคุณภาพด้วยทีมนักออกแบบมืออาชีพ เพื่อให้โครงการตอบโจทย์

ความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งมีทีมวิจัยเพื่อการพัฒนาที่เป็นเลิศ (RED TEAM) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาทั้งทางด้านสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบรับความต้องการของลูกค้า รวมถึงพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ทันต่อยุคสมัยปัจจุบัน

  1. Product Quality มุ่งมั่น คัดสรร จัดซื้อวัตถุดิบในการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยกระดับการรับรอง

คุณภาพงานก่อสร้าง ทั้งยกระดับการรับรองคุณภาพงานก่อสร้าง หรือ Quality Assurance รวมถึงการประกาศการรวมศูนย์ระหว่างทีม Homecare และทีม Quality Control ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับองค์กรในการที่จะมุ่งสู่ความเป็นเลิศในด้านคุณภาพทีมใหม่ภายใต้ชื่อ Origin Quality Care” ได้จัดตั้งขึ้น โดยมีพันธกิจหลักในการส่งมอบคอนโดมิเนียมที่มีคุณภาพเหนือระดับให้แก่ลูกค้า การผสานศักยภาพและจุดแข็งของทั้งสองทีมนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการทำงาน และยกระดับมาตรฐานคุณภาพให้สูงยิ่งขึ้น

       4. Service Excellence ครอบคลุม บริการหลังการขาย ทั้งงานดูแลห้องลูกค้า และดูแลการใช้ชีวิตของลูกค้า ผ่านพันธมิตร ที่หลากหลายทั้งในเครือ และภายนอก เพื่อส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

นวัตกรรมเพื่อธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ภายใต้กรอบกลยุทธ์องค์กรด้าน Digital Transformation บริษัทฯ มุ่งปรับกระบวนการดำเนินงานสู่ระบบดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ และช่วยในการให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นหนึ่งในความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี AI สมัยใหม่ มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานหลักขององค์กรอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดเก็บและบริหารข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) การติดตามผลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ ตลอดจนการพัฒนาระบบแอปพลิเคชันภายในเพื่อสนับสนุนการทำงานของแต่ละหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงาน ลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่จำเป็น เช่น กระดาษ สร้างระบบฐานข้อมูลกลางที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบย้อนกลับได้ ลดความซ้ำซ้อนและช่องว่างในการส่งมอบงานภายในหน่วยงานและระหว่างหน่วยงาน รวมถึงช่วยสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า ลดข้อร้องเรียนที่อาจเกิดจากความผิดพลาดจากการทำงานได้

ในปี 2568 บริษัทฯ จึงได้เกิด โครงการ “Make It Better” เพื่อให้พนักงานแต่ละแผนกได้นำเสนอแนวคิด และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดแก่องค์กรหรือแผนกของตนเอง โดยเน้นที่การปรับปรุงและลดกระบวนการในการทำงาน ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ประหยัดพลังงานและลดใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. การปรับปรุงสินค้าและบริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์และความพึงพอใจของลูกค้าทั้งภายในและภายนอกองค์กร
  2. การพัฒนาแนวคิดสินค้าและบริการใหม่ เพื่อสนับสนุนการเติบโตด้านยอดขายและโอกาสทางธุรกิจ
  3. การปรับปรุงกระบวนการทำงานหรือวิธีปฏิบัติงานภายในหน่วยงาน เพื่อลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพ และลดระยะเวลาการทำงาน
  4. โครงการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
  5. แนวคิดที่สามารถเพิ่มรายได้หรือลดค่าใช้จ่ายของบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยได้รับข้อเสนอแนวคิดจากพนักงานรวมทั้งสิ้น 179 ไอเดีย จากทุกหน่วยงาน ครอบคลุมหลากหลายมิติของการพัฒนาองค์กร และได้พิจารณาคัดเลือกแนวคิดที่มีศักยภาพจำนวน 49 ไอเดีย เพื่อนำไปดำเนินการจริงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำข้อเสนอแนะที่ได้รับมาวิเคราะห์และต่อยอดอย่างเป็นระบบ เพื่อผลักดันให้เกิดการปรับปรุงเชิงประสิทธิภาพ การสร้างคุณค่าใหม่ทางธุรกิจ และการยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง

นวัตกรรมเด่นปี 2568

ระบบ Homecare Application สำหรับการตรวจสอบบริการงานซ่อมสำหรับลูกค้า

บริษัทฯ ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการตรวจรับห้องชุด คือ QC App ซึ่งระบบดังกล่าวได้ออกแบบให้สามารถดำเนินการ ตั่งแต่การนัดหมายเข้าตรวจห้อง การลงรายการดีเฟคตรวจห้อง การอัพเดตรายการแก้ไขงานแล้วเสร็จ และการลงนามรับรองผลการตรวจรับมอบห้องกับลูกค้า  และแอปพลิเคชันสำหรับบริการหลังการขาย (Homecare) คือ Homecare App ซึ่งระบบดังกล่าวได้ออกแบบให้สามารถรับเรื่องแจ้งซ่อมของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งระบบสามารถดำเนินการตั้งแต่การนัดหมายเข้าตรวจห้อง กระบวนการตรวจสอบห้อง กระบวนการแก้ไขห้อง และการลงนามงานซ่อมแล้วเสร็จกับลูกค้า โดยทั้ง 2 ระบบสามารถทำกระบวนการต่าง ๆ ได้ ครบวงจรภายในแพลตฟอร์ม

ORIGIN I Booking

บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบ Origin I Booking เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการจองซื้อโครงการผ่านระบบออนไลน์อย่างครบวงจร ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และการเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว โดยระบบดังกล่าวช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของลูกค้าผ่านการแสดงข้อมูลรายละเอียดโครงการ ราคา ตำแหน่งห้อง ทำให้สามารถเปรียบเทียบตัวเลือกต่าง ๆ ระหว่างโครงการได้อย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจ โดยภายในระบบจองออนไลน์ ได้รับการออกแบบให้รองรับกระบวนการจองแบบ 100% ตั้งแต่การเลือกห้อง การตรวจสอบราคา การชำระเงิน ไปจนถึงการยืนยันรายการจองผ่านระบบ ช่วยอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการเดินทางไปยังสำนักงานขาย ทั้งยังเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงยูนิตยอดนิยมในทำเลศักยภาพได้อย่างทันท่วงที

Link :  https://origin.co.th/ibooking/th

บริษัทฯ เปิดช่องทางเพื่อให้ลูกค้าติดต่อประสานงาน ร้องเรียน หรือติดตามการดำเนินงานต่างๆ ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ Call Center : 1498 , www.origin.co.th , FB : Origin Property และ application Origin Connect เพื่อเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างบริษัทฯกับลูกค้า รวมถึงได้กำหนดให้มีการประเมินความพึงพอใจของทางลูกค้าและลูกบ้าน ในทุกกระบวนการทำงานเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ ปรับปรุงและพัฒนาสินค้าและบริการให้ดีมากยิ่งขึ้น ให้ตรงตามความต้องการและสร้างความพึงพอใจในการให้บริการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการทำแบบสอบถาม สัมภาษณ์ ผ่านการโทรสอบถามโดย call center เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกบ้านมากยิ่งขึ้นทั้งโครงการในปัจจุบันและอนาคต

โดยในปี 2568 มีการประเมินความพึงพอใจในด้านการให้บริการของพนักงาน ในกระบวนการการดำเนินงานของบริษัทฯ ผ่านการโทรสอบถามจากทาง Call center สรุปผลได้ดังนี้

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อสร้างความประทับใจและความพึงพอใจทั้งในด้านสินค้าและบริการ Customer Relation Management (CRM) เป็นหน่วยงานที่จัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อสร้างความประทับใจ ความพึงพอใจในสินค้าและบริการ ทั้งยังสร้างความสัมพันธ์ส่วนบุคคลระหว่างบริษัทฯกับลูกบ้าน ลูกบ้านในโครงการเดียวกัน และระหว่างลูกบ้านต่างโครงการ ให้มีความสัมพันธ์ที่ดี และมีความผูกพันที่ดีระหว่างกัน ภายใต้ชื่อ “ORIGIN FAMILY” โดยได้ดำเนินการจัดกิจกรรมที่หลากหลายตามความสนใจของลูกบ้าน และครบคลุมในทุกมิติ เพื่อให้ลูกบ้านทุกท่านมีความสุขในทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่ภายใต้ออริจิ้น

กิจกรรมเด่น ประจำปี 2567

Origin Snap Joy Work Shop 

กิจกรรม workshop สอนถ่ายภาพให้กับลูกบ้านออริจิ้น ให้ได้เรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยมือถือ ซึ่งกิจกรรมนี้นอกจากจะได้สร้างความสัมพันธ์กับทางลูกค้าแล้ว ยังทำให้ได้แลกเปลี่ยนมุมมองของการถ่ายภาพระหว่างโครงการกับทางลูกบ้าน รวมถึงได้ภาพมุมมองใหม่ของโครงการ ผ่านการถ่ายทอดออกมาจากการถ่ายภาพของทางลูกค้า ซึ่งได้ดำเนินการจัดงานที่ 2 โครงการ ออริจิ้น ปลั๊ก & เพลย์ นนทบุรี สเตชั่น , ออริจิ้น เพลย์ ศรีอุดม สเตชั่น

GIVE OF LOVE …..Empowering Communities Through Give 

พลังการแบ่งปัน…จากหัวใจ  ชวนลูกบ้านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ และการแบ่งปันช่วยเหลือสังคม ทำบุญบริจาคปัจจัย และสิ่งของต่าง ๆ สำหรับเด็กและผู้ป่วยกับ วัดพระบาทน้ำพุ โดยหลวงพ่ออลงกต

การมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม

Origin Give – Sustainability Together, We Give to Grow

ภายใต้วิสัยทัศน์ “Sustainability is Our Daily Responsibility” บริษัท ออริจิ้น กรุ๊ป มุ่งมั่นที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและชุมชนในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปลงทุนและพัฒนาโครงการ ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงคุณสมบัติที่ควรมี แต่ยังเป็นความรับผิดชอบสำคัญที่ต้องปฏิบัติทุกวัน ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานล่าสุดมาใช้หรือหันมาใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อมีส่วนสนับสนุนด้วย ด้วยคติที่ว่า “หากออริจิ้นอยู่ที่ไหน สังคมและสภาพแวดล้อมที่นั่นจะต้องดีไปด้วย” บริษัทจึงมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน ส่งเสริมความเท่าเทียม และดูแลสิ่งแวดล้อม โดยการพัฒนาโครงการต่างๆ ที่เชื่อมโยงและสนับสนุนกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนร่วมกันทั้งภายในองค์กรและสังคมภายนอก สู่เป้าหมายร่วมกันในการสร้างความยั่งยืนที่มีพลังมากขึ้น และมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน 

โดยกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะพัฒนาหรือมีส่วนร่วม จะมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ที่ครอบคลุมบริเวณรัศมี 1 กิโลเมตร รอบโครงการ โดยแบ่งเป็นดังนี้

กลุ่มที่ 1  กลุ่มพื้นที่หลัก ได้แก่ พื้นที่บ้านติดโครงการ และพื้นที่รัศมี 100 เมตร

กลุ่มที่ 2  กลุ่มพื้นที่รอง รัศมี 100-500 เมตร และพื้นที่รัศมี 500-1000 เมตร

กลุ่มที่ 3  พื้นที่อ่อนไหว ได้แก่ สถานศึกษา สถานพยาบาล และศาสนสถาน

กลุ่มที่ 4  หน่วยงานราชการ และสถานทูต ในรัศมี 1 กิโลเมตรรอบโครงการ

กลุ่มที่ 5  กลุ่มผู้นำชุมชน ในรัศมี 1 กิโลเมตรรอบโครงการ

กลุ่มที่ 6  ชุมชนทั่วไปที่อยู่ในจังหวัดที่ตั้งโครงการ

ปรัชญาการดำเนินงาน Origin Give 

ภายใต้แนวคิด Origin Give สะท้อนปรัชญา WE GIVE TO GROW SUSTAINABILITY TOGETHER” ร่วมให้…ความยั่งยืนไปด้วยกัน ร่วมเติบโต…อย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน  ผ่านการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนใน 3 มิติหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ร่วมสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสังคมที่สมบูรณ์แบบ สู่การใช้ชีวิตที่มีความสุขอย่างมีคุณภาพ พัฒนาทั้งด้านการศึกษา สังคม​ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพราะบริษัทฯ เชื่อว่า สังคมที่ดีจะก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้ร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของทางบริษัทฯ ร่วมทำสิ่งดีๆเพื่อสังคมร่วมกัน สนับสนุนการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรในสังคมและชุมชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมและปลูกฝังค่านิยมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่พนักงานได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน 

ด้าน Education (From HUG to GIVE) มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและการเรียนรู้ผ่านโครงการ “สร้างโอกาส สร้างอนาคต” ที่ไม่เพียงแต่สานฝันพัฒนาโรงเรียน แต่ยังเป็นการส่งเสริมการศึกษาที่เข้าถึงได้ทุกระดับ การพัฒนาทักษะชีวิต และการเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนในชุมชนให้สามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองในอนาคต

ด้าน Equality (From HELP to GIVE) บริษัทมุ่งสนับสนุนการใช้ชีวิตและการเข้าถึงสวัสดิการอย่างเท่าเทียมผ่านโครงการต่างๆ เช่น สนับสนุนอาชีพเพื่อสร้างรายได้ บริจาคสิ่งของแด่ผู้ขาดโอกาส หรือมอบเงินช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ที่เน้นการลดช่องว่างทางสังคมและสร้างโอกาสให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ด้าน Environment (From HEAL to GIVE) ส่งเสริมการดูแลรักษา ปกป้อง สิ่งแวดล้อมที่ดี สู่โลกที่ยั่งยืนและสวยงามของเราพร้อมตั้งเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่ NET ZERO ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  และเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการพัฒนาผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพของสิ่งแวดล้อม อาทิ Origin Green Day ที่เป็นการจัดกิจกรรมลดขยะและส่งเสริมการคัดแยกขยะ Origin Sustainable Cities ที่มุ่งพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เป๋น ห่วง ตั๋ว เน่อ 

จากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้หลายโรงเรียนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือได้รับผลกระทบ อาคารเรียน ห้องสมุด หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียนต่างๆ เกิดความเสียหาย ออริจิ้น และบริษัทในเครือ พร้อมทั้งลูกบ้านโครงการ ประกอบด้วย 17 โครงการคอนโด และ 21 โครงการบ้าน จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือไปพร้อมกับสังคม ผ่านการรับบริจาคอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา คอมพิวเตอร์ รองเท้าและชุดนักเรียน และสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคเหนือ ผ่านทางมูลนิธิกระจกเงา 

โครงการ Drink To Give Together 

จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เป็นอีกหนึ่งจุดเศรษฐกิจสำคัญของการลงทุนที่ทางบริษัทฯ ได้มีแผนในการพัฒนาและปรับปรุงโครงการ ทั้งโรงแรมและคอนโดมิเนียม ทีมออริจิ้นได้ลงพื้นที่ศึกษาข้อมูล ชีวิตความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตต่างๆ ของคนในชุมชน สิ่งหนึ่งที่ตระหนักได้คือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างผู้คนกับผืนป่า ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ หากยังเป็นรากฐานของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น

จากความเข้าใจนี้ ออริจิ้นจึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของการนำผลิตภัณฑ์ของคนในท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มอบให้กับลูกค้าและลูกบ้าน โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกคือ “น้ำผึ้งป่าและเมล็ดกาแฟ” ซึ่งเป็นผลผลิตสำคัญที่ชุมชนปกาเกอะญอ ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ได้ดูแลรักษาอย่างพิถีพิถัน ที่ไม่เพียงเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

จากบริบททั้งหมดนี้ บริษัทฯ จึงได้กลั่นกรองและนำน้ำผึ้งป่าและเมล็ดกาแฟมาผสานกับกระบวนการทางธุรกิจด้านการตลาดและการขาย เพื่อสะท้อนเรื่องราวของผู้คนและผืนป่า ทำให้ภาพลักษณ์ของการตลาดดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากลูกค้าได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวของการถ่ายทอดเรื่องราวของการอนุรักษ์ป่า การดูแลชุมชน และการสร้างความยั่งยืน ซึ่งสร้างความชื่นชมและความประทับใจให้กับลูกค้า นอกจากนี้ การนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาใช้ยังส่งผลให้คนในจังหวัดเชียงใหม่ได้รับรู้ว่า Origin Group ไม่ใช่บริษัทจากภายนอกที่เข้ามาเพียงเพื่อทำธุรกิจ แต่เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับชุมชนและมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่น โดยได้กำเนิดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ 3 เมนูที่มอบให้กับลูกค้าคนพิเศษ ได้แก่ กาแฟปกาเกอะญอเชค น้ำผึ้งป่ามะนาวโซดา และพุทราป่าเชค

ตลอดปี 2567 โครงการ Drink to Give Together ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องผ่าน 32 กิจกรรมที่หลากหลาย โดยส่งมอบเครื่องดื่มจากน้ำผึ้งป่าไปยังลูกค้าและผู้ร่วมงานทั้งสิ้น 3,990 แก้วตลอดทั้งปี

โครงการ Drink to Give Together เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิด Shared Value Creation ที่สร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายอย่างแท้จริง โดยความสำเร็จไม่ได้วัดจากผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความสามารถในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ

สำหรับชุมชนปกาเกอะญอ ได้รับประโยชน์ในรูปแบบรายได้เสริมที่มั่นคงและยั่งยืนมากกว่า 100,000 บาท การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากน้ำผึ้งป่าและเมล็ดกาแฟที่เคยขายในราคาต่ำกลายเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม การอนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านการใช้งานภูมิปัญญาดั้งเดิม และการสร้างช่องทางการตลาดใหม่ที่เข้าถึงลูกค้าในเมืองใหญ่

ในส่วนของธุรกิจ ออริจิ้นได้รับประโยชน์จากการสร้างความแตกต่างและจุดเด่นในการให้บริการลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและความหมายพิเศษ การสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ดีด้านความรับผิดชอบต่อสังคม การเพิ่ม Customer Engagement ผ่านกิจกรรมที่มีความหมายและสร้างความประทับใจ และการพัฒนาการตลาดเชิงประสบการณ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง โดยสรุปเป็นข้อมูลเชิงปริมาณได้ดังนี้

  1. การเข้าถึงลูกค้าโดยตรง 3,990 คน ตลอดปี 2567 ผ่านการให้บริการเครื่องดื่มในงานต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้าง brand touchpoint ที่มีความหมายและจดจำได้
  2. การจัดกิจกรรมครอบคลุม 32 งาน ในโครงการต่างๆ ของบริษัท ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มความพิเศษให้กับงานแต่ละงาน
  3. การประหยัดต้นทุนเครื่องดื่ม เมื่อเทียบกับการจัดซื้อเครื่องดื่มทั่วไปในราคาตลาด โดยเฉลี่ยประมาณ 30-40 บาทต่อแก้ว รวมเป็นมูลค่าประมาณ 120,000-160,000 บาท พร้อมกับได้ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์และเรื่องราวพิเศษ
  4. การสร้างความแตกต่างในงาน Financial Day ที่มีผู้เข้าร่วมเฉลี่ย 100-500 คนต่องาน ทำให้โครงการของ Origin มีจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด

โครงการ Sweet Happiness Caravan

ชวนพันธมิตร ไผ่ทองไอศกรีม จัดคาราวานรถไอศกรีมแจกคนงานแคมป์ก่อสร้าง ตอบแทนคำขอบคุณต่อผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมของออริจิ้น ที่ร่วมสร้างสรรค์ความสุขในการใช้ชีวิตของลูกค้าอย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน จำนวนทั้งสิ้น 15 โครงการ รวมจำนวน 3,800 คน 

โครงการห้องน้ำ …เรา  Happy and Healthy, Sustainable-Hygienic Restrooms

จากการสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนพบว่า นอกจากนักเรียนอยากได้ห้องเรียนที่ดี มีบรรยากาศที่ดีแล้วนั้น สิ่งที่เป็นปัญหาเป็นความทุกข์ของเด็กมากที่สุดเป็นอันดับแรก คือห้องน้ำที่สกปรก เสื่อมทรุดโทรม จนเด็กจำนวนไม่น้อยต้องอั้นเอาไว้ไปเข้าที่บ้าน แม้ห้องน้ำจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่เป็นความทุกข์ เป็นเรื่องใหญ่ของเด็ก ห้องน้ำในโรงเรียนจึงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับบริการ 

ออริจิ้น ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กไทย โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงโครงการ ที่อยากให้มีสภาพแวดล้อมและชีวิตดีไปด้วยกัน ตอลดระยะเวลา 15 ปี ทางออริจิ้นได้พัฒนาโรงเรียนร่วมกับทางคู่ค้าและพันธมิตร มากกว่า 12 โรงเรียน เพื่อหวังให้เด็กนักเรียนมีความสุขในการมาเรียน และในปีนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นถึงความต้องการของเด็ก ทำให้เกิดโครงการ ห้องน้ำ …เรา  Happy and Healthy, Sustainable-Hygienic Restrooms โดยร่วมมือกับทางธนาคาร พันธมิตรและคู่ค้า กว่า 26 ราย ร่วมสร้างสรรค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งด้านการศึกษา สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการศึกษาและความเป็นอยู่ของเด็กเยาวชน อันเป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต ร่วมปรับปรุงห้องเรียน ห้องน้ำนักเรียนชายและหญิง ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีและถูกสุขอนามัย พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ เพิ่มพื้นที่สีเขียวจัดทำสวนผักเพื่อการเกษตรเพื่อสร้างแหล่งการเรียนรู้ที่ดีให้กับน้องๆ  โดยในปี 2567 ทางบริษัทฯและพันธมิตร ร่วมพัฒนาโรงเรียนที่อยู่ในระแวกโครงการก่อสร้าง ทั้งสิ้น จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่ 

  1. โรงเรียนเทศบาลมาบตาพุด  จ.ระยอง 
  2. โรงเรียนวัดราษฎร์โพธิ์ทอง จ.สมุทรปราการ 

“โครงการห้องน้ำ…เรา Happy and Healthy, Sustainable – Hygienic Restrooms ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยของนักเรียนและชุมชนรอบข้าง แต่ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของบริษัทที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีและยั่งยืน (Creative Living for All) การลงทุนเพื่อชุมชนในลักษณะนี้จึงไม่ใช่เพียง CSR ด้านการศึกษาและสุขภาวะเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อยอดจากกลยุทธ์ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบโครงการ เพื่อสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ให้กับทั้งชุมชนและธุรกิจในระยะยาว”